Friday, October 7, 2016

NomoreTearCpt3

Chapter 3.   
Quote 3 :  “ จะรอจนกว่า...... “
เช้าวันใหม่ บรรยากาศพาให้ออกเดินทางตามหาอีกครึ่งของหัวใจ ป่านหน้าตาสดชื่นสดใส ดูไม่ออกเลยว่าเมื่อคืนเธอแทบจะไม่ได้นอนเพราะความคิดเพ้อๆ ฝันๆ ปลุกให้ตาสว่างจนเกือบฟ้าสางและตื่นมาด้วยสภาพหน้าโทรมเกินรับได้ แต่เดชะบุญที่เธอได้ผ่านการฝึกฝนหลักสูตร 'ซินเดอเรลล่าข้ามคืน' จากเกรซมาแล้ว
 'ชื่อหลักสูตรนี่ คือ....ก็คิดได้นะ...คืออะไร... ซินเดอเรลล่าข้ามคืน ?? ' มันคือชื่อหลักสูตรทำสวยฉบับรีบด่วนที่เกรซเป็นผู้คิดขึ้นมาและภูมิใจนำเสนอพร้อมสโลแกน ' หน้าเหียกร่างห่วย เปลี่ยนให้สวยทันใจใน 5 นาที..…' ฟังดูเหมือนจะเข้าท่า อัญญาจึงเบิกฤกษ์ให้คำนิยมเอาไว้ว่า  '  ปัญญาอ่อน…!!??...' ซึ่งก็ไม่น่าจะเรียกว่าคำนิยม ควรเรียกว่าเป็นคำด่าประชดเสียมากกว่า แต่มีหรือที่เกรซจะยอมพับเก็บโครงการ ตรงกันข้าม เธองัดเอากลยุทธ์ทุกอย่างที่เธอมีอยู่มาใช้กำหนดเนื้อหาในหลักสูตรว่าด้วยเรื่องการเตรียมตัวเป็นสาวงามขั้นเทพในห้านาที ซ่อน เสริม ยัด ลวง พรางให้สวยเว่อร์อย่างไม่น่าเชื่อ ต่อด้วยวิธีแต่งหน้าทำผมสายแบ๊วแซ่บลืมหรือสไตล์สาวใสๆ แอบแซ่บ.... ซึ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าให้กลายเป็นสาวสวยเรียบหรูดูแพง และตบท้ายด้วยการเลือกมิกซ์แอนด์แม็ทช์เสื้อผ้าให้สวยไม่แคร์แฟชั่น เป้าหมายของหลักสูตรคือต้องทำให้ตัวเราสวยมั่นหน้าที่สุดเพื่อจิกผู้ชายมาครองให้ได้ นักเรียนคนแรกของหลักสูตรนี้ก็คือ ป่าน ซึ่งตั้งใจอยากให้ตัวเองสวยที่สุดเพื่อให้ณัธประทับใจ ส่วนอัญญาแค่ช่วยเบิกฤกษ์อวยพรด้วยคำนิยมคมๆ เสร็จแล้วก็เดินไปเปิดตู้เย็นเลือกหยิบข้าวกล่องเมนูโปรดและคว้าขนมถุงพร้อมกับน้ำอัดลมไปนอนเอนหลังดูเกมส์โชว์เกาหลีพลางกินไปพลางอย่างสบายใจ
"แกดูมันทำ...ไม่เข้าใจเลยอ่ะ.... กินยังกะยัดห่า... แถมซกมกอุบาทว์ น้ำก็อาบมั่งไม่อาบมั่ง.... ทำไมมันยังหน้าใส หุ่นเป๊ะ ผิวดีได้ขนาดนั้น...โลกนี้มันไม่ยุติธรรม..แกจำคำชั้นไว้เลย... " เกรซเคืองที่อัญญาไม่ใส่ใจในสิ่งที่เธอตั้งใจทำเลยสักนิดแถมยังไม่ต้องพึ่งเธอก็มีต้นทุนรูปร่างหน้าตาที่แผ่ออร่าล้ำหน้าไปแปดชาติชนิดที่ต่อให้เธอประโคมเต็มที่ก็ยังไม่รู้ว่าจะสู้ไหวรึเปล่า  ยิ่งคิดเปรียบเทียบก็ยิ่งนึกน้อยใจในบุญวาสนาของตัวเอง....โถ แม่คุณ
"น่าจะเพราะมันนอนน้อยมั้ง แต่ละวันเห็นมันนอนแป๊บๆ เองแต่ตื่นมาก็สดใสวิ๊งๆ ตลอด....แกลองดูมั่งป่ะล่ะ .... “ ป่านได้แต่พูดส่งๆ ไป เงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาใสๆ ไม่มีอารมณ์ร่วม เกรซหน้าหุบ เลิกเหวี่ยงและตั้งใจสอนหลักสูตรซินเดอเรลล่าข้ามคืนให้เต็มที่ต่อไป เธอตั้งใจสอนมากเสียจนจนป่านเองยังต้องทึ่ง หารู้ไม่ว่าที่เกรซตั้งใจถ่ายทอดวิทยายุทธ์ขนาดนี้ก็เพื่อเธอจะได้ไม่ต้องเหนื่อยแต่งสวยให้นางทุกงานเหมือนที่แล้วๆ มา แต่ก็อดกรี๊ดกร๊าดไม่ได้ที่ตัวเองได้มีนักเรียนคนแรกที่เรียนจบหลักสูตรจากฝีมือการสอนของตัวเอง
หลังจากสำเร็จหลักสูตรแล้วเธอก็บังคับให้ป่านสาบานว่าจะไม่ใช้อิทธิพลข่มขู่ให้เธอถ่อสังขารข้ามเมืองมาช่วยแต่งหน้าทำผมให้อีกต่อไปแล้ว วันนี้ป่านจึงได้ลองวิชาเป็นครั้งแรก เมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอถ่ายรูปส่งการบ้านก่อนออกจากห้อง ซึ่งก็ถือว่าไม่เลวเพราะเกรซตอบกลับมาแบบเบลอ ๆ ว่าสวยจืดใช้ได้ แถมพี่ยามและวินมอเตอร์ไซด์หน้าตึกต่างพากันมองเธอไม่วางตา ....แบบนี้ก็น่าจะผ่าน
ในรถแท็กซี่ ป่านนั่งฟังเพลงอย่างสบายอารมณ์ เสียงเพลงรักสุนทราภรณ์ (ขอพบในฝัน - สุนทราภรณ์) เปิดคลอเบา ๆ เพลงเก่าได้ใจแต่ก็พาให้ความคิดคำนึงล่องลอยไปไกล

 .....ภาพความทรงจำในวัยเด็ก ป่านและปอ เด็กหญิงชายฝาแฝดที่เติบโตมาในครอบครัวนักธุรกิจผลิตภัณฑ์เกษตรรายใหญ่ที่ถูกเลี้ยงดูมาให้อยู่ในกรอบของกฎระเบียบเคร่งครัด คำสั่งของพ่อและแม่เป็นคำสั่งเด็ดขาดที่ต้องปฏิบัติตาม แต่เป็นเพราะความซุกซนตามประสาของเด็กของทั้งสองคนจนเลยเถิดและกลายเป็นเหตุการณ์ที่ป่านต้องจำไปตลอดชีวิต
วันหนึ่ง ขณะที่แม่กำลังยุ่งอยู่กับงานในครัว ป่านชักชวนปอให้ไปเล่นที่ท่าน้ำข้างบ้าน ป่านเห็นปลาตัวเล็ก ๆ สีสวยก็อยากได้มาเลี้ยงจึงขอให้ปอลงไปจับปลามาให้ ปอขัดใจเธอไม่ได้จึงลงไปจับปลาและเกิดเป็นตะคริวจนจมน้ำทำให้ปอเกือบจะต้องเสียชีวิต เพราะเหตุการณ์วันนั้นทำให้ป่านถูกพ่อและแม่คาดโทษและให้สัญญาว่าต่อไปนี้จะทำตามคำสั่งทุกอย่างอย่างไม่มีเงื่อนไข  เวลาผ่านไปนานหลายปีป่านก็ยังคงพยายามรักษาสัญญาข้อนี้ไว้ตลอดมา แต่ไม่ว่าเธอจะยอมทำตามคำสั่งและทำได้เป็นอย่างดีมากยิ่งขึ้นเท่าไร พ่อและแม่ก็ยังไม่เคยลืมเหตุการณ์ในครั้งนั้น ทั้งสองคนยังไม่ยอมปล่อยวางและไว้ใจให้ป่านได้ใช้ชีวิตอย่างปกติได้ ในระยะหลังข้ออ้างของความเป็นห่วงทำให้กลับเป็นพ่อและแม่เองที่ออกคำสั่งจนเสียนิสัย  ยิ่งนานวันเข้าก็ยิ่งทำให้ป่านเป็นเหมือนหุ่นยนต์ที่รอฟังคำสั่งจนไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองได้ทำอะไรอย่างที่ใจอยากทำ ส่วนพ่อและแม่ก็กลายเป็นคนเอาแต่ใจทำให้เธอยังคงได้รับโจทย์คำสั่งให้ทำตามให้ได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือว่าเรื่องใหญ่ก็ตาม ในขณะที่พี่ชายฝาแฝดของเธอกลับมีอิสรภาพทางความคิดในทุก ๆ อย่าง เขาได้รับการยอมรับจากพ่อแม่อยู่เสมอ เขารู้เห็นมาตลอดว่าป่านต้องใช้ความพยายามมากขนาดไหนเพื่อให้มีชีวิตที่เป็นไปตามความต้องการของพ่อและแม่ ทั้ง ๆ ที่เขาได้พยายามพร่ำบอกป่านมาตลอดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นความผิดของป่านแต่ป่านก็ยังรู้สึกผิดและโทษตัวเองว่าเป็นเพราะเธอทำให้ปอเกือบจะต้องตายและหากการที่เธอทำตามคำสั่งของพ่อแม่แล้วจะทำให้ไม่เกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้นอีกเธอก็จะยอมทำตามทุกอย่าง   ปอสงสารน้องสาวจึงคิดหาทางแก้ไขก่อนที่ครอบครัวจะแย่ไปมากกว่านี้ เขาเสนอความคิดที่จะให้ป่านย้ายโรงเรียน เพื่อให้เธอได้เผชิญกับโลกแห่งความเป็นจริงที่จะช่วยทำให้เธอได้เติบโตอย่างที่ควรจะเป็นก่อนที่จะสายเกินไป
"ทำไมปอต้องอยากให้ป่านไปด้วย...ปออยากให้ป่านไปอยู่ไกล ๆ ...เพราะกลัวว่าป่านจะทำให้ปอตายใช่มั้ย....ป่านขอโทษ อย่าไล่ป่านเลยนะ ป่านจะไม่ทำอีกแล้ว..."  ป่านพยายามขอร้องทั้งน้ำตา  
"....ป่าน มันไม่ใช่แบบที่ป่านคิดนะ....." เขาอ่อนใจ ความรู้สึกผิดที่ฝังลึกอยู่ในใจของป่านมันถูกตอกย้ำมาตลอดจนยากที่จะลบเลือน หากจะเปลี่ยนความคิดของน้องสาวคงต้องให้เธอไปจากที่นี่เท่านั้น  " เอางี้  ถ้าป่านยอมย้ายโรงเรียนและยอมไปจากที่นี่ เรื่องที่ป่านเคยทำไว้ปอจะยอมยกโทษให้......  "  ปอแข็งใจยื่นคำขาด
"...." ป่านจนคำพูด เธอก้มหน้านิ่ง เธอรู้สึกผิดมาตลอดจึงยอมทำตามคำสั่งของพ่อและแม่ และเลือกที่จะเก็บความต้องการของตัวเองเอาไว้เพราะต้องการรักษาสัญญา แต่ลึก ๆ แล้วเธอก็อยากทำตามความต้องการของตัวเอง อยากมีชีวิตเหมือนคนอื่นๆ บ้างเช่นกัน และถ้าเธอไปแล้วปอจะยกโทษให้เธอจริง ๆ ....
