Friday, October 7, 2016

NomoreTearCpt7

Chapter 7.
 ----------------------------------------------------------------
Quote 7 :  “  .....ติดอยู่กับเรื่องราวซ้ำ ๆ กับความทรงจำเดิมๆ......... “

"...."  ไร้เสียงตอบรับจากชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า
"แล้วนี่...ไปไงมาไง ถึงได้มาอยู่ทีมเดียวกันได้... ต้องทำงานกับปีศาจ.... แค่ดูหน้าก็รู้ว่าหนักใจขนาดไหน ใช่ป่ะ ?.....เฮ้อ น่าสงสารจังเลยน๊า " เกรซเปลี่ยนโทนเสียงกระเซ้าอีกฝ่าย ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงตัวอิจฉาในละครไทยชัด ๆ
"...ก็ไม่ขนาดนั้น" เขาหัวเราะขำ ๆ รู้ดีว่าเธอไม่ได้หมายความตามที่พูด " อัญเป็นคนเก่ง เรื่องงานน่ะไม่มีอะไรต้องห่วง แต่ว่า... เราแค่..อยากเคลียร์บางเรื่อง แต่ยังไม่มีโอกาส...ก็เลยเซ็ง ๆ ...." เขาหันมาสบตาคู่สวยคู่นั้นทันได้เห็นความห่วงใยที่ส่งมาจึงยิ้มตอบเป็นการขอบคุณ เธอเห็นแววตาเศร้าแล้วอยากจะอินกับซีนดราม่าแต่ก็เปลี่ยนใจฉีกบททิ้งไว้กลางทางด้วยความที่อยากทำให้อีกฝ่ายสบายใจขึ้นมากกว่า
"เรื่องอะไร...อ๋อ....." อ๋อยาวมว๊าก "เรื่องตั้งแต่ตอนนู้นน่ะเหรอ...ก็ไม่เห็นจะมีอะไรต้องเคลียร์นี่ .....หรือว่า...หลังจากนั้นพัฒไปทำอะไรที่เราไม่รู้...! ....พัฒ? ....หรือว่า...?..." นางยื่นหน้าเข้าไปจ้องเขาใกล้ๆ จนเขาอึ้ง ๆ แต่พอตามความคิดของเกรซทันก็รีบปฏิเสธพัลวัน
"... เฮ้ย! ไม่ใช่!! ไปกันใหญ่ละ...ไม่มีอะไรเลยจริงๆ  เกรซอย่าพูดงั้นดิ...."  สีหน้าของณพัฒจริงจังที่สุดในชีวิต
"อ่ะ ๆ เชื่อก็ได้.." เกรซยิ้มออกมาเพราะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว " ดูทำหน้าดิ..นี่ ...นังปีศาจมันก็เดิน ๆ อยู่แถวนี้แหละ ดูท่ามันคงเป็นช้ำรั่ว อั้นนานไม่ได้ เดี๋ยวก็คงวิ่งหาห้องน้ำอีกน่ะ...ถ้าพัฒมีเรื่องอยากเคลียร์ คืนนี้ก็ยังมีโอกาส...อย่าเซ็งเลยนะจ๊ะสุดหล่อ..."  สาวสวยถือวิสาสะเอื้อมมือมาเกาคางให้กำลังใจ ณพัฒรู้ตัวว่าถูกแกล้งแต่ก็เงยหน้ามองเธอด้วยความขอบคุณในน้ำใจ ทั้งคู่ยืนอยู่อย่างนั้นอีกชั่วอึดใจเกรซจึงขอตัวกลับเข้าไปกระแซะเจ้าชายของเธอในห้องจัดลี้ยงต่อโดยไม่รู้ตัวว่ามีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองพวกเขาทั้งสองคนอยู่ในเงามืด