"ก็ได้...ถ้าพ่อกับแม่ยอมให้ไป ป่านก็จะไป.."
ในที่สุดป่านจึงได้ย้ายเข้ามาเรียนชั้นมัธยมปีที่ 5 ที่โรงเรียนแห่งใหม่พร้อมกันกับการะเกษหรือเกรซ และด้วยผลคะแนนที่สูงมากทั้งสองคนจึงได้รับเลือกให้เข้าเป็นสมาชิกในกลุ่มเด็กพิเศษนักเรียนอัจฉริยะของโครงการพัฒนาเยาวชน เรียกชื่อย่อว่ากลุ่ม GN-GT1 และที่นี่ป่านได้พบกับ ณัธ เด็กหนุ่มซึ่งเป็นทั้งลีดเดอร์กรุ๊ป GN- GT1 และเป็นนักกีฬาของโรงเรียน ความลับที่ไม่เคยมีใครรู้คือป่านหลงรักเขาตั้งแต่ครั้งแรกเห็นและดีใจมากเมื่อรู้ว่าณัธเป็นคน ๆ เดียวกันกับเด็กนักเรียนที่เธอเห็นตอนที่นั่งรออยู่ที่หน้าห้องอาจารย์ที่ปรึกษาและเขาได้รับมอบหมายจากอาจารย์แนะแนวให้ดูแลสมาชิกใหม่ทั้งสองคนของกลุ่ม GN-GT1 เขาจึงทำหน้าที่ดูแลเธอและเกรซอย่างเต็มที่ทั้งในเรื่องการเรียน การเข้ากลุ่ม ใส่ใจให้คำแนะนำและให้ความช่วยเหลือในทุกเรื่องเป็นอย่างดี แถมยังน่ารัก เป็นกันเองและอัธยาศัยดีที่สุดทำให้ป่านตกหลุมรักผู้ชายที่อบอุ่นและแสนดีคนนี้หมดหัวใจ
ด้วยความที่ป่านเป็นเด็กนักเรียนใหม่ หน้าตาหมดจด ดูใสๆ หวานๆ  น่ารัก น่าทะนุถนอม ทำให้เหล่าบรรดานักเรียนชายรุ่นพี่รุ่นน้องขยันแวะเวียนมาหยอกล้อขายขนมจีบทีเล่นทีจริงอยู่เนือง ๆ แต่ป่านก็ไม่เคยให้ความสนใจใครเป็นพิเศษเพราะเธอมีณัธอยู่ในใจเพียงคนเดียวเท่านั้นและเธอก็เก็บความรู้สึกไว้ในส่วนลึกของหัวใจไม่เคยให้ใครรู้แม้แต่การะเกษ  
"..แกชอบเค้าใช่ป่ะ ?" เกรซเคาะหน้าผากเพื่อนเพื่อเรียกสติ
"อ่ะ! หืม.. อะไรหรอ ? " ป่านสะอึกแต่พยายามเก็บอาการ
"ก็..แกนั่งมองขนาดนี้ ชอบเค้ามากล่ะสิท่า ว๊าย.. แอบชอบผู้ชาย ว๊าย ๆ ๆ หน้าไม่อาย.... " เกรซแซวเพื่อนเสียงดังลั่น ในใจแอบหมั่นไส้ที่ป่านนั่งมองเหม่อไปทางสนามบาสเกตบอลอยู่เป็นนานสองนานไม่สนใจฟังเรื่องเม้าของเธอ " แต่ว่า..แกชอบผู้ชายแบบนี้เหรอ.....เหมือนเจ้าชู้ ..ดูร้าย ๆ ด้วยนะ ...."  
"ใครนะ ? ...บ้า เกษอ่ะ...ไม่ใช่แบบนั้น อย่าเดามั่ว ๆ สิ เดี๋ยวคนอื่นได้ยินก็เข้าใจผิดกันพอดี " ป่านแอบโล่งใจนึกว่าจะถูกจับได้เสียแล้ว แต่ยังพยายามปรามเพื่อนสาว
"กรี๊ด!! บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกชื่อนี้ " การะเกษปรี๊ดแตกเมื่อป่านเรียกชื่อเล่นจริงๆ ที่แสนเฉิ่มเชยของเธอต่อหน้าประชาชี " บอกว่าให้เรียก 'เกรซ '  ไงล่ะ เรียกใหม่เดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้น.. ชั้นจะประกาศให้ทั่วเลยว่าแกอ่ะ..คิดอะไรอยู่.."
"เฮ้ย อย่านะ ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย ... อย่าคิดเองเออเองได้มั้ย..'เกรซ ' ป่านไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นแหละ เลิกพูดได้แล้ว...นะเกรซคนสวย.. " ป่านตามใจเพื่อนเพื่อตัดปัญหา พอดีกันกับที่อัญญาเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ
"นี่ไง ๆ อัญญามาพอดี.. นี่เธอๆ ถามหน่อยดิ...เธอสนิทกับคนนั้นใช่ป่ะ... ดีเลย.. ป่าน.. แกฝากบอกไปเลยดิ.." เกรซชี้ชวนให้อัญญามองไปทางกลุ่มนักกีฬาในสนามและหันมาคะยั้นคะยอป่านให้ฝากบอกความในใจ  ป่านส่ายหน้าไม่รู้ไม่ชี้หนักมาก
"??.. มีอะไรกันเหรอ ฝากอะไรอ่ะ ..." อัญญาทำหน้างง จับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกรซกำลังพูดถึงอะไร
"พอแล้วน่า ..ไปกันใหญ่แล้ว...บอกแล้วว่าอย่าเดามั่วไงล่ะ... " ป่านห้ามเพื่อน "ไม่มีอะไรหรอก....เพื่อนเราเพ้อเจ้อ  แล้ว..นี่จะไปไหน? ไม่อยู่เชียร์ก่อนเหรอ?..." เธอเฉไฉถามไถ่อีกฝ่ายเพื่อเปลี่ยนเรื่องคุย
"..อ่ะ..อ๋อ.. มีธุระน่ะ ฝากเชียร์ณัธและก็คนอื่น ๆ ด้วยนะ ไปล่ะ..ไปก่อนนะเกษ ..เจอกันพรุ่งนี้.. " อัญญาบอกลาสองสาวเพื่อนร่วมกรุ๊ปและหันไปทางกลุ่มหนุ่ม ๆ ที่รวมกันอยู่อีกฝั่งของสนาม ณพัฒกำลังเดินออกจากกลุ่มไปยังประตูทางออกอีกด้านหนึ่งแล้วเธอจึงรีบเดินออกไปเช่นกัน
'ชั้นบอกว่าชื่อเกรซ ๆ ไม่ได้ยินหรือยังไง!!' เธอปรี๊ดชี้นิ้วตามอัญญาไปด้วยไอร้อนคุกรุ่นหมายจะเอาเรื่องแต่ในตอนนั้นเองเธอก็มองเห็นสิ่งผิดปรกติอะไรบางอย่างที่น่าสนใจมากกว่า
" ....หืม!? นั่นไง...  เห็นมั้ย ชั้นว่าแล้ว ......" เกรซมองตามณพัฒและอัญญาตัดสลับไปมาอย่างพินิจพิเคราะห์  " ชั้นว่าละ.... ป่าน..นี่ แกจะชะล่าใจไม่ได้เด็ดขาดเลยนะ.. ชั้นขอเตือนแกไว้ตรงนี้เลย.. ว่ามันจะต้องมีอะไรที่ไม่ธรรมดาแน่ ๆ “เกรซเล่นใหญ่ทำหน้าตาจริงจังมาก  “ ..และถ้าแกชอบเค้าจริงๆ ก็ต้องกล้าประกาศออกไปเลย แสดงความเป็นเจ้าของให้ชัดเจน ปาดหน้าไปเลย ไม่งั้นนะ แกชวดแน่ ๆ.. " เธอจ้องตามหลังทั้งสองคนนั้นแล้วหันมาทางป่านแววตาเป็นประกายร้าย ๆ
"...." ป่านกำลังยกหนังสือพ็อคเก็ตบุ้คขึ้นมาเป็นกำบังมองดูอาการของอีกฝ่ายตาปริบๆ  รับรู้ได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ปกคลุมรอบบริเวณ
"โอ๊ยยย!..นี่ก็ดันเป็นสายแบ๊วซะอีก แล้วจะทันเค้ามั้ยล่ะ...... เฮ้อ ปวดกบาล .... " เธอกระฟัดกระเฟียดเมื่อดูท่าแผนยุแยงจะล้มตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม " ไม่เก็ทเหมือนเดิม...มีแววอดแดกสว่างวาบเข้าตาเลย..โอ้ย เบื่อฟิลนางเอก...!!!" เกรซเห็นอาการของป่านแล้วได้แต่หงุดหงิดกับความไม่ได้ดั่งใจ
และยิ่งพลิกโผเมื่ออีกไม่กี่วันต่อมา เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น .................
หลังจากการติวเข้มตามแผนการเรียนของภาคเรียนจบลง ทุกคนนัดรวมตัวกันเพื่อให้กำลังใจ GN ลีดเดอร์นั่นก็คือ ณัธ ในการแข่งขันบาสเกตบอลแม็ชต์สำคัญ ...วันนั้น ณัธเดินมาตามทางเข้าสู่สนามพร้อมกับดอกกุหลาบสีแดงในมือ เขาเดินผ่านเหล่าบรรดาสาว ๆ ที่พากันส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดแบบไม่มีใครยอมใคร โดยณพัฒเดินตามหลังมาติด ๆ มองสาว ๆ เหล่านั้นด้วยความเอ็นดู ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าทุกคนหวังจะได้เป็นเจ้าของดอกกุหลาบทีเพื่อนเขาถืออยู่ แต่ที่น่ารักน่าเอ็นดูมากกว่าก็คือเพื่อนของเขานั่นเอง
"....นึกเพี้ยนอะไรขึ้นมาวะ ถือดอกกุหลาบแดงเข้าสนาม...." ณพัฒเปิดปากถาม สงสัยว่ามันกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่
"ไม่ได้เพี้ยนเว้ย แต่ความรักมันจุกอยู่เต็มอกเลยต้องระบายออกมาบ้าง.... " ณัธยกกำปั้นขึ้นทุบอกปั่กๆ เสียงกรี๊ดกร๊าดของสาวๆ ดังขึ้นไปอีก
"งั้นเลยเหรอวะ...อย่าบอกนะเว้ยว่าจะไปขอหมั้นสาวกลางสนามแข่ง .. อายเค้าตายห่า ห่ะ ๆ ๆ ๆ" ณพัฒแซวขำ ๆ ณัธหันกลับมามองหน้าเพื่อน
"เออว่ะ..ก็เข้าท่านะเว้ย แล้วเพิ่งมาบอกตอนนี้....จะหาแหวนที่ไหนทันวะ  แต่ว่า..แหวนเอาไว้ทีหลังก็ได้..วันนี้ เดี๋ยวก็คอยดูกูละกัน " เขาขยิบตาส่งสัญญาณให้ณพัฒก่อนจะเดินผ่านประตูทางเข้าและเลี้ยวไปอีกทาง
"..ท่าทางอาการหนัก...อ่าว เฮ้ย จะไปไหนวะ เค้ารวมทีมทางนี้....." ณพัฒมองตามเพื่อนเกลอขำ ๆ และเลี่ยงเดินไปรวมกลุ่มกับทีมที่รวมตัวกันอยู่อีกฝั่งหนึ่งของสนามเพื่อเตรียมตัวลงแข่ง

ที่อัฒจันทร์เชียร์ อัญญาเดินสะพายกระเป๋าคู่ชีพเข้ามาสมทบกับเกรซและป่านที่นั่งรวมอยู่กับกลุ่มเด็กม.ต้นและสาวๆ กลุ่มอื่น ต่างคนก็กำลังตื่นเต้นที่จะได้เห็นนักกีฬาขวัญใจของตนเองลงแข่งขันในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เสียงพูดคุย เสียงเชียร์ และเสียงกรี๊ดประสานกันดังอื้ออึงไปทั่วสนาม
"อ่ะ..เจ้พลอยไปไหนอ่ะ.. เกษ..เห็นเจ้พลอยมะ" อัญญามองซ้ายมองขวาและเอ่ยปากถามเกรซ
"!!??? ชั้นบอกว่าชั้นชื่อเกรซ! .. !" เกรซปรี๊ดปรอทแตก นอกจากจะไม่เคยให้ความร่วมมือหรือให้ความใส่ใจกับสิ่งอันใดๆ ก็ตามที่เป็นเรื่องของเธอแล้ว อัญญายังเป็นคนเดียวในกลุ่มที่ไม่เคยเรียกเธอว่า เกรซ เลยแม้แต่ครั้งเดียว
"เดินไปทางนั้นอ่ะ คงไปห้องน้ำมั้ง.. อ๊ะ?  โน่นไง.. อุ๊ย...! นั่นมัน..? " ป่านเงยหน้าจากตลับแป้งสีชมพูหวานแหววมองหาพลอยและทำเสียงตื่นเต้น อัญญาและเกรซรีบหันมองตามไปอย่างพร้อมเพรียง
"..?....พี่แดนกัปตันทีม...!!! ไอ้เจ้ ?.. " อัญญาพูดเสียงดังลั่นด้วยความประหลาดใจ
"หรือว่า.. สองคนนั้นเค้า..?.." ป่านมีน้ำเสียงตื่นเต้น ลุ้นว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
ใต้อัฒจันทร์อีกด้านหนึ่งของสนามแข่ง พลอย เจ๊ใหญ่ของทั้งสามสาวซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มกำลังยืนคุยกับ 'พี่แดน' กัปตันทีมบาสเกตบอลประจำโรงเรียนโดยไม่ได้รับรู้ว่ากำลังถูกจับตามองอยู่
"กรี๊ด!!! ไม่นะ ไม่ ๆ ๆ ๆ ... พี่แดนของชั้นกิ๊กกับเจ้พลอยเหรอ กรี๊ด... เป็นไปไม่ได้ !!!...เปะ...."  เกรซปรี๊ดแตก โวยวายเสียงดัง ไม่ได้แคร์สายตาคนรอบข้างแต่ปลายเสียงขาดหายไปเสียดื้อๆ ทุกความโกลาหลหยุดลง อัญญาเห็นอาการก็หันกลับมามองตามสายตาของเกรซแล้วต้องผงะ ทั้งคู่ก็ยืนนิ่งราวกับถูกสาป ไม่มีใครสังเกตว่าณัธเดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังของป่านตั้งแต่ตอนไหน แต่สิ่งที่สะกดทั้งสองสาวก็คือสิ่งที่อยู่ในมือของเขา ตาทั้งสองคู่จับจ้องอยู่ที่สิ่งที่อยู่ในมือของณัธด้วยความตะลึง ทำให้ป่านที่กำลังมองพลอยอยู่ต้องหันกลับมามองเพื่อนสาวทั้งสองคนแบบงงๆ  อัญญาจึงเริ่มรู้สึกตัวและเรียกสติกลับคืนมาและพยายามบุ้ยใบ้ส่งสัญญาณให้ป่านหันไปมองด้านหลังของตัวเอง ขณะที่เกรซยังคงยืนนิ่งตื่นเต้นจะแทบจะลืมหายใจ.....ดอกกุหลาบนั่นอาจจะเป็นของเธอก็ได้ ใครจะไปรู้
"..." ป่านทำหน้ามึนๆ ไม่เข้าใจอาการยึกยักของอีกฝ่าย
"....ป่าน ...?  " เสียงของณัธทำให้ป่านหันหลังไปมองและเห็นว่าเจ้าของเสียงเรียกก็คือณัธ เขายืนนิ่งพร้อมกับดอกกุหลาบสีแดงสดในมือมองหน้าป่านสายตาจริงจัง ป่านตื่นเต้นจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่ เธอค่อย ๆ ยืนขึ้นช้าๆ  แต่จู่ ๆ ก็เหมือนว่าขาจะอ่อนแรงจนต้องพยุงตัวเองไว้กับโต๊ะด้านหลัง หูอื้อจนไม่ได้ยินเสียงที่ดังอยู่รอบข้าง ได้ยินแต่เพียงเสียงเต้นของหัวใจเธอที่เต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากกลางอก
"..ขะ..คะ..?" เธอใบหน้าร้อนผ่าวรู้สึกว่าโลกหยุดหมุนทุกสิ่งทุกอย่างหยุดเคลื่อนไหวมีเพียงหัวใจของเธอที่เต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
"ป่าน.."เขาเรียกชื่อเธออีกครั้ง ก้มหน้ามองดูดอกกุหลาบและตัดสินใจพูดออกไป "เป็นแฟนกัน...ได้มั้ย..? "
----------------------------


บนโซฟาประจำตำแหน่งของป่านที่ห้องเช่าของสามสาว อัญญาถือวิสาสะหยิบค้นเลือกหนังมั่ว ๆ มาเปิดดูได้หนึ่งเรื่องและนอนอืดเหยียดยาวดูพลางจกกินขนมถุงอย่างมีความสุข เสียงประตูห้องนอนของเกรซเปิดออก ปรากฏร่างเจ้าของห้องเดินออกมาด้วยอาการสงบผิดปกติ อัญญาปิดเสียงทีวีและหันมองตามร่างที่เดินไปทรุดนั่งลงที่โซฟาใหญ่กลางห้องและนั่งนิ่งสนิทอยู่นานโดยไม่มีท่าทีจะเคลื่อนที่ไปทางไหน อีกฝ่ายเริ่มอึดอัดจนต้องลุกไปหาอะไรดื่มเปลี่ยนบรรยากาศของความขัดเขินแปลก ๆ ภายในห้อง
"อ่ะ แก้แฮงค์" เธอยื่นแก้วน้ำส้มให้ไป เกรซรับแก้วไปวางไว้ด้วยอาการสงบนิ่งไร้การตอบสนอง " เมื่อคืนหนักมากรึไง สภาพ.....แต่จะว่าหนักก็ไม่น่ามะ ไม่งั้นคงไม่กลับมานอนถึงนี่ได้...." เธอพึมพำกับตัวเองและเดินกลับมาล้มตัวนอนเอกเขนกที่โซฟา หันไปเห็นอีกฝ่ายเหลือบมองดูเธอแต่ยังคงนั่งอยู่ในท่าเดิม
"..ป่านมันคงตื่นเต้นน่าดูเนอะ ...เมื่อคืนมันบอกว่านัดเจอกันตอนบ่าย ๆ เย็น ๆ  แต่ออกไปตั้งแต่ตอนสายละ...." เธอหยุดพักจกขนมกินแบ่งวรรคให้คู่สนทนาได้โต้ตอบกลับมาบ้างแต่กลับเงียบกริบผิดคาดที่ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ เลยเม้าต่อ "แต่ก็อย่างว่าแหละ รอมาตั้งนานกว่าจะได้เจอกัน...ก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา..ไม่น่าเชื่อว่ามันจะรักกันนานขนาดนี้นะ..ว่ามะ?...." 