'ไลน์!!'
โยชิได้รับข้อความที่ส่งมาจากโทรศัพท์มือถือของลูกน้องคนสนิท เขาเปิดดูข้อความแล้วกำโทรศัพท์แน่น สีหน้าและแววตาเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นดูน่ากลัวก่อนที่จะกลับมาอ่อนโยนลงทันทีเมื่อเกรซกลับมานั่งลงข้างๆ มือของเธอเอื้อมมากอดควงแขนของเขา เขาวางมือลงบนมือของเธอพร้อมกับหันไปกระซิบที่ข้างหู เกรซยิ้มหวานมีจริตเคอะเขินจนน่าหมั่นไส้ในสายตาของอัญญาที่กำลังจับจ้องอยู่ '..!....กลับมาก็ออเซาะเลย...โอ้ยยย...ดัดจริต..' เธอส่ายหน้าปลง ๆ มองไปรอบ ๆ ห้อง ทุกคนกำลังสนุกสนานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเมื่อโยชิกลับมาทวงตำแหน่งผู้นำทัพอีกครั้ง ทั้งดื่ม กิน ทั้งร้องทั้งเต้น คาราโอเกะ จัดหนักจัดเต็มสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ....ทากะยาม่า โยชิ ทีวีแช้มเปี้ยนสุดยอดเอนเตอร์เทนเนอร์กำลังสร้างความสำราญให้กับทุกคนในงานและนั่นล่ะคือสิ่งที่เธอต้องการ เธอรีบหลบฉากออกไปทางด้านประตูหลังเพื่อปฏิบัติภารกิจสำคัญในการช่วยเหลือตัวประกัน คราวนี้ต้องทำให้สำเร็จให้ได้ 'สาธุ คราวนี้ขอให้ได้ขอให้โดนทีเถอะ ชั้นต้องช่วยแกให้ได้ เรื่องจะได้จบ ๆ ไปซะที...' เธอรีบเดินมุ่งหน้าไปโดยมีเป้าหมายคือเรือนญี่ปุ่นหลังนั้นแต่ต้องรีบเหยียบเบรกจนตัวโก่งเมื่อได้กลิ่นหอมฉุยลอยมาจากห้องครัว
"... คิดออกแล้ว!" ลูกสมุนของทากะยาม่าซังที่เฝ้าอยู่ที่เรือนญี่ปุ่นกำลังหิว คนกำลังหิวแบบนี้ก็ต้องเอาของกินไปหลอกล่อ พอไม่มีคนเฝ้าประตูแล้วก็แค่เปิดเข้าไปช่วยและจัดการให้หนีออกไปทางประตูเล็กด้านหลังซึ่งใกล้ที่สุด จากนั้นเธอก็กลับเข้าไปเดินเตร่อยู่ในงานเลี้ยงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย อัญญาคิดแผนการแล้วกระหยิ่มยิ้มอยู่ในใจ ' เสียเวลามามากแล้ว คราวนี้จะรอช้าไม่ได้....และต้องรีบลงมือจัดการล่อคนเฝ้าประตูออกไปให้ได้ซะก่อน...'..แล้วจะบอกคนครัวยังไงดี...คิด อัญญา คิดซิ... เธอเดินเลี้ยวไปทางห้องครัวด้านหลังตึกทันที
"อัญ!..." เสียงเรียกชื่ออย่างคุ้นเคยกระชากตัวเธอเอาไว้อย่างแรง อัญญาหันมองไปตามเสียง ณพัฒจังหวะนรกโผล่ออกมาแสดงตัวอีกครั้งทำเอาเธอปรี๊ดจนแทบจะกระอักเลือด 'เอ้ย!!!! ยังไม่กลับอีก?! แล้วถ้าจะโผล่มาได้จังหวะขนาดนี้ห๊ะ?!!!! ... ' เจ้าของชื่ออารมณ์พุ่งพล่านอยู่ภายใน รู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูกแต่ยังคงสีหน้าที่ปราศจากพิรุธ 
"นาย..?.. นึกว่ากลับไปแล้ว...เอ่อ...มีอะไร..."  เธอเม้มปากเบา ๆ  พลาดแล้วที่หลุดปากถามไปแบบนั้น เธอไม่ได้อยากรู้จริง ๆ หรอกว่าเขาเรียกเธอเพราะอะไร ตอนนี้อยากให้ไปไกลๆ มากกว่า
"คือ...เรามีเรื่องอยากคุยกับ...อัญน่ะ..." ณพัฒพูดออกไปและมองหน้าเธอด้วยสายตาจริงจัง "มีเวลาใช่มั้ย เรา...เอ่อ....ผม..ขอคุยด้วยหน่อย.." 
"ห่ะ..คือ...เอ่อ..." ให้มันได้อย่างนี้สิ ทำไมจะต้องมาอยากคุยกับเธอตอนอยู่ระหว่างภารกิจแห่งความเป็นความตายแบบนี้ '...คุย!!??!!....เหี้ยละ จะคุยเรื่องอะไร? ' คิดแล้วรู้สึกหน้าตึงๆ ความทรงจำอันแสนโหดร้าย หดหู่ และน่าเศร้า ผุดขึ้นมากินเนื้อที่สมองอันชาญฉลาดของเธออีกครั้งทำเอาสมาธิแตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง  ' .....ถ้าเป็นเรื่องคืนนั้น..?..'เธออึกอักยังไม่พร้อมจะเผชิญความจริงไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือร้ายและอีกอย่างตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่จะมาคุยอะไรทั้งนั้น เธอต้องรีบจัดการภารกิจช่วยเหลือตัวประกันให้ได้ก่อนที่โอกาสจะหลุดมือไป
"..แต่เราไม่อยากคุย! ....และตอนนี้เราก็ไม่ต้องการรับรู้อะไรทั้งนั้น! " เธอชักสีหน้า แสร้งขึ้นเสียง ตัดสินใจหาทางไล่เขาไปให้พ้นทางด้วยการเอ่ยคำพูดที่ตัดเยื่อใยและพยายามเชิดหน้าเหมือนไม่แยแสเขาเลยสักนิด อีกฝ่ายหน้าเสีย เขากับเธอไม่ได้สนิทสนมกันเหมือนก่อนก็จริงแต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะพูดจาตัดเยื่อใยแบบนี้
"แต่เราแค่อยากรู้ ! ....ว่าอัญ..ได้บอกอะไรเค้ารึเปล่า...เรื่องของในกล่องใบนั้น..... อัญรู้ว่าเราพูดเรื่องอะไร อัญ..บอกอะไรเค้ารึเปล่า?" แทนที่เขาจะยอมเดินหนีไป เขากลับพ่นคำถามที่เธอไม่คาดคิดว่าจะได้ยิน เธอชาวูบไปทั้งหน้า รู้สึกจุกที่คอต้องฝืนกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น ได้ยินเต็มสองหูว่าคำถามของเขาคืออะไร.....
'กล่องใบนั้น.. รู้ได้ไงว่าเราเห็น?.... ' ใช่สินะ เธอบังเอิญได้เห็นสิ่งที่อยู่ภายในกล่องนั่น แต่ว่า.. เรื่องนี้เองหรอกเหรอคือสิ่งที่เขาอยากคุย เรื่องนี้สำคัญกับเขามากขนาดนี้เลยเหรอ สำคัญมากกว่าเรื่องที่เธออยู่กับเขาทั้งคืน สำคัญกว่าเรื่องที่เธอตื่นขึ้นมาตอนเช้าในห้องของเขาและเขากอดเธออยู่ สำคัญกว่าคำอธิบายว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง เรื่องกล่องใบนั้น มันสำคัญกับเขา....มากขนาดนั้นเลยเหรอ??...  เธอหันหน้ากลับมามองเขาให้เต็มตาอีกครั้ง นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้มองดวงตาคู่นั้นชัดๆ ใกล้ๆ  ดวงตาที่ไม่เคยมองมาที่เธอ ....ไม่เคยมีไว้เพื่อเธอ คิดถึงตรงนี้ความรู้สึกเจ็บแปลบมันเกิดขึ้นข้างในใจน้ำตารื้นจนต้องรีบเบือนหน้าไปอีกทาง
"เปล่า....ไม่ได้บอกอะไรใครทั้งนั้น..." อัญญากัดฟันตอบในสิ่งที่เขาถามและหันกลับมามองหน้าเขาอีกครั้ง มันยากที่จะซ่อนความเจ็บเอาไว้ "แค่นี้ใช่มั้ยที่อยากรู้.... ตอนนี้รู้แล้วก็ไปซะที เรามีธุระที่ต้องทำ..."
"แต่ว่า...ทำไม...?..." เขาพยายามจะถามต่อ แต่เธอตัดบท
"ไม่ต้องมาถามอะไรอีก...ถ้านายไม่ไป เราไปเอง...!" เธอชักสีหน้าและเดินหนีไป ทิ้งให้อีกฝ่ายยืนอึ้งอยู่อย่างนั้น
เธอเดินจ้ำอ้าวหนีออกมาจากสถานการณ์ที่แสนจะเจ็บปวดมาหลบตัวทรุดกองลงกับพื้นในห้องเล็ก ๆ ห้องหนึ่งของบ้านทากะยาม่าซังโดยไม่รู้ตัว น้ำตาพร่างพรูออกมาจากหัวใจที่รู้สึกเหมือนกำลังจะค่อยๆ ตายลงไป ภาพเก่า ๆ ย้อนคืนมาย้ำให้ยิ่งปวดใจ เธอหลงคิดมาตลอดว่าคงจะมีสักวันที่เขาจะมาอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนั้น เธอพยายามคิดว่าหากเขาจะบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะเขาก็เมาเช่นกันและการที่เขาแสดงความห่างเหินต่อเธอนั้นเป็นเพราะเขาไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบ หรืออะไรก็ตาม ขอแค่เป็นเรื่องระหว่างเขากับเธอ ...อะไรก็ได้ทั้งนั้น.... แม้เธอจะไม่พร้อมรับความเจ็บปวดก็จะพยายามเตรียมใจรับฟัง !!! แต่นี่มันคืออะไร....เรื่องมันผ่านมานานเท่าไหร่....เมื่อเขาและเธอได้กลับมาพบกันอีกครั้งสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจของผู้ชายคนนั้นกลับมีเพียงเรื่องเดียว.... ' ไอ้กล่องบ้านั่นมันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ!! ' ในความมืดมิดน้ำตาไหลล้นออกมาอาบแก้ม ความเจ็บปวดกำลังกัดกินหัวใจให้ยิ่งเจ็บช้ำ เจ็บจนไม่อยากจะหายใจ
เวลาแห่งความเจ็บปวดมันช่างดูเนิ่นนาน... '  แต่ต่อให้เจ็บจนเจียนตายเธอก็ยังต้องอยู่ตรงนี้สินะ '  เสียงของความคิดเรียกให้เธอตื่นจากอดีต เธอปาดน้ำตา สุดหายใจเข้าเต็มปอด เรียกความเข้มแข็งกลับคืนมา

"ตายแล้ว!... ลืมไปซะสนิทเลย คุณเคนจิสั่งให้จัดอาหารไปให้ที่เรือนญี่ปุ่น...หล่อนไม่เตือนชั้นบ้างเลย ต๊าย ตาย ๆ ๆ... " เสียงเอะอะด้านนอกห้องดังขึ้น
"..ขอโทษค่ะ ก็มัวแต่จัดอาหารให้ทางห้องจัดเลี้ยง...แต่เอาไปตอนนี้ก็น่าจะยังทันนะคะ เอ่อ....จัดเซ็ตใหญ่ไป 4 เซ็ตเลยดีมั้ยคะ เผื่อคุณเคนจิ เผื่อ...คนนั้นด้วย ..." อีกฝ่ายถามขึ้น หญิงสาวในมุมมืดเงี่ยหูฟังอย่างสนอกสนใจ สะดุดตรงคำว่า 'คนนั้น'  ...หรือว่า จะหมายถึง ณัธ !
"อืม ดี ๆ ... รีบไปเตรียมกันเลย ป่านนี้คงหิวแย่แล้ว...." น้ำหนักฝีเท้าห่างออกไปทางห้องครัวด้านหลังตึกจนเงียบไปในที่สุด ในความมืด อัญญาได้สติกลับคืนมาอีกครั้ง นึกถึงโอกาสที่จะได้จัดการภารกิจสำคัญให้เสร็จสิ้นได้เสียที เธอรีบเปิดประตูแล้วเดินตรงไปทางด้านระเบียงหลังอาคารมุ่งหน้าสู่ห้องครัว
"อัญญา!... คุณ...อัญ!"  น้ำเสียงคุ้นหูตะโกนไล่หลังมา นี่แผนการของเธอจะต้องสะดุดอีกสักกี่ร้อยครั้งล่ะเนี่ย!...' โอ้ย!!!..อีกแล้วเหรอ! คราวนี้อะไรอี๊ก!' เจ้าตัวกระฟัดกระเฟียดโมโหกับจังหวะของชีวิตที่ไม่เป็นใจให้เธอจัดการภารกิจได้สำเร็จเสียที เธอหันกลับไปตามเสียงเรียกของอาทิตย์  " หายไปไหนมา...คุณไตรให้มาตาม เราจะกลับกันแล้ว....."
'ห๊ะ!!!! จะกลับแล้ว?... '  ภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มตอบรับคำสั่งที่กลับพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังเท้าแบบเหี้ย ๆ  ทำเอาช็อคหนักมาก เลือดในตัวกำลังเดือดพล่าน 'ไอ้อัญ....คิด ๆๆ ๆ.. ทำไงดี ๆ '
"เอ้อ..โอเค งั้น อัญต้องไปเก็บเอกสารก่อน..." เธอลองหาทางยื้อเวลาด้วยข้ออ้างบ้านๆ
"ผมจัดการเรียบร้อยแล้ว กระเป๋าคุณอยู่ในรถ...อ้อ...นี่โทรศัพท์ของคุณ " เขายื่นโทรศัพท์มือถือของเธอให้และผายมือเชิญให้เดินกลับไปทางห้องจัดเลี้ยง เธอจำใจต้องเดินนำหน้าออกไป แต่ก็ยังไม่วายได้ไอเดียเด็ดๆ ความคิดทำงานเร็วกว่าแสง เธอกดโทรศัพท์โทรออกทันที "....เกรซ..." เธอเรียกชื่อปลายสายเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ "แกอยู่ไหน..? ....เออน่า...อยู่ไหน บอกมาก่อน..." ปลายสายยึกยักไม่ยอมให้ข้อมูลง่าย ๆ " ห๊ะ..! ไปไหน..ทำไมอ่ะ..ตั้งแต่เมื่อไหร่...?.." เสียงเธอจ๋อยสนิทเมื่อรู้ว่าโยชิและเกรซเพิ่งออกไปก่อนหน้านี้เอง {..มีอะไรอ่ะ แต่ว่าชั้นไม่ว่างหรอกนะ...อยู่กับคุณโย...ควิๆๆ....} เกรซน้ำเสียงเริงร่ารีบอวดว่าเธอกำลังมีความสุขขนาดไหนที่ผู้ชายชวนไปสวีทกันต่อ  ได้ฟังน้ำเสียงกวนประสาทไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนอะไรกับใครแบบนั้นแล้วมันปรี๊ด ' มันน่า...นัก ทำไมไม่อยู่นี่วะ จะได้หาข้ออ้างอยู่ต่อได้ไงเล่า ปัดโธ่เอ๊ย !!! ' เธอกดวางสายและเดินไปด้านหน้าห้องจัดเลี้ยงอย่างจำใจ ถอดใจ หนักใจและเหนื่อยใจ แต่ก็หมดหนทางจะยื้อแล้วจริง ๆ