"ห่ะ..อ่ะ..อ๋อ.. อืม .." เกรซตอบรับอย่างไร้อารมณ์ร่วม  
" ณัธมันก็คงรักของมันมาก...ว่าป่ะ...ผู้ชายคงชอบสไตล์นี้มั้ง ขาว ๆ ใส ๆ น่ารัก น่าทะนุถนอม...เนอะ..?." ปลายเสียงแผ่ว น้ำเสียงเจือความรู้สึกเศร้าจาง ๆ    การที่เธอไม่ได้เป็นผู้หญิงแบบเดียวกับป่านมันทำให้เธอไม่เหมาะจะได้รับความรักสินะ ......อัญญาหันหน้ามาเช็คอาการอีกฝ่ายอีกรอบ แต่ไม่มีการตอบสนองที่น่าสนใจ ดูแล้วน่าจะปล่อยๆ ไปจึงหันไปกดรีโมทดูหนังต่อ ทว่า...ในห้วงความคิดกลับเริ่มมีฉากหนังชีวิตที่เธอเป็นตัวแสดงผุดขึ้นมาแทน

ทางเดินชีวิตของเธอตั้งแต่วันที่แม่จากไป ทิ้งให้เธอต้องเผชิญชะตากรรมเพียงลำพังทำให้เธอต้องพยายามเอาตัวรอดมันทำให้ความเป็นเด็กหญิงสาวไร้เดียงสาถูกแทนที่ด้วยความห้าวหาญและด้านชา เธอต้องพยายามแข็งแกร่งเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้โดยไม่เคยแคร์ว่าผู้คนรอบข้างจะมองเธออย่างไร....จนเมื่อเธอได้พบกับณพัฒทุกอย่างเปลี่ยนไป คนที่ทำให้เธอมีทางออกของชีวิตและเป็นคนที่คอยเคียงข้าง คอยห่วงใย ทำให้เธอไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป เธอรู้สึกดีกับณพัฒเกินกว่าความเป็นเพื่อน มากกว่าคำว่าพี่ชาย เขาเข้ามาเปลี่ยนโลกไปทั้งใบทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจและเธอยิ้มได้อีกครั้ง
ความรู้สึกที่เธอมีต่อเขามันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และเพื่อจะได้อยู่ใกล้ชิดกับณพัฒให้มากขึ้น เธอจึงตัดสินใจที่จะเข้ากรุ๊ป GN-GT1 กลุ่มที่จัดตั้งขึ้นสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมปลายที่มีไอคิวสูงและมีความสามารถโดดเด่นเพื่อทดลองเรียนในหลักสูตรและคัดเลือกนักเรียนอัจฉริยะซึ่งณพัฒก็เป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มที่ถูกคัดเลือกเพราะความสามารถพิเศษและระดับไอคิวที่ไม่ธรรมดา การจะได้รับคัดเลือกเข้าเป็นหนึ่งใน GN-GT1 นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยความที่เธอเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 4 เธอจะต้องสอบพาสชั้นและเข้าเรียนในชั้นมัธยมปีที่ 5 จึงจะมีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกแต่เธอสามารถผ่านการทดสอบจนเป็นสมาชิก GN-GT1 ได้สมใจ  สิ่งที่ไม่มีใครเคยรู้ก็คือระดับไอคิวของเธอสูงเทียบเท่ากับสมาชิกในกลุ่ม GN-GT1 หลาย ๆ คนเพียงแต่ที่ผ่านมาเธอไม่เคยต้องการแสดงศักยภาพของตัวเองให้ใครได้รู้ หลังจากการสอบครั้งนั้นทำให้เธอกลายเป็นที่รู้จักของโรงเรียนในฐานะตัวท็อปอินดี้ ไม่ว่าจะเก่งจะดังอย่างไร เธอก็ยังทำตัวแปลกแยกและไม่ค่อยแคร์สังคมรอบตัวอยู่เหมือนเดิม .....และเพราะความสามารถที่ไม่ธรรมดานี่เอง หลังจากที่เธอเริ่มทำงานพิเศษให้กับบริษัทของเสี่ยหยางได้ไม่นานเธอก็เป็นผู้หญิงคนแรกและคนเดียวที่ถูกดึงตัวเข้าร่วมทีม MExP(Mind Express Project) ของไตร ซึ่งแน่นอนว่ามีณพัฒร่วมทีมอยู่ด้วย เธอตั้งใจแสดงความสามารถในการทำงานก็เพื่อให้ไตรเลือกเธอเข้าร่วมทีมและเธอก็ทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมตลอดมาจนเป็นที่ไว้วางใจของไตรและแม้แต่เสี่ยหยางก็ชื่นชมการทำงานของเธอมากเช่นกัน  
ในเวลานั้น ท่ามกลางเสียงชื่นชมของทุกคน เธอรู้ดีว่าเหตุผลที่เธอพยายามทำทุกอย่างก็เพียงต้องการได้อยู่ใกล้ชิดกับณพัฒ  แต่สุดท้ายกลับเป็นความสนิทสนมของเธอและเขาที่เป็นกำแพงกั้นไว้ทำให้เธอไม่สามารถเปิดเผยความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาได้ ยิ่งเธอได้เข้าใกล้เขามากเท่าไหร่ก็เหมือนยิ่งก่อกำแพงให้สูงขึ้นทุกที เธอจะบอกความในใจให้เขารู้ได้อย่างไร บอกออกไปแล้วจะเป็นอย่างไรหากใจเขาไม่ได้คิดตรงกัน  แม้ว่าที่ผ่านมา ความใกล้ชิดของเขาและเธอนั้นดูคล้ายกับ 'ความรัก' และมันก็ทำให้เธอหวั่นไหว แต่เธอก็ไม่เคยรู้เลยว่าณพัฒรู้สึกอย่างไรกับเธอ หากการบอกออกไปจะกลายเป็นการทำลายทุกสิ่งเธอจะทำอย่างไร ....หากต้องกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน เธอคงทนไม่ได้ สุดท้ายจึงต้องเก็บซ่อนความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาเอาไว้เพียงคนเดียว และยิ่งได้ใกล้กันมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทรมาน เมื่อเรื่องที่ดูเหมือนง่ายกลับกลายเป็นเรื่องที่แสนยากเย็น 'เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ' อย่างเธอจะต้องทำอย่างไร
'...ถ้าพัฒมาเซอร์ไพรส์เราเหมือนที่พี่ณัธทำมั่งก็คงดี...! ' เธอนั่งจ๋อยอยู่บนอัฒจันทร์สนามกีฬาประจำเมือง คิดเพ้อฝันไปไกลสุดขอบฟ้าที่ค่อย ๆ สว่างขึ้นเรื่อย ๆ  ' .....รู้สึกอะไรบ้างรึเปล่า...เคยรู้บ้างมั้ยว่าเราคิดกับนายยังไง ?....' ความรู้สึกเศร้าใจอัดแน่นอยู่เต็มอกจนต้องระบายออกมา อัญญาลุกขึ้นยืนและตะโกนออกไปสุดเสียง
" เราชอบดอกกุหลาบสีขาวนะ......ได้ยินมั้ย.!!!!" ......................แต่มันก็คงไม่ดังพอที่จะทำให้เขาได้ยินเสียงของหัวใจของเธอ อัญญาปาดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างสุดที่จะกลั้นเอาไว้ได้
เธอไม่สามารถบอกความในใจให้เขาได้รู้ ความรักที่ต้องเก็บซ่อนไว้ยิ่งกลายเป็นความเจ็บปวดที่ต้องทนเก็บความรู้สึกนี้เอาไว้คนเดียว  แล้วเหตุการณ์ก็ยิ่งเลวร้ายเมื่อจู่ๆ เขาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน จากที่เคยได้อยู่ใกล้ๆ กลับค่อยๆ ห่างเหินและหายหน้าไปไม่เหมือนคนเดิมที่เคยดูแลเอาใจใส่และคอยอยู่เคียงข้างเธอเหมือนก่อน
"อัญ..พัฒมันเป็นอะไรอ่ะ ช่วงนี้แปลก ๆ พิกล ไม่รู้ชั้นคิดไปเองรึเปล่านะ..แต่เหมือนมันหลบหน้าพวกเรายังไงก็ไม่รู้ เมื่อก่อนถึงมันไม่ค่อยสุงสิงแต่ก็แวะมาทักมะ เดี๋ยวนี้ยังไง...แก....ได้คุยกันมั่งป่ะ" พลอยเอ่ยปากถามถึงสาเหตุของความผิดปกติ   " แล้วดูดิ ไปสนิทกับพวกนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่...พวกนั้นอีโก้จะตาย คบเข้าไปได้ไง.." พลอยหมายถึงกลุ่ม TS-GT1 กรุ๊ปสำหรับนักกีฬาตัวท็อปของโรงเรียน เป็นเลิศในด้านกีฬาแต่ทำตัวกร่างพกอีโก้ไว้โชว์สาวไปวัน ๆ  
"...จะรู้ได้ไงอ่ะ....เจ้ไม่ไปถามมันเอง.." อัญญาเฉไฉทั้งที่รู้สึกเจ็บอยู่ในใจ เธอรู้สึกถึงความห่างเหินที่เขามีให้มากกว่าใคร ๆ แต่จะพูดอะไรได้
"เออ..นี่ก็แปลก...ชั้นเห็นแกเดินตามตูดกันอยู่ทุกวันนี่ไม่ได้แคร์สักนิดรึไง..." พลอยประชด
"ไหน..ใครตาม นี่ไม่ใช่หมานะ เจ้ก็พูดเรื่อย...." เธอตอบกลับน้ำเสียงตึง ไม่มีอารมณ์เล่นด้วย  
".....กำลังพูดถึงณพัฒกันอยู่ใช่ป่ะ ?   เค้าดูท่าทางร้าย ๆ เนอะ...แต่ว่าก็เท่อ่ะ ....." เกรซ หนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม GN แอบฟังอยู่นานรีบแทรกขึ้นมากลางวงออกอาการสนใจณพัฒอย่างชัดเจน อัญญาพยายามเก็บอาการแต่สายไปแล้ว เกรซตาไวพอที่จะเห็นความผิดสังเกตแต่ก็แกล้งทำเหมือนไม่ได้แยแส ยังคงส่งสายตามุ้งมิ้งโบกมือไปทักทายหนุ่ม ๆ TS ที่ร่วมวงอยู่กับณพัฒ  " ตั้งแต่เข้ากลุ่มมาก็ไม่เคยได้คุยเลย....อัญญา เธอสนิทกับเค้าใช่ป๊ะ? ช่วยอะไรอย่างนึงสิ " เกรซจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอและมองหน้าด้วยสายตาแน่วแน่ อีกฝ่ายพยายามเบี่ยงตัวออกห่างแต่ว่าถูกจับไหล่ไว้อย่างแน่นหนา "ฝากบอกว่า...ชั้น...รักเค้า นะๆๆ ขอร้องล่ะ..."  เธอปล่อยมือจากไหล่ของอัญญาและก้มลงคำนับ ขณะที่อีกฝ่ายยืนหน้าเหวอ เกรซก็เงยหน้าขึ้นมามองเธอพลางทำหน้าแป้นแล้นใส่  " ล้อเล่นน่า...บ้าเหรอ ไปบอกรักเค้าง่าย ๆ แบบนั้นได้ไง...เราเป็นผู้หญิงดี ๆ นะยะ โฮ๊ะๆๆ.... " เธอหัวเราะเสียงใสและเดินไปนั่งเช็คความเรียบร้อยของเมคอัพต่ออย่างอารมณ์ดี ไม่ได้ใส่ใจความเจ็บปวดในแววตาของอีกฝ่ายที่เหมือนถูกเอาความรู้สึกมาล้อเล่น
"เจ้..ชั้นมีธุระ ไปก่อนนะ เจอกันพรุ่งนี้..."  เธอตัดบท แต่ยังไม่ลืมทิ้งคมมีดกรีดแผลเล็ก ๆ ไว้กับเกรซก่อนไป "ไปก่อนนะ..'เกษ'.." เสียงเรียกชื่อดังกังวานได้ยินรอบทิศทาง อัญญาปรายตามองแล้วเดินจากไป เจ้าของชื่อเรียก 'เกษ' อารมณ์พุ่งปรี๊ดขึ้นทันทีแต่ก็ทำได้แค่หันไปมองอย่างเคียดแค้น 'ยัยบ้า! คนเยอะแยะเรียกมาได้...!! นางมารร้าย!!! '
เธอเดินออกมาไกลแล้วแต่ความทรมานยังไม่เลือน เจ็บปวดที่รู้สึกว่าเขาไม่เหมือนคนเดิม ความรู้สึกดี ๆ ที่มีให้ก็ยิ่งต้องเก็บซ่อนให้ลึกลงไปไม่ให้ใครได้เห็น ช่วงเวลาที่ผ่านมามันคงเป็นแค่ความฝันและตอนนี้เธอก็ถูกกระชากกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงที่แสนเศร้าอีกครั้ง หรือว่าความรักเป็นสิ่งที่เธอไม่คู่ควรที่จะได้รับ ถ้าอย่างนั้นก็คงมีเพียงความเย็นชาที่เหมาะสำหรับคนอย่างเธอสินะ ............ตั้งแต่นั้นมา เธอกับเขาก็กลายเป็นคนแปลกหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ เธอคลุกคลีอยู่กับเพื่อนในกลุ่ม GN เหมือนเคย ส่วนเขาก็มักจะรวมอยู่กับกลุ่ม TS  จะเข้าร่วมกิจกรรมของ GN ก็เฉพาะในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ในตารางเท่านั้น ความเปลี่ยนแปลงมันชัดเจนจนแม้แต่ณัธเพื่อนคู่ซี้ของเขาเองยังต้องแปลกใจ
 "..ดูนั่นดิ " พลอยสะกิดอัญญาให้มองผ่านหน้าต่างดูตรงอัฒจันทร์เล็กข้างทางเดินด้านล่าง " พัฒมันติดอกติดใจอะไรพวก TS นักหนา สุมหัวอยู่กับพวกนั้นอยู่ได้ทั้งวัน " พลอยบ่นอุบ เธอเห็นแบบนั้นแล้วยิ่งปวดใจ .. ป่านนั่งด้านหลังของเธอก็กำลังมองดูพวก TS และณพัฒอยู่เช่นกัน
"ก็ดูน่าสนุกดีเหมือนกันนะ ดูเฮฮาดีออก"  เธอพูดน้ำเสียงใส ๆ
"ที่สนุกก็เพราะแม่พวกนั้นมากกว่าล่ะมั้ง...เชอะ...ก็ไม่ได้สวยเท่าไหร่หรอก..." เกรซทำเสียงฟึดฟัด แม่พวกนั้นที่เกรซพูดถึงก็คือสาวชมรมเชียร์กลุ่ม BC-Girl ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นสาว ๆ ของหนุ่มๆ ในกลุ่ม TS อัญญาเผลอหันกลับไปดู พอดีกับที่ 'ขวัญ' สาวสวยหัวหน้าชมรมเชียร์ BC-Girl นั่งลงตรงที่ว่างข้าง ๆ ณพัฒ และได้เห็นทั้งสองคนพูดคุยหยอกล้อดูท่าทางสนิทสนมยิ่งทำให้เจ็บใจตัวเองที่ไม่กล้าพอ
"เอ๊า.. ยัยบ้า...นั่นทำอะไรอ่ะ มานั่งกับที่รักของชั้นได้ไง โห..ดูดิ กระแดะ..ว๊าย..สมน้ำหน้า ล้มหน้าคว่ำเสียโฉมไปเลย..กรี๊ด...ที่รักอย่าค่ะ....ไปช่วยมันทำไมคะ..!" เกรซของขึ้นเมื่อเห็นณพัฒช่วยพยุงขวัญที่บังเอิญสะดุดล้มให้ลุกขึ้นและช่วยปัดเศษหญ้าออกให้  " ที่รักของชั้น น่ารัก...อบอุ่นจังเลย ...แกไม่คู่ควรกับเค้าหรอก..ยัยหน้าปลาแรด!" ยิ่งพูดก็ยิ่งเพ้อเจ้อหนักเข้าไปใหญ่
"เบา ๆ หน่อยก็ได้มะ พัฒมันไปเป็นที่รักของแกตั้งแต่เมื่อไหร่...." พลอยอดรนทนไม่ไหวกับความเยอะของเกรซจนต้องแขวะเข้าให้
"โธ่ พลอยก็..ผู้ชายดี ๆ  ก็ขอมโนบ้าง ชื่นใจดีออก ควิ ๆ ...." เกรซย้อนกลับน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม
" วันก่อนยังได้ยินว่าเค้าดูร้าย ๆ อยู่เลย..."  ป่านขัด เกรซชักสีหน้าเบื่อคนรู้ทัน อัญญามองดูสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความปวดร้าว ณพัฒยอมให้ผู้หญิงคนนั้นคล้องแขนและเดินออกไปพร้อมกัน คนที่ได้อยู่ใกล้ ๆ เขาตอนนี้ไม่ใช่เธอแล้ว เพราะผู้หญิงคนนี้หรอกหรือที่ทำให้เขาเปลี่ยนไป ที่เขาทำตัวห่างเหินเพราะเขาชอบผู้หญิงคนนั้นจึงลืมเธอไป หรือจริงๆ แล้วเธอไม่เคยมีความสำคัญสำหรับเขาตั้งแต่แรก เธอเจ็บปวดเมื่อพยายามคิดหาคำตอบและไม่ว่าจะเป็นอย่างไหนก็เจ็บไม่ต่างกัน
"น้องขวัญเหรอ ?...ไม่มั้ง.. ไม่น่าเป็นไปได้ เอ่อ...ไม่ได้อยากจะเผาเพื่อนหรอกนะฮะสาว ๆ แต่ที่รู้ พัฒมันไม่ได้ชอบน้องขวัญนี่ ..เหมือนว่า..มันมีคนที่มันชอบอยู่แล้ว...." ณัธเดินเข้ามาร่วมวงและทันได้เห็นสองคนนั้นตอนเดินควงกันออกไปจากสนามหญ้าพอดี ทั้งสามสาวหันมามองเขาเป็นตาเดียว เกรซส่งสายตาพิฆาตคาดคั้นเอาคำตอบว่าผู้หญิงคนที่มาปาดหน้าเธอไปนั้นคือใคร  "....เอ่อ...อะแฮ่ม..ก็...ไม่รู้ว่าจะเป็นสาวคนเดียวกันกับที่บังเอิญเจอเมื่อวันก่อนรึเปล่านะ..แต่เอ่อ..คือ... ก็ไม่ได้รู้เยอะ ก็แค่บังเอิญเจอมันน่ะ..ห่ะ ๆ ๆ ....." ทั้งสามสาวดูจริงจังจนน่ากลัว เขาเค้นหัวเราะกลบเกลื่อนเห็นท่าไม่ค่อยดีเลยรีบเดินถอยห่างออกไปเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
"ว๊าย..เจ้าชู้....อบอุ่น ร้ายแล้วยังเจ้าชู้ด้วยเหรอ.. เร้าใจที่สุดเลยอ่ะ..." เกรซส่งสายตาแพรวพราว ป่านส่ายหน้าสุดเอือมกับพฤติกรรมประหลาดของเพื่อนสาว
อัญญานั่งนิ่งความรู้สึกสับสนปนเปกันไปหมด  '...! นี่มันอะไรกัน ทำไมถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้ เขากลายเป็นคนแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือว่าที่จริงแล้วนี่คือตัวตนของเขาที่เธอไม่เคยได้เห็น นี่คือธาตุแท้ของเขาใช่มั้ย ใช่แน่ ๆ ถ้าเป็นแบบนี้แล้วละก็....พอกันที...พอกันซะที!เธอตบโต๊ะดัง ปัง! ด้วยอารมณ์ทั้งโกรธ ทั้งโมโห เจ็บปวดและผิดหวังมันระเบิดออกมาเสียงดังจนทุกคน.....ช็อค!!!.....ไปทั่วบริเวณ....เงียบกริบ...... เธอได้สติมองไปรอบ ๆ ห้อง เพื่อนร่วมกลุ่มต่างก็มีสีหน้าตกใจกับเสียงดังและอาการของเธอ พลอย ป่าน เกรซถึงกับผงะไปกับเสียงที่ดังสนั่น ส่วนณัธถอยกรูดไปตั้งหลักไกลหลายเมตร 
 "!!!....อ่ะ...เอ่อ...ขอโทษ แมลงอ่ะ แมลงสาบมันไต่อยู่บนโต๊ะ เลยฟาดเข้าให้ .. มันหนี...ไป...แล้ว....นั่น ๆ ไปทางนั้นแล้ว ..."  เธอรีบแถ
"กรี๊ด! ...ไหนๆ มันกระโดดไปทางไหน...อย่ามาทางนี้นะ...ว๊ายๆ !!..." พลอยรีบกระโจนขึ้นยืนบนเก้าอี้ 
" พลอย ระวัง! เดี๋ยวก็ร่วงลงมาหรอก.." ณัธวิ่งเข้ามาช่วยหาตัวแมลงสาบและตะโกนโหวกเหวกให้พลอยระวังตัว " พลอยไม่ชอบแมลงนี่ ..เดี๋ยวผมช่วยไล่มันไปให้นะ.." เขาจำได้ว่าพลอยเคยเขียนไว้ในใบสมัครเข้าเป็นสมาชิก GN "....แต่กระโดดเหย็ง ๆ แบบนี้เสียลุ๊คคุณหนูเล็กหมด...ห่ะ ๆ ๆ..." ณัธหยอกล้อพลอยด้วยความเอ็นดู คนรอบๆ พากันขำกับท่าทางของพลอย มีแต่เพียงป่านที่ดูไม่ค่อยขำซักเท่าไหร่ บรรยากาศมาคุจาง ๆ แผ่ออกมาจากหลายทิศทาง เกรซรับรู้ได้ว่ามีอะไรบางอย่างก็สีหน้าเจื่อนพิกล อัญญาก็ขำไม่ออกเพราะความรู้สึกเศร้ากำลังท่วมจนล้นหัวใจ แม้พยายามจะเก็บอาการแต่มันก็แทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้วจึงต้องรีบเลี่ยงออกไปก่อนที่คนอื่นจะสงสัย
"..เอ่อ..ชั้นมีนัด...ไปนะเจ้..ไปนะทุกคน " เธอพยายามตั้งสติก้มลงมองดูนาฬิกา ใกล้ถึงเวลานัดเต็มทีแล้ววันนี้เธอมีงานสำคัญที่ต้องทำ มีของที่เธอต้องจัดส่งให้ถึงมือลูกค้าคนสำคัญ "ไปละ.." อัญญาคว้ากระเป๋าเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
เธอเดินมาจนถึงมุมรั้วติดกับสวนสาธารณะและเดินเลี้ยวเข้ามาตามทางเดินด้วยอาการปกติแต่แล้วก็หยุด.........น้ำตาที่เอ่อล้นไหลอาบแก้ม เธอกลั้นน้ำตาเอาไว้ต่อไปไม่ได้แล้ว ความรู้สึกผิดหวังและสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น คำถามที่คาใจว่าทำไมเขาจึงเปลี่ยนไป เธอคิดถึงความใส่ใจ ความอ่อนโยน ความห่วงหาอาทรที่เธอเคยได้รับจากเขา เธอหาคำตอบไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขากลายเป็นคนที่เธอไม่เคยรู้จักเขาไม่ใช่ณพัฒคนเดิมอีกแล้ว เธอทรุดลงนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวสั่น ความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ภายในใจได้พรั่งพรูออกมาพร้อมกับน้ำตาแห่งความเจ็บปวด '.....ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้.......ต้องไปแล้ว....แต่ยังเจ็บไม่หาย....ทรมานจัง....ทำไงดี....'