ไตร อัญญา ณพัฒ และอาทิตย์ ขอบคุณทากะยาม่าซังที่เป็นเจ้าภาพจัดงานและดูแลเป็นอย่างดี ทากะยาม่าซังยังคงยืนยันว่าโยชิเป็นคนจัดการทุกอย่างเพียงแต่สุดท้ายก็ยังไม่อยู่รอส่งแขกจึงถือว่ายังทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ เขาขอโทษทุกคนในเรื่องนี้อย่างเป็นจริงเป็นจัง  ' ..นี่ขนาดลูกนะ...คนญี่ปุ่นนี่ความคาดหวังสูงจังแฮะ เพราะแก ไอ้เกษ...ทำให้คนอื่นเค้าเสียงาน....' เธอนึกโทษเพื่อนตัวเอง
ในที่สุดเวลาแห่งความวุ่นวายก็สิ้นสุดลงพร้อมกับภารกิจช่วยเหลือตัวประกันที่ยังไม่สำเร็จ .......แต่หากไม่นับเรื่องนี้ เรื่องอื่นทุกเรื่องก็จบลงอย่างสวยหรู ไตรพอใจในผลงานของทีมและให้อาทิตย์เตรียมดำเนินงานในขั้นต่อไปทันที ณพัฒและอัญญาได้รับสคริปต์งานให้กลับไปเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้เช่นกัน หลังจากที่รับคำสั่งสำหรับงานวันพรุ่งนี้เรียบร้อยแล้วณพัฒลาไตรและทุกคน เขามองเธออีกครั้งก่อนแยกย้ายไป แววตาของเขาเปลี่ยนไปจากที่เคย ....ระหว่างทางกลับ เธอครุ่นคิดถึงแววตาคู่นั้นแล้วรู้สึกยังไงพิกล  '...มองแบบนั้น...หมายความว่าไงอ่ะ...อ๋อ นี่เหวี่ยงชั้นเหรอ? ที่ชั้นไม่ได้บอกเรื่องไอ้กล่องบ้านั่น....' เธอคิดเองเออเอง แต่สิ่งที่เธอคิดก็ไม่ได้ห่างไกลจากความรู้สึกของอีกฝ่ายเท่าไรนัก เธอรู้จักเขามานานพอที่จะคาดเดาจากแววตาของเขาได้ ' .....คิดว่าชั้นจะคาบไปบอกให้ล่ะสิ .... ฝันไปก่อนเหอะ  ถ้าไม่ยอมเคลียร์เรื่องของชั้น เรื่องนั้นก็อย่าหวังเลย!!!..... ' อัญญากำลังปรี๊ดแตกระดับความโกรธชัดเจนขั้นสุด ไตรรู้สึกถึงรังสีอมหิตที่แผ่ปกคลุมภายในรถเขาจึงเลือกที่จะสังเกตการณ์อยู่นิ่ง ๆ รอให้เธอปรับอารมณ์เองน่าจะปลอดภัยสำหรับทุกฝ่าย กว่าจะสงบอารมณ์ลงได้ รถก็แล่นออกไประยะหนึ่ง เธอจึงนึกถึงภารกิจที่ยังไม่สำเร็จตามแผนที่วางไว้ ความรู้สึกผิดแล่นเข้ามาแทนที่ โทรศัพท์ในมือก็มีแสดงเตือนสายโทรเข้าอีกครั้งแล้วครั้งเล่า ข้อความแจ้งเตือนสายที่ไม่ได้รับกว่าร้อยครั้งและยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ..... ความยุ่งยากกำลังรอเธออยู่ข้างหน้า แต่เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ยังไงซะเธอก็ต้องหาทางออกที่ดีที่สุดให้ได้   '...ณัธ อดทนอยู่ที่นี่อีกคืนนึงนะ พรุ่งนี้ชั้นจะมาช่วยแกออกไปให้ได้ ....ชั้นจะช่วยแกให้ได้ ไม่งั้น...ชั้นได้จบเห่แน่ๆ เลย.....!!!.... '


ที่หน้า The Maze ผับดังใจกลางเมือง รถสปอร์ตคันงามแล่นฝ่ากลุ่มคนเข้ามาจอด สายตาทุกคู่จับจ้องรอดูว่าคนที่อยู่ในรถคันนั้นเป็นใคร ณพัฒเปิดประตูรถแล้วเดินผ่านกลุ่มผู้คนที่ยืนรวมกันอยู่ด้านหน้าผับท่าทางไม่แยแสสายตาพวกสาว ๆ ที่ยืนกรีดกรายอยู่แม้แต่น้อย
"พี่พัฒ?" สาวขายาวขาวสวยหมวย....เรียกเขาเสียงดังฟังชัดและโบกมือให้จากด้านประตูทางเข้า เขาเดินเนือย ๆ ไปสมทบ แพรวเห็นอาการของชายหนุ่มแล้วขัดใจแต่ยังเห็นแก่ใบหน้าหล่อบาดใจสาว จึงเดินตรงเข้าไปคว้าแขนลากเขาไปแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้รู้จัก
"แหม พี่พัฒ อย่าทำหน้าแบบนี้สิคะ นาน ๆ จะเจอกันซะที ทำหน้าแบบนี้แพรวเสียใจนะ..." แพรวมองเขาเหนื่อย ๆ แต่ก็ยังฮึดสู้ แนะนำเพื่อนๆ ให้เขารู้จัก "คุณเพื่อนๆ  สาว ๆ จ๊ะ นี่ พี่พัฒ ...พี่พัฒคะ นี่เพื่อนๆ แพรวค่ะ... " เขายิ้มทักทายทุกคนตามมารยาทแต่เมื่อเข้าไปด้านในผับแล้วเขาก็ขอตัวแยกจากสาว ๆ ไปนั่งอยู่ที่บาร์คนเดียวอีกตามเคย แพรวก็ไม่คิดจะรั้งเขาไว้เช่นกันเพราะถึงเขาจะหล่อและเท่บาดใจขนาดไหน ณพัฒก็ไม่ใช่ผู้ชายของเธอแต่เป็นเพียงลูกชายของเพื่อนพ่อซึ่งเธอนับถือเป็นพี่ชายก็เท่านั้นเอง ถ้าเขามานั่งร่วมโต๊ะจริง ๆ หนุ่มคนอื่นคงไม่กล้าต่อกร แบบนี้ทั้งเธอและเพื่อน ๆ ได้นกกันหมดแน่ ......ฉะนั้น ปล่อยให้เขาแยกไปแบบนั้นดีที่สุดแล้ว........
ส่วนสาว ๆ ที่ยืนจับกลุ่มอยู่ด้านนอกผับ เมื่อชวดจากพ่อเทพบุตรสุดหล่อคนก่อนไปแล้ว หล่อนทั้งหลายก็ยังสอดส่องหาเหยื่อต่อไป ไม่นานนัก รถยนต์คันงามสนนราคาแปดหลักแล่นเข้าฝ่าผู้คนเข้ามาจอดเทียบ สายตามทุกคู่ต่างจับจ้อง เพียงแต่ว่าเจ้าของรถคันที่เพิ่งแล่นเข้ามาจอดเขาไม่ได้มาคนเดียว     โยชิลงจากรถและอ้อมไปเปิดประตูให้ตุ๊กตาหน้ารถคนสวย เกรซเพียงแค่ก้าวลงจากรถก็รับรู้ได้ถึงพลังอมหิตแผ่มาจากทุกทิศทาง เธอหันไปส่งตาหวานหยดและยิ้มยั่วยวนให้กับคู่ควงเป็นการประกาศความเป็นเจ้าของ  เขาขยับเข้ามาจับมือเธอแล้วพาเดินเข้าไปข้างใน เกรซยิ้มเชิดหน้าเดินกรีดกรายผ่านสายตาที่จับจ้องมาที่เขาและเธอด้วยความอิจฉา  นั่นหมายความว่า คืนนี้...เธอคือผู้ชนะที่เลอค่าที่สุด ฮ่าๆๆๆ ...ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะทำเพื่อเธอได้ขนาดนี้ แค่เธอออเซอะและบอกว่าคืนนี้จะต้องกลับเร็วหน่อยเพราะพรุ่งนี้มีงานแต่เช้า เขาก็ยอมเสียมารยาทไม่อยู่รอส่งแขกเพื่อที่จะได้มีเวลาอยู่กับเธอมากขึ้นอีกหน่อยก่อนที่จะส่งเธอกลับห้องและเขาก็พาเธอมาเปิดตัวที่นี่  '.... สวยมั้ยให้ทาย....'
บรรยากาศแสงไฟสีด้านในผับและเสียงเพลงดังจนพื้นสะเทือนดึงดูดให้นักท่องราตรีต่างเบียดเสียดกันเข้ามาหาความสำราญกันไม่ขาดสาย ณพัฒนั่งดื่มอยู่ที่บาร์ปล่อยความคิดไปไกลจากความวุ่นวายรอบข้าง ส่วนแพรวและกลุ่มเพื่อนรวมตัวบริหารเสน่ห์อยู่ที่ระเบียงชั้นสอง ...... แพรว ลูกสาวคนเดียวของเจ้าของโรงแรมหรูติดแม่น้ำเจ้าพระยาก็กำลังเป็นที่หมายปองของหนุ่ม ๆ อยู่เช่นกัน เพียงแต่ว่า....เธอไม่สนใจแม้แต่น้อย เพราะสำหรับเธอแล้ว ผู้ชายที่เธอต้องการก็คือ ทากะยาม่า โยชิ คนเดียวเท่านั้น และตอนนี้ เขาก็กำลังเดินผ่านประตูเข้ามาพร้อมกับหญิงข้างกายที่ไม่ใช่เธอ โยชิเดินผ่านเข้าประตูมาพร้อมกับเกรซ สาวผิวเข้มคนเดียวกันกับคนที่เธอได้พบเมื่อวานนี้ ทั้งคู่เดินผ่านส่วนกลางของผับเข้าไปโซนด้านหลังบู้ทดีเจ จากระเบียงชั้นสองในมุมที่เธอนั่งอยู่สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้านล่างได้อย่างชัดเจน เธอเชิดหน้ายกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบและฝืนกลืนลงคออย่างยากเย็น 

โยชิและเกรซเดินผ่านบาร์และบู้ทดีเจเพื่อเชื่อมไปยังพื้นที่โซนไพรเวทของผับซึ่งถูกจัดเอาไว้บริการแขกคู่รักหรือลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัว เขาเดินนำเข้าไปจัดการสั่งเครื่องดื่มให้กับเธอ ส่วนเกรซ.... เธอเดินผ่านบาร์และปรายตามองหนุ่มหล่อมาดเข้มที่กำลังนั่งดื่มอยู่ลำพัง เธอลากมือผ่านแผ่นหลังของเขาแผ่วเบา ณพัฒวางแก้วลงและหันกลับมามองเธอช้า ๆ เธอส่งสายตายั่วยวน เขาก็มองตอบอย่างชัดเจนเช่นกัน สายตาประสานตาแบบไม่มีใครยอมใครจนกระทั่งเป็นเธอเองที่เปลี่ยนแววตาและสะบัดบ๊อบให้เขาแล้วเดินจากไป ณพัฒหัวเราะในลำคอ '....มากับลูกชายทากะยาม่าซังก็ยังจะกล้าเล่นแผลง ๆ นะเรา...' เกรซเป็นผู้หญิงที่กล้ามากและทำได้ทุกอย่างจนบางทีก็ชักไม่แน่ใจว่าเธออาจจะคิดอะไรกับเขา.... รึเปล่า ? แต่เมื่อเวลาผ่านไปจึงรู้ว่าเป็นเพียงการเล่นขำ ๆ อย่างเพื่อนกัน ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องรับมือกับความเซ็กซี่ระดับตัวท็อปแบบนี้อย่างไรเหมือนกัน เขาหันกลับมาใส่ใจกับแก้วเครื่องดื่มที่วางอยู่ตรงหน้าโดยไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นถูกเก็บบันทึกเป็นคลิปและถูกส่งไปยังมือถืออีกเครื่องหนึ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โยชิ วางโทรศัพท์ลงที่โต๊ะ แววตาแปลกไปจากเดิม .............. จนเกรซเดินมานั่งข้าง ๆ พร้อมกับเครื่องดื่ม เธอหยิบแก้วยื่นให้เขาพร้อมกับส่งสายตาหวานๆ ให้ เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้มองดูเธอไม่วางตา เกรซยิ้มอย่างผู้ชนะ คืนนี้เป็นคืนของเธอจริง ๆ  

ค่ำคืนอันสุขสันต์ของเหล่าผีเสื้อราตรีที่เริงร่าท้าแสงไฟยังดำเนินต่อไป แพรวกลับไม่สามารถละสายตาจากมุมทางเดินข้างบู้ทดีเจซึ่งพนักงานเดินนำโยชิและเกรซเข้าไปเมื่อหลายสิบนาทีก่อนหน้านี้ ถ้าเธอไม่ถูกสั่งเอาไว้ว่าห้ามแตะต้องสองคนนี้เด็ดขาดเธอคงจะไม่ยอมนั่งเฉยแบบนี้แน่
"แพรว..! " หนึ่งสาวในกลุ่มเพื่อนเพิ่งเดินกลับขึ้นมาจากชั้นล่าง "นี่.. แกต้องไม่เชื่อแน่ ว่าชั้นไปเจอใครมา ..."  เธอปล่อยประโยคกระตุ้นต่อมเผือกของสาว ๆ ในกลุ่มและก็ได้ผล ทุกคนรุมเข้ามาเสนอหน้าและเตรียมตัวเผือกทันที  " ชั้นเจอโยชิแหละแก !! กำลังคุยกับใครก็ไม่รู้ เหมือนกำลังจะกลับแล้วอ่ะ.....แต่มาเที่ยวทั้งที ไมเค้าไม่มากะแกอ่ะแพรว..... "  นางวางระเบิดส่งท้ายประโยค
"....เอ่อ...." แพรวสูดหายใจยาว ๆ ข่มความรู้สึก แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร
"เอ้ย!! นั่นไงแก ..." เพื่อนสาวสายแบ๊วตาไว เห็นชายหญิงคู่หนึ่งกำลังเดินตรงไปทางประตูผับ " นั่นๆ..ดูข้างหลังยังรู้เลยว่าโยชิแน่ ๆ ... ว๊าย! จับมือใครอยู่อ่ะ โอบเอวด้วย!!!...ออกประตูไปแล้ว!!!" เธอสาธยายตามเหตุการณ์อย่างมีอารมณ์ร่วม สายตาทุกคู่สอดส่องหาเป้าหมาย ที่หน้าประตูผับมีลูกค้าเดินเข้าออกดูวุ่นวาย แสงไฟสลัวทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก
"หล่อน! .....พวกแกนี่ " แพรวหาทางออกให้ตัวเอง เธอจำได้ดีว่าผู้ชายคนนั้นคือโยชิแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาสาวความให้ยืดยาว "เห็นแค่ด้านหลัง พูดเป็นตุเป็นตะไปได้ ..แกก็เหมือนกัน" เธอหันขวับมาอย่างเอาเรื่อง "แน่ใจเหรอว่าที่แกเห็นน่ะเป็นโยชิ แกเห็นหน้า.. หรือว่าได้เดินเข้าไปทักเค้ามะ ?"  เธอเชิดหน้าเสี่ยงยิงคำถาม
"....แกอ่ะ...บ้าเหรอ...ใครจะกล้าเข้าไปทักล่ะ" นางอ้อมแอ้มตอบไม่เต็มเสียง  "แต่...เค้าเหมือนโยชิจริง ๆ นะ ..เอ่อ...คือ..." เพื่อน ๆ หันมองคาดโทษเป็นตาเดียว
"แค่เหมือนเหรอ โธ่! นึกว่าเจอจัง ๆ ....แค่นี้ยังกล้าคาบข่าวมาเม้านะแกนี่..." เพื่อน ๆ กลุ่มเผือกพากันโวยวาย แพรวถอนหายใจโล่งอกแกล้งยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบเพื่อปกปิดอาการพิรุธ งานนี้เธอรอดตัวไปได้อย่างหวุดหวิดแต่ขณะที่นั่งปั้นหน้าสวยเชิดอยู่นั้น ในใจกลับร้อนรุ่มอดคิดไม่ได้ว่าคืนนี้สองคนนั้นจะไปลงเอยกันที่ไหน?!