อัญญาในสภาพร่างที่ไร้อารมณ์และความรู้สึกเดินทางมาถึงห้องทำงานของไตรจนได้  เธอนั่งรอคำสั่งภายในห้องทำงานของไตรด้วยปฏิกิริยาดูเป็นปกติดีแต่แววตายังปรากฎร่องรอยของความเศร้า ไตรเงยหน้าจากแฟ้มงาน
"ของชิ้นนี้ของทากะยาม่าซังสำคัญมากเขาต้องการให้อัญเป็นคนนำไปส่งให้ถึงมือ...เหมือนเดิม..." ไตรกำลังพูดถึงกล่องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีเงินที่วางอยู่ตรงหน้าเธอ
"........ค่ะ....."
"อ่อ...และส่งของแล้วคืนนี้ตามไปช่วยดูแลแขกในงานเลี้ยงของบริษัทที่ผับเฮียเคี้ยงด้วย ..."  เขาพยักหน้าให้กับอาทิตย์ ลูกน้องคนสนิทของเขา
".........ค่ะ......." อัญญารับคำน้ำเสียงเรียบไร้อารมณ์
"...." ไตรเงยหน้ามองอัญญาอีกครั้ง  "...ไปส่งของเถอะ...ระวังตัวด้วยล่ะ " น้ำเสียงเป็นห่วงอย่างจริงใจ แต่อีกฝ่ายกลับไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมจะรับรู้ความห่วงใยที่ส่งมา เธอเดินออกจากห้องนั้นมาด้วยความรู้สึกว่างเปล่า แต่สัญชาตญาณยังคงทำงานได้อย่างดี เธอนำส่งของไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัยและเดินทางมาถึงหน้าผับของเฮียเคี้ยงเป็นที่เรียบร้อย อาทิตย์ยืนรออยู่หน้าประตูทางเข้าแล้วเช่นกัน เขายื่นถุงกระดาษที่ถืออยู่ในมือให้เธอ ของที่อยู่ในนั้นคือชุดที่จะใช้สำหรับงานเลี้ยงคืนนี้
"รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วตามเข้าไปด้านใน คุณไตรรออยู่แล้ว.."
"...ค่ะ......"  เธอตอบของเธอทำให้อาทิตย์หันกลับมามองดูเธออีกครั้งด้วยความสงสัย เธอจึงเลี่ยงไปทันที

ภายในห้องรับรองพิเศษของผับดัง ผู้บริหารระดับสูง และเหล่านักธุรกิจและแขกเหรื่อผู้ร่วมงานต่างก็ทยอยกันเข้ามาภายในงานกันอย่างไม่ขาดสาย บรรยากาศในงานเลี้ยงรับรองสมาชิกและหุ้นส่วนประจำปีเป็นไปอย่างสนุกสนาน ภายในงานมีทั้งการแสดงและดนตรีสลับไปกับการเล่นเกมแจกของรางวัลให้ผู้แขกได้ร่วมกิจกรรมได้รับความบันเทิงรวมไปถึงอาหารและเครื่องดื่มที่จัดมาต้อนรับอย่างเต็มที่
ที่ด้านหน้าห้องแต่งตัวพนักงานของผับเฮียเคี้ยง อัญญาเดินมาด้วยชุดกระโปรงยาวคลุมเข่าสีครีมประกายมุกสวมทับด้วยเสื้อสูทสตรีสีเทาเงินสวมรองเท้าคัทชู เสื้อผ้าหน้าผมที่เข้ากันทำให้เธอดูสวยผิดหูผิดตาไม่เหลือเค้าของเด็กกะโปโลที่เดินเข้าประตูห้องแต่งตัวไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนหน้า ผู้คนในบริเวณนั้นต่างก็พากันหันมองและคาดเดากันไปเองว่าเธอน่าจะเป็นลูกสาวผู้ใหญ่นายโตสักคนที่มางานเลี้ยงในคืนนี้ อาทิตย์เดินเข้ามาประชิดและนำเธอไปยังห้องวีไอพีของผับ เขาเดินนำเธอเดินผ่านเหล่าบรรดาสาว ๆ ที่จับกลุ่มคุยกันอยู่ด้านหน้าทางเข้างานเพื่อเปิดประตูให้เธอเข้าไปในงาน
ทางเดินอีกด้านหนึ่ง ชายในชุดสูทสีดำสุดเนี้ยบ ทั้งหล่อ เท่ สมาร์ทกำลังเดินตรงมายังทางเข้างานเลี้ยงเช่นกัน อัญญาเดินเข้าประตูไปได้เพียงครึ่งทางก็ต้องชะงักและหันกลับมาตามเสียงกรี๊ดกร๊าดดังลั่นของสาว ๆ ที่อยู่ด้านหน้าประตูทางเข้าและได้พบกับคนที่เคยคุ้นหน้า ณพัฒได้รับคำสั่งให้เดินทางมาร่วมงานเพื่อดูแล 'แพทตี้' ตามคำสั่งของบิดาของเขา
"กรี๊ด....!!! ณพัฒ!!! ณพัฒมาแล้ว...กรี๊ด....." สาว ๆ กรี๊ดกร๊าด ณพัฒที่ทั้งหล่อ เท่ในชุดสูทสีดำ กำลังเดินตรงมายังสาว ๆ ที่ส่งเสียงวี๊ดว๊ายกับความหล่อของเขา กลุ่ม 'พริ้นเซส' เป็นกลุ่มที่ตั้งขึ้นโดย 'แพทตี้' ลูกสาวคนเล็กของนายธนาคารรายใหญ่ประจำเมืองและบรรดาลูกสาวผู้ดีมีอันจะกิน นักธุรกิจและมหาเศรษฐีของเมืองนี้ ณพัฒยิ้มทักทายแพทตี้และสาวๆ ตามมารยาท เธอเองก็ยิ้มรับไมตรีแต่ยังคงไว้ตัวตามประสาหญิงสาวผู้งามพร้อม
อัญญายืนนิ่งอยู่ตรงประตูทางเข้า เธอไม่ได้ใส่ใจอะไรกับสาว ๆ ที่กำลังพยายามทำตัวน่ารักสมกับที่เป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มพริ้นเซส แต่สายตาจดจ้องไปที่เขาอย่างลืมตัว
"มาช้าจังเลยค่ะ พวกเรายืนรอจนเมื่อยขาไปหมดแล้ว..." มอลลี่ หนึ่งในกลุ่มสาว ๆ ตัดพ้อ
"ขอโทษครับ สาว ๆ เดี๋ยวชดเชยให้นะ ป่ะ เข้าไปในงานกันดีกว่า..นะครับ " เขาแกล้งใช้วงแขนกวาดต้อนสาวๆ พริ้สเซสให้เดินเข้าประตูไปพร้อม ๆ กันและเดินผ่านเธอไปโดยไม่ได้หันมามองว่ามีใครที่กำลังมองเขาอยู่ อัญญายืนนิ่งให้เขาเดินผ่านไปด้วยความรู้สึกที่แสนทรมานกับการถูกเมินเฉยราวกับว่าเธอไม่มีตัวตน น้ำตาปริ่มขอบตา โลกทั้งโลกหยุดหมุน ทุกอย่างดูพร่ามัวไปหมด ทันใดนั้นเองมีมือของใครคนหนึ่งมาจับแขนของเธอทำให้ได้สติกลับคืนมา อัญญาหันมาก้มลงมองที่มือนั้นและเงยหน้าไปหยุดจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเจ้าของมือที่กำลังจับแขนของเธออยู่
"...คุณ..ไตร..." น้ำตาที่เอ่อขอบตาไหลลงมาที่แก้มโดยไม่รู้ตัว เขากำลังมองเธอด้วยความห่วงใยและขณะที่ไตรกำลังจะเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้ เธอรีบยกมือปาดน้ำตาและเลี่ยงเดินไปรวมกับทีมดูแลแขกคนอื่น ๆ
"….." ไตรมองตามไปก่อนจะหันกลับมาสบตากับอาทิตย์เพื่อหาคำตอบ แต่ไม่มีคำอธิบายใด ๆ เขาจึงจำต้องตัดใจเดินกลับไปต้อนรับแขกเหรื่อในงานต่อไป