รถแล่นเข้ามาจอดใกล้ประตูทางเข้าด้านข้างอาคารชุดฝั่งติดกับแม่น้ำ มองเห็นผิวน้ำกระเพื่อมสะท้อนแสงไฟระยิบระยับที่ส่องมาจากข้างทางด้านกำแพงสนามกีฬาที่ทอดยาวสุดทางโค้งของถนนสายนี้ยามค่ำคืนไม่มีผู้คนพลุกพล่านเหมือนที่ที่ทั้งสองคนเพิ่งจากมา และนั่นเป็นเหตุผลที่เธอให้เขามาส่งถึงที่นี่แทนที่จะเป็นห้องเช่าฝั่งตะวันตก ที่นี่ไกลกว่า เงียบกว่า และบรรยากาศก็ดีกว่า อีกอย่าง หากให้ไปส่งที่ห้องที่เธออยู่คนเดียวแบบนั้น เธอกลัวว่าถ้าเกิดอดใจไม่ไหวยอมให้เค้าขึ้นไปส่งถึงห้องขึ้นมา ก็จะดูง่ายเกินไป เดี๋ยวจะเสียราคา....   
โยชิและเกรซนั่งสบตากันอยู่ในรถ เธอรอดูว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรแต่โยชิกลับดูมีความสุขกับการได้นั่งมองหน้าสวย ๆ ของเธอไปแบบนั้นจนเธอเริ่มรู้สึกว่าใบหน้าเริ่มร้อนๆ ยังไงบอกไม่ถูก
"...เอ่อ...ขอบคุณนะคะ ที่มาส่ง...และก็..ขอบคุณสำหรับคืนนี้...กู้ดไนท์ค่ะ....." เกรซยิ้มหวานหยด ส่งสายตาฉ่ำยั่วอีกฝ่ายก่อนที่จะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ เธอไม่ได้คิดที่จะลงไปจากรถแต่ต้องการเช็คปฏิกิริยาของฝ่ายชายมากกว่า โยชิคว้าแขนเธอเอาไว้ทันที
"คะ!??" เกรซชะงักนิ่งอยู่อึดใจหนึ่งก่อนที่จะหันมาสบตาเขาแววตาใสๆ แต่ในใจกระหยิ่ม โยชิรู้ทันจริตของเธอแต่กลับชอบใจที่เห็นเธอเรียกร้องความสนใจจากเขาแบบนี้
"...ผมก็ยอมมาส่งเกรซเร็วกว่าเมื่อวานแล้วนะ...อยู่ต่ออีกแป๊บนึงนะครับ" ไม่พูดเปล่า เขาดึงมือเธอไปกุมไว้และขยับเข้ามานั่งใกล้กว่าเดิม เธอลืมตัวยื้อเอาไว้เล็กน้อยไม่ได้จะขัดแต่มันเขินจนทำตัวไม่ถูก และหากเธอขยับถอยห่างออกมาเขาก็ต้องจับได้ว่าเธอประหม่า ' ถ้างั้น....ก็ต้องขยับเข้าไปใกล้สินะ.... ' ไม่คิดเปล่า เกรซหันหน้าและขยับกลับเข้ามานั่งใกล้เขาจนตอนนี้ใบหน้าของทั้งสองคนอยู่ห่างกันแค่คืบ
"ไม่อยากให้ไปขนาดนั้นเลยเหรอคะ ? "  เธอเชิดหน้าถามด้วยน้ำเสียงแก่นเซี้ยวหวังจะหยอกเล่นเพื่อกลบความประหม่าของตัวเอง แต่สายตาที่จ้องมองเธออยู่กลับทำให้เธอตกอยู่ในภวังค์ ความรู้สึกเหมือนเวลาหยุดเดินและโลกทั้งใบหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้า ใบหน้าของเขาเลื่อนใกล้เข้ามาจนรู้สึกถึงลมหายใจของเขาและเธอประสานเข้าด้วยกัน เกรซรู้สึกถึงฝ่ามือที่ร้อนผ่าวทาบแตะลงตรงต้นคอของเธอแผ่วเบาแต่หนักแน่นเหมือนมีพลังบางอย่างกำลังรั้งให้เข้าไปใกล้เขาทีละนิด ใจเธอเต้นแรงจนต้องหลับตาลง เขาก้มหน้าเข้ามาใกล้จนช่องว่างระหว่างเธอกับเขาแปรเปลี่ยนเป็นสัมผัสอันอบอุ่นที่เขามอบให้และเธอยินดีรับไว้เต็มหัวใจ

--------------------------------------------------------------------------

ที่โซนล็อปบี้ทางเข้าด้านหน้าอาคาร ป่านผุดลุกผุดนั่ง ชะเง้อมองไปทางด้านถนนทางเข้ารอการกลับมาของอัญญาอย่างกระวนกระวายใจ เธอพยายามประคองตัวเองไว้แต่ยังดูมึน ๆ ใบหน้าที่ดูเหน็ดเหนื่อยซีดเซียวจนไม่น่าเชื่อว่าเธอเพิ่งผ่านการนอนหลับสนิทด้วยฤทธิ์ยามากว่าสิบชั่วโมง ความรู้สึกสุดท้ายขณะที่มีสติก็คือเธอกำลังเล่าเหตุการณ์ที่ณัธถูกจับตัวไปให้อัญญาฟัง แต่เมื่อเธอรู้สึกตัวก็พบว่าตัวเองนอนกองอยู่ที่พื้นห้องเพียงคนเดียว หลังจากกระเสือกกระสนพาตัวเองเข้าไปล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นขึ้นแล้วจึงพยายามหาทางติดต่ออัญญา ซึ่งกว่าเธอจะตามหาโทรศัพท์ที่วางอยู่ใต้หมอนและเสียบชาร์จแบตเตอรี่และลองเปิดดูจึงรู้ว่าโทรศัพท์พอจะมีแบตเตอรี่เหลือให้พอใช้งานได้อีกนานเวลาก็ล่วงเลยไปจนมืดค่ำ และไม่ว่าจะพยายามติดต่อไปด้วยช่องทางไหน ก็ไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยยิ่งทำให้เธอร้อนใจแทบบ้า หากไม่กลัวว่าคนรักจะเป็นอันตราย เธอคงขอให้พลอยติดต่อกับสารวัตรภูมิให้หาทางช่วยไปแล้ว เธอทั้งเครียดและเสียใจแต่ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร เวลาล่วงเลยมาจนดึกดื่นแต่ยังไม่มีวี่แววว่าอัญญาจะกลับมาเสียที
ที่มุมรั้วหน้าทางเข้าอาคาร สายตาคู่หนึ่งเฝ้ามองดูเหตุการณ์อยู่ในเงามืดราวกับเสือที่กำลังซุ่มรอโอกาสโจมตีเหยื่ออันโอชะ เพียงแต่..เขาไม่ใช่เสือแต่เป็นผู้กองฐา ในชุดแต่งกายนอกเครื่องแบบที่เพิ่งถูกเรียกตัวกลับมาประจำในท้องที่เดิมหลังจากถูกย้ายไปประจำอยู่ต่างจังหวัดเสียหลายปี ด้วยสัญชาตญาณของตำรวจทำให้รู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นและกำลังรอดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป


โยชิรอส่งเกรซขึ้นลิฟท์เรียบร้อยแล้วจึงเดินกลับมาขึ้นรถ ชายหนุ่มนั่งนิ่งคิดถึงบางเรื่องด้วยแววตาขุ่นเคือง ความรู้สึกขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในใจทำให้เขาหงุดหงิดอย่างช่วยไม่ได้ การทำตามคำสัญญามันไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้เพราะตอนนี้มันมีอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไป .......เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูคลิปวีดิโอและรูปภาพที่ส่งมาจากลูกน้องคนสนิทเพื่อย้ำการตัดสินใจของตัวเอง โยชิเปิดคลิปวีดิโอที่ถูกส่งมาล่าสุดอีกครั้ง ...ในคลิป เกรซกำลังเอามือลูบไล้ผ่านแผ่นหลังชายคนหนึ่ง ไม่เพียงแค่นั้นเธอหันไปส่งสายตาและรอยยิ้มยั่วยวนให้เขาขณะที่เดินผ่านเขาไป  ชายหนุ่มนึกถึงคำบอกเล่าที่ได้ยินมา [ ผู้หญิงคนนั้นเค้าไม่ใช่คนดีอะไรหรอกนะโย ...เค้าไม่สนหรอกนะว่าผู้ชายจะมีเจ้าของแล้ว ถ้าเค้าจะเอา...เค้าก็ไม่แคร์หรอกว่าใครจะเสียใจ.... ] ......ถ้าเป็นแบบนั้น เกรซก็อาจจะเห็นเขาเป็นแค่ตัวเลือกอีกคนเท่านั้นก็ได้ แต่คนอย่างเขาไม่ใช่คนที่จะยอมเป็นคนที่ถูกเลือกอยู่ฝ่ายเดียว ชายหนุ่มกำโทรศัพท์แน่นด้วยความโกรธแววตาของเขาเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นมาทันที
ทากะยาม่า โยชิ  ขับรถออกมาจากที่จอดรถใต้อาคารวนผ่านด้านหน้าตึกและออกไปด้านประตูทางออก แสงไฟจากรถยนต์ของเขาสาดส่องไปทำให้เห็นใบหน้าและแววตาที่มุ่งมั่นของผู้กองฐายังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ในวันที่เขาถูกเรียกตัวให้กลับมาประจำการที่นี่อีกครั้ง เขาได้ปฏิญาณไว้แล้วว่าเขาจะต้องเปิดโปงเสี่ยหยางให้สำเร็จให้ได้  สายตาของเขาจับจ้องไปที่หญิงสาวที่ผุดลุกผุดนั่งท่าทางร้อนรนอยู่หน้าล็อปบี้ด้วยรอยยิ้มดุดัน เขามีลางสังหรณ์ว่าเวลาที่เขารอคอยมันใกล้จะมาถึงแล้ว


ป่านเห็นแสงไฟจากรถยนต์ที่แล่นผ่านมาจึงรีบวิ่งออกมาดูที่ด้านนอกอาคารแต่ก็ต้องผิดหวัง เธอเดินวนไปมาอย่างกระวนกระวายใจแล้วยังต้องพยายามต่อสู้กับฤทธิ์ยากล่อมประสาทที่คงค้างอยู่ในร่างกาย ทำให้เธอรู้สึกเหมือนจะขาดสติได้ทุกเวลา เธอเดินออกไปจนเกือบถึงหน้าประตูรั้วแต่ก็ไม่มีวี่แววของอัญญา ขณะที่หันกลับมาก็รู้สึกเหมือนจะเป็นลมและเกือบทรุดลงไปกองกับพื้นเพียงแต่ว่ามีคนช่วยประคองเธอเอาไว้ได้ทัน เขาประคองเธอกลับเข้ามานั่งพักด้านในอาคาร ป่านรีบขอบคุณที่เขามีน้ำใจ เธอรู้สึกคุ้นหน้าเหมือนเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน จะว่าเป็นคนที่เช่าห้องพักอยู่ที่นี่ก็ไม่น่าใช่จึงถามดูทำให้รู้ว่าเขาคือผู้กองฐา เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำท้องที่นี้ เธออาจจะเคยได้เจอเขาแถว ๆ ผับของเฮียเคี้ยงก็เป็นได้ เขาเห็นว่าป่านมีท่าทีสนใจเมื่อรู้ว่าเขาเป็นตำรวจจึงทำทีสอบถามและพยายามเสนอให้ความช่วยเหลือ แต่อีกฝ่ายยังลังเล เธอกลัวว่าหากบอกตำรวจอาจจะทำให้ณัธมีอันตรายแต่หากปล่อยไว้ให้นานกว่านี้แล้วถ้าเกิดณัธเป็นอะไรไปเธอจะทำอย่างไร เขาได้โอกาสจึงแกล้งเสนอไปว่าหากเป็นเรื่องที่สามารถจัดการได้ด้วยตัวเขาเอง เขาจะช่วยเธอโดยที่ไม่ให้เรื่องรู้ไปถึงคนอื่นเด็ดขาดแต่ว่าเธอจะต้องเล่ามาก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาสัญญาว่าจะเก็บไว้เป็นความลับ ป่านจึงตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟัง
เมื่อได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดสัญชาตญาณแห่งผู้พิทักษ์สันติราชก็ถูกปลุกให้ตื่น เลือดในกายเดือดพลุ่งพล่าน งานนี้มันยิ่งกว่าเหนือความคาดหมาย ตลอดเวลาเขาเฝ้าหาโอกาสเอาผิดเสี่ยหยางและไตรในข้อหาขนของเถื่อนแต่ไม่เคยทำได้สำเร็จ เขาเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการพยายามตามสืบเรื่องนี้จนเสียงานและต้องถูกย้ายไปประจำ สน.ต่างจังหวัดเสียหลายปีกว่าจะหาทางกลับเข้ามาประจำในท้องที่นี้ได้อีกครั้ง ตั้งแต่วันแรกที่กลับมาเขาก็พยายามสืบเสาะหาข่าวอยู่ที่ผับของเฮียเคี้ยงซึ่งก็ยังไม่ได้อะไรคืบหน้า  แต่ตอนนี้เขากำลังจะได้จัดการทากะยาม่าซังยากุซ่าอันดับหนึ่งของเมืองนี้  เขารู้มาว่าเสี่ยหยางกำลังร่วมลงทุนในโปรเจคใหม่กับทากะยาม่าซังและการที่ทั้งสองคนนี้มีความเกี่ยวข้องกันในด้านธุรกิจต้องมีเงื่อนงำแอบแฝงอย่างแน่นอน หากเขาสามารถเล่นงานทากะยาม่าซังได้ก็เท่ากับว่าเขาได้เล่นงานเสี่ยหยางในคราวเดียวกัน ในที่สุดวันที่เขาจะกระชากหน้ากากของเสี่ยหยางก็มาถึง ' งานนี้เท่ากับว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ....ร้อยตำรวจเอกฐากูร นายตำรวจน้ำดีประจำเมืองจะได้มีโอกาสสร้างชื่อและทำเพื่อสังคมแน่ ๆ คราวเน๊.....!!! ฮ่าๆๆๆๆ' ผู้กองฐาดูจะมีอาการตื่นเต้นจนเกินปกติ สีหน้าที่เคลิบเคลิ้มไปกับภาพฝันของการได้ขึ้นรับเหรียญกล้าหาญที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ทำให้หญิงสาวตกใจเล็กๆ  
"คุณ..ผู้กองคะ!? ....ผู้กอง!! " เสียงของหญิงสาวปลุกเขาให้ตื่นจากฝันอันแสนหวาน ป่านจ้องเขาอย่างเอาจริงเอาจัง เขากลัวว่าป่านจะสงสัยจึงรีบหาทางชิ่ง
"...เอ่อ ถ้าอย่างนั้น ผมต้องขอตัวไปวางแผนและเตรียมการให้พร้อมก่อนเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วผมจะมาแจ้งให้คุณทราบ....." เขาพยายามทำเสียงปกติและเลี่ยงออกไป