ค่ำคืนอันยาวนานภายในงานเลี้ยงรับรองยังคงดำเนินมาจนเวลาล่วงเลยผ่านเที่ยงคืนไปนานแล้ว  บรรดาลูกค้าที่มาร่วมงานยังคงสำราญกับมหกรรมแห่งความสุขอย่างไม่มีทีท่าจะเลิกรา แต่อัญญาไม่ได้โผล่หน้าเข้าไปด้านในงานเลี้ยงอีกเลยตั้งแต่ที่เธอเดินผ่านเค้าเตอร์เครื่องดื่มและหยิบแชมเปญขวดใหญ่ติดมือไปหมกตัวอยู่ด้านนอกระเบียงด้านหลังครัวเพียงคนเดียว แชมเปญหมดไปนานแล้ว เหลือเพียงเธอนั่งจมกับภาพของความห่างเหินและความเจ็บปวดที่ยังไม่ลบเลือน เวลาแต่ละวินาทีมันช่างยาวนานเหลือเกิน แล้วจู่ๆ เธอก็พยายามยันร่างให้ยืนขึ้นเพื่อเดินกลับไปหอบเอากระเป๋าสัมภาระและหลบออกไปด้านประตูหลัง เธอกวักมือเรียกรถแท็กซี่อย่างทุลักทุเล ลุงเสริมแท็กซี่เจ้าประจำรีบขับรถมาจอดเทียบและพาเธอขึ้นรถออกไป สติที่ดับวูบมาตลอดทางกลับมาอีกครั้งเมื่อรถมาจอดอยู่ด้านหน้าคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง เธอควักเงินในกระเป๋าจ่ายให้ลุงเสริม
"ไม่ต้องทอน...ลุงกลับไปก่อนเลย..ไม่ต้องรอ..โอเค๊..?" แล้วผลักประตูรถด้วยแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่และก้าวออกไปพยายามทรงตัวให้ตรง ค่อยๆ เดินดูตุปัดตุเป๋ไปทีละก้าวอย่างยากเย็น
"แน่ใจนะ ว่าไม่ต้องให้รอน่ะ.." ลุงเสริมลดกระจกลงและตะโกนถามด้วยความเป็นห่วง เธอเพียงแต่ยกมือขึ้นเหนือหัวชูสองนิ้วก่อนจะเดินเข้าประตูไปด้านในอาคาร
เสียงสัญญาณเตือนประตูลิฟท์เปิดออกดังปลุกเธอให้ตื่น สติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่ถูกเบียดบังด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ปั่นให้เลือดในตัวเดือดพล่าน ความกล้าบ้าบิ่นสั่งให้พลังแห่งสัญชาตญาณพาร่างของเธอมาถึงจุดหมายที่เธอต้องการได้ในที่สุด เธอยืนอยู่หน้าประตูบานหนึ่งอยู่นาน มือสั่น ใจยิ่งสั่น รู้สึกหวั่นใจและกลัวกับสิ่งที่เธอกำลังจะเผชิญในอีกไม่กี่อึดใจ เธอยื่นมือไปกดกริ่งหน้าประตูถี่ ๆ ย้ำหลายครั้งแต่กลับไม่มีเสียงตอบรับ ทางเดินทั้งชั้นเงียบสนิทปราศจากสิ่งมีชีวิตใดๆ  ความเศร้าที่เกาะกินใจยิ่งย้ำให้เจ็บปวดเมื่อมีเพียงแต่เธอที่กำลังยืนอยู่ตรงนี้เพียงคนเดียว   ' ไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกเหรอ...แล้วไปอยู่ซะที่ไหน...กับใคร...?.'  อัญญาเข่าอ่อนยืนหันหลังพิงประตูยอมรับสภาพความผิดหวัง ทั้งที่สู้อุตส่าห์กระเสือกกระสนมาจนถึงที่นี่แต่กลับไม่ได้อะไร พอนึกถึงตรงนี้เธอถึงกับต้องผ่อนลมหายใจยาวๆ รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก ' คงต้องยอมแพ้แล้วสินะ หยุดไว้เท่านี้......พอได้แล้วนะอัญญา....พอได้แล้ว....' ความรู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ในร่างกายกำลังกดให้สติเฮือกสุดท้ายหมดลงแล้ว แต่ก่อนที่แสงสว่างจะดับมืดไป มือของใครคนหนึ่งมาคว้าตัวเธอเอาไว้ได้ทัน

เช้าวันต่อมา เธอลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดหัวจนแทบทนไม่ไหวแต่พอพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ที่ไหนสักแห่งและนอนในอ้อมกอดของใครอยู่ก็ทำให้อาการทุกอย่างหายไปเป็นปลิดทิ้งเหลือเพียงแต่ความรู้สึก .....ช็อค!!! เมื่อเห็นว่าใครคนนั้นคือ...... ณพัฒ!!!!... 'เหี้ย!!!!...เกิดอะไรขึ้น!...มาอยู่ที่นี่ได้ไง....! แล้ว....ทำไม?!!?....ทำไมเขา....ไม่ได้ใส่เสื้อ?!...' เธอผงะสุดแรง งุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น กลั้นใจค่อยๆ เปิดผ้าห่มตรวจดูความเรียบร้อยของตัวเองก็ยิ่งช็อคหนักกว่าเดิม เธอสวมเสื้อยืดและกางเกงลำลองที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าจะต้องเป็นเสื้อผ้าของเขาแน่ ๆ  อัญญาจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่เมื่อเริ่มเรียบเรียงเหตุการณ์ได้แล้วเธอแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปจากตรงนั้นซะให้ได้ สิ่งสุดท้ายที่จำได้คือลุงเสริม... 'ทำไมลุงเสริมพามาที่นี่.. แล้วชุด!!!... เสื้อ.!!!.  เมื่อคืน...เกิดอะไรขึ้น...' เสื้อผ้าชุดที่เธอใส่มาเมื่อคืนถูกวางไว้บนเก้าอี้ข้างเตียง 'เหี้ยละ..ทำอะไรลงไปมั่งเนี่ย?!!!?....." ใจอยากจะร้องกรี๊ดออกมาดัง ๆ แต่ก็ทำไม่ได้ ' อยู่ไม่ได้แล้วๆ !!! เผ่น...ต้องรีบเผ่นก่อนดีกว่า....' เธอแตะแขนของเขาแผ่วเบาให้แน่ใจว่าเขายังหลับสนิทจึงค่อยๆ ยกแขนที่กอดเธอเอาไว้ออกไปจากตัว พอดีกับที่เขาพลิกตัว 'อย่า..!! ไม่ๆๆๆ...อย่าเพิ่งตื่นขึ้นมาตอนนี้....!' อัญญานอนเกร็งตัวแข็งทื่อหลับตาปี๋ด้วยความกลัวว่าเขาจะตื่นขึ้นมา ถ้าต้องให้เผชิญหน้ากับเขาในสภาพนี้เธอคงได้กลั้นใจตายแน่  โชคยังดีที่เขาเพียงแต่พลิกตัวหันไปอีกด้านหนึ่งเท่านั้น เธอรอจนแน่ใจว่าเขากำลังหลับ จึงค่อย ๆ ขยับตัวใต้ผ้าห่มถอยห่างออกมาจนถึงขอบเตียงจึงรีบพลิกตัวก้าวขาลงจากเตียง และเหยียบเข้ากับอะไรบางอย่างจนลื่นลงไปกองกับพื้นพรม พอตั้งหลักได้จึงรีบคว้าของที่เธอเหยียบขึ้นมาตรวจดูว่าไม่ได้เสียหายก็รีบมุดก้มลงไปเพื่อยัดเข้าไปเก็บไว้ใต้เตียง ตอนนั้นเองที่มือเผลอไปปัดโดนกับของสิ่งหนึ่งเข้าให้ กล่องสีเหลี่ยมผืนผ้าใบเขื่องซึ่งตอนนี้ฝาถูกเปิดออกโดยไม่ตั้งใจ เธอกุลีกุจอหยิบกล่องและฝากล่องขึ้นมาเพื่อที่จะจัดการปิดฝาให้แน่นหนาและจะได้ยัดเก็บไว้ในที่เดิม แต่เมื่อเธอเห็นสิ่งที่อยู่ในกล่อง....... ' นี่มัน....!!! ทำไม.....ของพวกนี้......?!!!'


ติ๊ด... ๆ... ๆ... ๆ... ๆ....