นายตำรวจรีบร้อนจนไม่ทันระวังทำให้วิ่งตัดหน้ารถที่อาทิตย์ขับเข้ามาส่งอัญญาตรงด้านหน้าประตูทางเข้าตึก อาทิตย์เหยียบเบรคจนจมเท้าจนทำให้อัญญาและไตรที่นั่งอยู่ด้านหลังเสียหลัก อัญญาสายตาเฉียบไวทันได้เห็นว่าชายที่วิ่งตัดหน้ารถไปนั้นรูปร่างหน้าตาเหมือนเจ้ากรรมนายเวรที่เกาะแข้งเกาะขาตามติดเธออยู่ คงไม่แปลกถ้าจะเห็นเขาเดินเตร่อยู่แถวหน้าผับของเฮียเคี้ยง แต่ว่า' อิผู้กอง ?...มาทำอะไรที่นี่..?'  สีข้างเสียววาบรู้สึกถึงความยุ่งยากอะไรบางอย่าง  
ความคิดยังไม่ตกตะกอน รถก็จอดสนิทอยู่หน้าประตูทางเข้าอาคารที่พักของเธอ อัญญาขอบคุณไตรที่มาส่ง เธอรับคำสั่งเรื่องงานสำหรับพรุ่งนี้แล้วจึงลงจากรถมายืนรอส่งจนกระทั่งรถแล่นออกไป ในใจขุ่น ๆ อย่างไรบอกไม่ถูก แค่รู้สึกว่าหลายวันนี้ไตรงานยุ่งและดูเหมือนว่าเขาไม่มีเวลามาคอยเฝ้าห่วงเธอเหมือนเคย แต่ก็ช่างเถอะ เธอมีปัญหาสำคัญที่ต้องจัดการรออยู่ อัญญาหันหน้าเดินเข้าไปในอาคารแล้วต้องชะงักเมื่อเห็นป่านยืนกระสับกระส่ายอยู่ตรงล็อปบี้ 'นั่นไง...ซื้อหวยให้แม่นอย่างนี้หน่อยสิน่า...!เธอเชิดหน้าเรียกกำลังใจแล้วเดินเข้าไป
"ป่าน!....เฮ้ยแก..ลงมายืนทำไรตรงนี้วะ.." อัญญาปรับโทนเสียง ป่านเงยหน้ามองตามหาต้นเสียง สภาพใบหน้าอิดโรยขอบตาช้ำบวมจากการร้องไห้มาอย่างหนักทำเอาอีกฝ่ายใจเสีย
"แก!! แกหายไปไหนมาอ่ะ..." ปลายเสียงเครือ น้ำตาหยดแหมะราวกับสั่งได้ " ชั้นโทรหา ทำไมแกไม่รับโทรศัพท์อ่ะ...แล้วแกช่วยณัธออกมาได้แล้วใช่มั้ย แกช่วยเค้าได้แล้วใช่มั้ย ห๊ะ? ......" ป่านเอื้อมมือมารวบแขนของอัญญาเอาไว้และเขย่าพลางเค้นเอาคำตอบ อัญญาได้แต่ยืนนิ่ง เธอคงเป็นห่วงณัธมาก  ความคิดและคำพูดที่เรียบเรียงมาเพื่อแก้ตัวจุกอยู่ที่กลางอกด้วยความสงสารเพื่อนจับใจ
"แล้วนี่ เค้าอยู่ไหนอ่ะ เค้าเป็นไงบ้าง ? แก!! ณัธเป็นไงบ้างอ่ะแก...?? "  เธอปาดน้ำตาที่ท่วมตาไหลลงมาอาบแก้ม   
 "...."
"....แกยังไม่ได้ช่วยณัธใช่มั้ย...แกช่วยเค้าไม่ได้ใช่มั้ย? " เธอพยายามคาดคั้น อีกฝ่ายยังนิ่งไม่รู้จะต้องพูดอย่างไร  "...ไม่เป็นไร....ชั้นเจอคนที่จะช่วยณัธได้แล้ว..." ป่านโพล่งออกมา
"ห่ะ!!! " อัญญาเบิกตาโพลง อึ้งและไม่แน่ใจกับสิ่งที่ได้ยิน "แกว่าไงนะ ? ใครจะช่วยณัธได้...แกหมายถึงใคร...."
"เค้าเป็นตำรวจ...เมื่อกี้นี้ชั้นเหมือนจะเป็นลมแล้วเค้าเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน และ...เค้า...ถาม ชั้นเลยเล่าให้ฟัง แต่เค้าบอกว่าเค้าจะหาทางช่วยและจะปิดเป็นความลับ ณัธจะได้ไม่เป็นอันตรายนะแก..." ป่านพ่นออกมายาวเหยียด แววตามีความหวัง อัญญายังอึ้งหนัก รู้สึกถึงความยุ่งยากที่ขยับเข้ามาประชิด
"ใช่แล้วครับ ผมจะช่วยพวกคุณเอง..."  สิ้นเสียงนั่น อัญญาหันขวับไปมองทันที เหี้ย!!!!!..... เจ้าของเสียงคือผู้กองฐา เขามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ " คือ..คุณป่าน ทำกุญแจหล่นไว้น่ะครับ " เขาพูดต่อ และยื่นกุญแจห้องคืนให้เธอ อัญญายืนอึ้ง  ' อิผู้กอง!!!' ถ้างั้นคนที่วิ่งตัดหน้ารถเมื่อกี้ก็เป็นเขาจริง ๆ ด้วย เธอแทบอยากจะดิ้นให้ขาดใจตายไปตอนนี้เสียเลย นี่มันชักจะบ้าไปกันใหญ่แล้ว ทำไมอีตาผู้กองฐาถึงเข้ามายุ่งเรื่องนี้ได้??!!
"นี่แกอย่าบอกนะ ว่าบอกเค้าไปหมดแล้วอ่ะ? แกไปไว้ใจคนแปลกหน้าแบบนั้นได้ไง!? " อัญญาลากแขนป่านออกมาคุยสองต่อสองน้ำเสียงเอาเรื่องเพราะใจที่เดือดพลุ่งพล่านจนเริ่มคุมตัวเองไม่ค่อยได้
"..เค้าก็หน้าตาแปลกอยู่หรอก แต่เค้าเป็นตำรวจนะ แล้วเค้าก็บอกแล้วว่าจะปิดไม่ให้เรื่องถึงโรงพักไงล่ะ...." ป่านยืนยันรับความช่วยเหลือจากผู้กองทีวีแช้มป์เปี้ยน "แกจะได้ไม่ต้องไปเสี่ยงคนเดียวแล้วก็จะได้ช่วยณัธออกมาได้เร็วๆ ไง ชั้นเป็นห่วงเค้า...." มามุขเสี่ยงสั่นแบบนี้อีกแล้ว อัญญาถอนหายใจยาว พยายามคิดหาเหตุผลที่จะเกลี้ยกล่อมให้ป่านปฏิเสธความช่วยเหลือจากผู้กองฐา แต่เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วหากเขาเอาเรื่องนี้ไปรายงานสารวัตรภูมิเรื่องคงจะยิ่งไปกันใหญ่ จึงต้องยอมให้เขาช่วยภายใต้เงื่อนไขที่เธอกำหนดขึ้น
" ได้ ช่วยก็ได้..แต่ว่า ผู้กองห้ามทำอะไรบุ่มบ่ามและต้องทำตามแผนของชั้นเท่านั้น เข้าใจ๊?" น้ำเสียงจริงจัง ผู้กองฐารู้ดีว่าอัญญาคือกุญแจดอกสำคัญที่จะช่วยให้ภารกิจของเขาสำเร็จจึงยอมรับเงื่อนไข โดยวางแผนซ้อนแผนเอาไว้อีกชั้นเพื่อจัดการทากะยาม่าซังและเสี่ยหยางให้ได้พร้อมกัน เขายิ้มฝันหวาน อัญญาหน้าเครียด เธอไม่ไว้ใจเขา ผู้กองฐาคนนี้ตั้งแง่เอาผิดเสี่ยหยางมานานเขาต้องมีแผนอะไรแน่ ๆ
อัญญาพาป่านกลับขึ้นมาพักบนห้อง อาการของเธอยังไม่ค่อยดีนัก เห็นแล้วก็แอบสลด  อาจจะเป็นเพราะเธอใส่ยากล่อมประสาทเกินขนาดจนทำลายสมองของป่านไปจนเกือบหมดแล้วก็ได้ ถึงได้เอาแต่คร่ำครวญเพ้อเจ้ออยู่ได้ จากที่สงสารก็ชักจะกลายเป็นเริ่มรำคาญละเนี่ย! ร่างจะพังอยู่แล้วแต่ก็ยังจะห่วงผู้ชาย  ' ไม่ได้เจอกันเป็นปีๆ แล้วพอได้เจอก็ดันกร่างหาเรื่องใส่ตัวแบบนั้น ปล่อยให้ถูกสั่งสอนบ้างก็ดีเหมือนกัน !!' ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งหงุดหงิด ถ้าไม่ใช่เพราะณัธไปก่อเรื่อง เธอก็คงไม่ต้องมาเดือดร้อนปวดกบาลกับการหาทางแก้ปัญหาที่เธอไม่ได้ก่อ
"ฮึกๆ..ๆ..แกว่า...ป่านนี้ณัธจะเป็นไงบ้างอ่ะ..." ป่านเสียงเครือแล้วน้ำตาก็ตามมาติดๆ ไหลผ่านแก้มหยดแหมะลงไป ' โอ๊ย...!....ถ้าตายได้จะตายตรงนี้เลย...อัญญาหน้าเพลีย
"ณัธมันไม่เป็นไรหรอกแก...เชื่อชั้นดิ แกพักก่อนเถอะ เดี๋ยวถ้าผู้กองโทรมา ชั้นจะปลุกนะ..."  เธอพยายามกล่อม
"ชั้นนอนไม่หลับ...เราไปช่วยณัธตอนนี้เลยไม่ได้เหรอ...ชั้นกลัวพวกนั้นทำร้ายเค้า....ฮึกๆ..ๆ." นางยังมโน
"เอ้ย.... แกอย่าร้องไห้ดิ มันไม่เป็นไรหรอก นะ...เชื่อดิ...." อัญญาแพ้ทาง ดึงมือป่านมากุมไว้ ป่านเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ คราบน้ำตาบนใบหน้าเกรอะกรังใบหน้าหมองคล้ำผมเผ้ายุ่งเหยิง เธอชะงักมองหน้าเพื่อนด้วยความตะลึง ไม่เคยเป็นป่านในสภาพย่ำแย่ขนาดนี้มาก่อน  " เอ่อ...แกนั่งพักก่อนนะ เดี๋ยวชั้นไปเอาน้ำให้....." เธอลุกไปเปิดตู้หยิบน้ำเปล่าและรีบเอากลับมาให้ป่านซึ่งฟุบหลับไปเสียแล้ว
"อ่าว....!!! สลบไปละ.... เออ ดีเหมือนกัน... " เธอจะได้พอมีเวลาที่จะจัดการตัวเองและที่สำคัญเธอต้องเคลียร์กับอีตาผู้กองให้ชัดๆ อีกซักรอบ ก่อนที่จะเขาจะทำเสียเรื่อง ยิ่งคิดก็ยิ่งหวั่นใจไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหน ' นี่มันอะไรนักหนาเนี่ย......โอ้ย....ทำไมมันซวยงี้วะ..... '

-------------------------------

ในห้องชุดสุดหรู พลอยกำลังนั่งตรวจเอกสารอย่างเคร่งเครียด
ไลน์!!
พลอยนั่งเช็คเอกสารอยู่เหลือบสายตามองโทรศัพท์ที่วางอยู่ถัดไป ส่งเสียงมาแต่เช้าแบบนี้ไม่มีใครที่ไหนนอกจากเกรซ เพื่อนสาวตัวดีส่งประเด็นมาเม้าเรื่องราวแซ่บ ๆ กับเธอ
'เจ้.... มีความสุขจังเลยอ่ะ พองจนตัวจิแตกแล้ว... โยชิเค้าดูแลดี๊ดี เอาใจ..ตามใจ..หวงม๊ากมากด้วยอ่ะ คนอะไรก็ไม่รู้ น่ารักที่สุดเลย...' แต่ละข้อความบอกเล่าความฟินถูกส่งมาอีกรัวๆ  ไม่มีเก็บ ไม่มีอาย เปิดเผยทุกรายละเอียดหวานเว่อร์จนพลอยชักจะเริ่มสงสัยว่านางมโนไปเองรึเปล่า 'นี่นังเจ้! ชั้นไม่ได้มโนนะยะ เรื่องจริงล้วนๆ... บอกเลย..' เกรซส่งข้อความมาดักคอเหมือนรู้ทันจนพลอยหลุดหัวเราะออกมา
"...ใครไลน์มา ทำให้พลอยอารมณ์ดีแต่เช้าเลย..." เสียงแซวดังมาจากโซนห้องครัว พลอยปรายตาไปทางต้นเสียง
"ก็มีอยู่คนเดียวน่ะแหละ เมื่อคืนนางไปเดทมาเลยไลน์มาอวดแต่เช้า สาดน้ำตาลจนไม่เป็นอันทำงานละเนี่ย....หืม...แล้วทำอะไรอยู่อ่ะ เห็นซื้อของมาเยอะแยะเลย ให้พลอยช่วยดีกว่า..." เธอกดปิดเสียงเตือนโทรศัพท์และทิ้งกองเอกสารบนโต๊ะเดินหายเข้าไปในห้องครัว 


เกรซส่งข้อความจนหนำใจล้มลงนอนกลิ้งไปมาบนเตียงนอนอย่างมีความสุข แต่แล้วก็คิ้วขมวดขึ้นมาทันที วันนี้เธอต้องเข้าประชุมและตรวจงานยาวไปจนถึงตอนเย็นจากนั้นยังจะต้องนำทีมงานทั้งฝั่งไทยและเทศไปทานดินเน่อร์และดูแลทุกคนอย่างดีตามคำสั่งของบอส
"โอ้ย...บอสนะบอส ขัดใจที่สุดเลย..." คิดแล้วก็อดที่จะหงุดหงิดไม่ได้ เธอพาร่างไปจัดการเตรียมตัวด้วยอาการฮึดฮัด "กว่าจะเสร็จงานก็ต้องดึกแน่เลย..แล้วจะได้เจอเจ้าชายของชั้นกี่โมงเนี่ย.....โดนใครมาปาดหน้าไปจะทำไงล่ะ...!! " นางกระเง้ากระงอดกับตัวเองพลางสำรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้า หน้า ผม ครบถ้วน แต่งตัวไปบ่นไปก็จริง แต่ผลที่ได้ยังเป๊ะเว่อร์สมกับเป็นแฟชั่นนิสต้าตัวแม่
ไลน์!!
เสียงเตือนข้อความเข้าดังขึ้น 'เสร็จงานแล้วผมไปรับนะครับ... เจอกันคืนนี้นะ ' เจ้าชายของเธอส่งข้อความหวานหยด เกรซอ่านข้อความและยิ้มอย่างนางพญาผู้เลอโฉม '  คนนี้ของชั้น ลองมีใครกล้าดูสิ....เจอชั้นแน่....' มโนได้ร้ายเข้าเส้นไปอีก  " ได้เวลาที่ต้องออกไปเผชิญกับโลกอันแสนจะโหดร้าย....แต่ไม่เป็นไร.... คืนนี้ชั้นก็จะกลับไปเป็นเจ้าหญิงอีกครั้ง...โฮะๆๆ.." เธอมองดูแววตากรีดกรายในกระจกแล้วหยิบกระเป๋าเดินเฉิดฉายออกไปจากห้อง
-------------------------------------------------------------------------

 “ เราคุยกันรู้เรื่องแล้ว อย่าแตะต้องสองคนนั่น อย่าให้รู้นะว่ายูไม่ไว้หน้าไอ  .... ก็แค่ห้าวัน....อย่ามาเนียน เมื่อคืนเพื่อนยูเกือบทำเสียเรื่อง...นี่ไม่ทำตามคำสั่งไอแล้วใช่มะ??...ถ้าสร้างปัญหาล่ะก็...ไอเอาเรื่องยูแน่!!!...”  ตู๊ดๆๆ!!! เสียงโทรศัพท์เงียบไปแล้วเหลือเพียงแค่อารมณ์ที่ขุ่นเคือง แพทตี้สูดลมเข้าเต็มปอดเพื่อปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ
"...เป็นไง เกรซตอบมาว่าไงบ้างอ่ะ ...." แพทตี้หันกลับมาถามโยชิด้วยความกระตือรือร้นอยากรู้คำตอบ
"ก็บอกแล้วไง ว่าวันนี้เค้าไม่ว่างจนกว่าจะหลังสี่ทุ่ม  เหมือนว่าจู่ๆ เจ้านายเค้าก็สั่งงานด่วนน่ะ... " โยชินอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาเพลินๆ แพทตี้ไม่รู้สึกเพลินเลยสักนิด "แต่ว่าโยก็จะไปหาเค้าหลังจากเสร็จงาน...พอใจยัง?..." แพทตี้ยิ้มกว้าง " โยอ่ะ..แล้วไม่รีบบอกล่ะ ปล่อยให้แพทหงุดหงิดอยู่ตั้งนาน..." ยังอดที่จะตัดพ้ออีกฝ่ายไม่ได้
"เอ้า ก็แพทเอาแต่คุยโทรศัทพ์ ไม่ถามโยตั้งแต่เมื่อกี้ ..." เขาเกรียนใส่ " พอใจแล้วใช่มะ...งั้นโยไปละนะ ต้องทำงานให้โต้ซังเหมือนกัน เบี้ยวงานมาสองวัน..โดนเฉ่งเละแน่ๆ..." เขาคว้าโทรศัพท์และลุกเดินออกจากห้องไป แพทตี้ยิ้มอย่างพอใจที่ทุกอย่างยังคงดำเนินต่อไปตามที่เธอต้องการ









  

No comments:

Post a Comment