เสียงเตือนจากไมโครเวฟปลุกให้ตื่นจากห้วงภวังค์ อัญญาถูกกระชากกลับสู่โลกปัจจุบันแต่ใจยังรู้สึกวูบๆ พิกล รีบดึงมือที่แช่อยู่ในถุงขนมออกมาแอบเช็ดกับข้างเบาะโซฟา เกรซลุกขึ้นไปเปิดและหยิบอาหารกล่องที่เธออุ่นเอาไว้ ทันทีที่เปิดฝาออกมาควันและกลิ่นไหม้ก็ฟุ้งกระจายทั่วห้อง
"...ไหม้หมดเล๊ย.. กล่องสุดท้ายแล้วด้วย....." เกรซโวยวาย
 "อุ่นของกินแค่นี้ยังทำให้ไหม้ได้ ไม่ธรรมดานะแก...มันฝรั่งมะ.." อัญญายื่นถุงขนมให้จากระยะไกล
"ไม่เอาอ่ะ ...มีแต่เกลือกะผงชูรส กินเข้าไปได้ไง...เค้าเรียกอาหารขยะ แดกแยอะ ๆ จะตายเร็ว...แกล้งไม่รู้หรือว่าโง่จริง ๆ ยะ..!" เธอหันไปหยิบขนมปังโฮลวีทสองชิ้นออกจากถุงมาทาแยม
"ชั้นไม่ได้โง่ แต่ชั้นเลือกกินของที่อยากกิน ตายไปจะได้ไม่เสียดาย...แกน่ะแหละกินแต่ของประหลาด และที่ถืออยู่นั่นน่ะแป้งกะน้ำตาลทั้งนั้น....ชั้นยังไม่ว่าอะไรแกเลย"  เกรซเดินสะบัดเข้าห้องนอนไปโดยไม่ต่อปากต่อคำ อัญญามองตาม.......แต่ก็ไม่แคร์


ประตูห้องนอนปิดลง การะเกษ ยืนพิงประตูห้องนอนหน้าตาดูเนือย ๆ ในมือยังคงถือแผ่นขนมปังทาแยมอยู่แบบค้าง ๆ คาๆ ทำท่าเหมือนกำลังชั่งใจว่าจะจัดการกับมันดีหรือไม่ เสียงถอนหายใจยาวทำลายบรรยากาศที่เงียบงันของห้องที่ผนังถูกตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์สีเข้มลวดลายดีไซน์เลียนแบบลายลูกไม้รอบห้อง ผ้าม่านหน้าต่างสีเข้มจัดเปิดไว้เพียงครึ่งเพื่อรับแสงจากภายนอก ยังดีที่มีโคมไฟสีจัดจ้านช่วยทำให้ห้องสว่างขึ้นมาบ้าง เธอเดินไปทรุดนั่งที่ขอบเตียงนอน สายตาเหม่อลอยไปไกล .....มีเรื่องหนึ่งติดอยู่ในใจของเธอทำให้เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างที่กำลังจะเปลี่ยนเธอไปจากเดิม
ตั้งแต่สมัยเรียน คนอย่างการะเกษ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเวลาไหนก็ต้องเป็นคนที่มีความสามารถและบุคลิกที่โดดเด่นกว่าทุกคน และเธอก็โดนเด่นได้จริง ๆ ด้วยผลการเรียนที่ดีเลิศและความใจกล้าแบบไม่สนหน้าใคร ทำให้ไม่เพียงแค่เธอจะเป็นหนึ่งในทีม GN เท่านั้น แต่ยังเป็นคนที่แพทตี้ หัวหน้ากลุ่ม 'Princess Girl' หมายตาและต้องการให้เข้าร่วมมาเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มให้ได้ แม้ว่าตามกฎแล้วผู้ที่เป็นนักเรียนในโรงเรียนนี้ไม่ถึง 3 ปีจะไม่สามารถเข้ารับการคัดเลือกเพื่อเข้าเป็นสมาชิกของ 'Princess Girl' ได้ก็ตาม แต่ด้วยการสนับสนุนของแพทตี้ ทำให้เธอได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกพิเศษตำแหน่งหัวหน้าทีมประสานงานระหว่าง PG กับกรุ๊ปอื่น ๆ ในโรงเรียนและยังให้สิทธิ์พิเศษให้เธอสามารถเข้าร่วมในทุกกิจกรรมของ PG โดยไม่ใส่ใจเสียงคัดค้านของกรรมการและสาว ๆ ที่เป็นสมาชิกกลุ่มที่ต่างก็ยืนยันว่าไม่ควรด้วยประการทั้งปวง
"คิดให้ดี ๆ นะแพทตี้ เราต้องรักษาภาพลักษณ์ของพวกเรานะ...." มอลลี่ หนึ่งในสมาชิกคนสนิทของแพทตี้พยายามทัดทาน เมย์ และแก้ว อีกสองเพื่อนสาวคนสนิทพยักหน้าหงึก ๆ เห็นด้วยกับมอลลี่
"นี่ ลืมไปแล้วเหรอ ว่าการเป็น PG ไม่ได้วัดกันแค่ภายนอก เรามองกันที่จิตใจ พวกเธอเองก็ได้พิงค์การ์ดมาเพราะชั้นสนับสนุน  จำไม่ได้เหรอ...." แพทตี้ยังเสียงแข็ง
"แต่..แต่ว่า...พวกเราเป็นห่วง PG  ของเราจริง ๆ นะ ....เกรซเค้า...ขนาดนั้นเลยนะ..." มอลลี่พยักเพยิดหน้าให้แพทตี้หันตามไปมองดูอะไรบางอย่าง
การะเกษในชุดนักเรียนกำลังเต้นบีเกิร์ลในท่าสุดเซ็กซี่ส่ายสะโพกตามเสียงเพลงลีลาจริตจะก้านเกินงามไปหลายขุมอยู่ท่ามกลางบรรดาหนุ่ม ๆ TS ทีมนักบาสที่ส่งเสียงเชียร์อย่างครึกครื้น และมีสาวชมรมเชียร์กลุ่ม BC-Girl ก็กำลังยืนมองตาปริบ ๆ อยู่ใกล้ๆ  
"......" แพทตี้พยายามสะกดอารมณ์และแอบถอนหายใจ เธอหันกลับมาสบตามอลลี่ เมย์ และแก้วที่กำลังรอคำตัดสินใหม่อีกครั้ง
"ก็..แค่เล่นสนุก ๆ น่า ไม่เห็นมีอะไรเลย คนกล้าแบบนี้แหละที่เราต้องการ" คำอธิบายที่ฟังไม่ค่อยขึ้นเลยนะแพทตี้
"โธ่เอ๊ยแพทตี้ ดูสิ...ขนาดนั้นแล้วจะให้เป็น PG ได้ไงอ่ะ...ไม่ไหวหรอกนะ..ใช่มะพวกเรา..."  มอลลี่ยังพยายามโอดครวญ
"แต่แพทตัดสินใจไปแล้วตามสิทธิของหัวหน้า เปลี่ยนอะไรไม่ได้หรอก โอเค๊ ?.... อย่างอแงเลยนะจ๊ะสาว ๆ .. เป็น PG ต้องหัดมีน้ำใจสิ นะ... เอาตามนั้นแหละนะ " แพทตี้ยิ้มกว้าง แต่มอลลี่ เมย์ และแก้ว ไม่รู้สึกอยากมีน้ำใจสักเท่าไหร่  
" ต้องรับยัยนั่นเข้ากลุ่มเหรอ... นี่มันคือคำสาปประเภทไหนกันเนี่ย...." สามสาวกำลังรวมพลังสายตาพิฆาตจ้องไปที่เกรซอย่างคิดหนัก
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเกรซก็เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม PG และสร้างเรื่องปวดหัวให้กับสมาชิกในกลุ่มได้ไม่เว้นแต่ละวัน เรื่องปั่นป่วนเกือบร้อยทั้งร้อยที่มีเกรซเป็นต้นเหตุนั้นก็หนีไม่พ้นเรื่องผู้ชาย เธอมักจะเป็นจอมปาดหน้าเค้กโดยไม่แคร์สื่อไม่สนใจว่าสาว ๆ เหล่านั้นที่โดนปาดหน้าเค้กจะเป็นสมาชิกกลุ่มหรือไม่ จึงทำให้เธอถูกหมายหัวจากบรรดาสาวแท้สาวเทียมและถูกตามราวีมีเรื่องโต้เถียงทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำ
"นี่เกรซ..ชั้นถามจริง ๆ เถอะ ทำไมแกชอบเที่ยวไปปาดหน้าเค้กคนอื่นนักยะ โตมายังไงเนี่ย เป็นปมด้อยรึไง ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมจนเค้ามาชี้หน้าด่าถึงที่นี่ ไม่อายคนอื่นเค้าบ้าง..?...." มอลลี่สาดคำพูดอย่างคนหมดความอดทน
"...มอลลี่.. ชั้นไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย ... ไม่ได้ทำ...สาบานตรงนี้เลย ผู้ชายพวกนั้นมาวอแวกับชั้นก่อน แล้วยังไง..ชะนีก็มาโวยวายว่าชั้นอ่อย.. ใคร!! ใครอ่อยยะ ชั้นเนี่ยนะ!! จำเป็นเหรอจ๊ะ..." เกรซลอยหน้าลอยตา
"...ยังไม่รู้ตัวอี๊ก!!!! .... ไม่เคยยอมรับว่าตัวเองผิดบ้างเล๊ย.... ชั้นน่าจะปล่อยให้โดนตบให้ตาย ....โอ๊ะ..โอ๊ย...."  มอลลี่เอามือแตะที่ขอบปาก เลือดยังซิบ ๆ  ทั้งสองคนทุ่มเถียงแบบไม่มีใครยอมใคร  เมย์และแก้วอยู่ข้าง ๆ คอยพัดวีเป็นกำลังใจให้มอลลี่ที่ต้องรับหน้าที่ต่อกรกับเกรซ และทั้ง ๆ ที่เขาเธอเพิ่งเข้าไปช่วยเกรซจากการถูกรุมทำร้ายในห้องน้ำจนถูกฝ่ามือพิฆาตของกะเทยรุ่นใหญ่ฟาดลงมาเต็มเบ้าหน้าแถมด้วยรอยข่วน รอยฟกช้ำดำเขียวเต็มตัวไปหมด แต่เกรซกลับไม่ยอมลดราวาศอกให้เธอเลยสักนิดแถมยังเถียงฉอดๆ ไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด
"นี่พวกเธอยังไม่ชินกันอีกเหรอ... " แพทตี้นั่งมองทั้งสองคนอยู่หัวเราะคิก ๆ มองเพื่อนสาวด้วยแววตาใสๆ น่ารักน่าเอ็นดูไปอีก
และถึงแม้ว่าเกรซจะสร้างปัญาหาไม่หยุดหย่อนแต่แพทตี้ก็เป็นคนที่คอยแก้ต่างและประสานรอยร้าวของสาวๆ มาตลอด ทั้งหมดจึงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอมา จนกระทั่งทุกคนเรียนจบแต่ละคนก็แยกย้ายกันไปเรียนต่อจนจบปริญญาและทำงานกันไปหมดแล้วเกรซกับกลุ่ม PG ยังคงสนิทสนมกันเหมือนเช่นเดิม มอลลี่และทุกคนต่างก็ชินชากับพฤติกรรมประหลาด ๆ ของเกรซและไม่เก็บเอามาเป็นอารมณ์อีกต่อไปแล้ว
"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม... ใครทำกรรมใดไว้ก็เตรียมตัวรับผลกรรมกันไปเถอะย่ะ ชั้นไม่ยุ่ง..." มอลลี่บอกกับทุกคนหลังจากกลับจากเข้าโปรแกรมปฏิบัติธรรมมาร่วมเดือน
"สา.....ธุ...." เกรซยกมือท่วมหัวประชดอย่างไม่ลดละ
ผับของเฮียเคี้ยงเป็นแหล่งรวมพลของผู้คนที่หลงใหลแสงสียามค่ำคืนทั้งหลายจึง็็็๋ฆษฏโเป็นสถานที่นัดสังสรรค์ในคืน Hang out night ของเหล่าสาว ๆ PG ซึ่งนำทีมโดยแพทตี้อีกด้วย ถึงแม้ว่าต่างคนจะต่างแยกย้ายไปใช้ชีวิตแต่ยังคงชักชวนกันนัดสังสรรค์กันอยู่เป็นประจำเพียงแต่ได้มีมติให้ยกเลิกการใช้ชื่อกรุ๊ป 'Princess Girl' ซึ่งแก้วได้เสนอเรื่องนี้ขึ้นหลังจากที่เธอไปตรวจสภาพผิวกับคลีนิกเสริมความงามเมื่อหลายปีก่อนและผลการตรวจไม่เป็นที่น่าชื่นใจนัก
"เอ่อ...มันก็...กระดากปากจะเรียกอ่ะนะ .... " แก้วให้เหตุผลเสียงอ่อย ๆ ทุกคนทำเมินคำพูดของแก้วพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
"ก็โอเค..เราไม่ได้รู้สึกว่าแก่หรืออะไรหรอกนะ แต่ก็..ตกลงตามนั้นก็ได้ .....อนุมัติ...... " แพทตี้พยายามแอ๊บเสียงเด็กทำหน้าแบ๊วเข้าสู้
ในการเลี้ยงต้อนรับณัธที่ผับของเฮียเคี้ยงเมื่อคืนที่ผ่านมา นอกจากจะมีกลุ่มเพื่อนกรุ๊ป GN ไปรวมตัวกันแล้ว ก็เป็นคืนที่สาว ๆ  PG มารวมกันอยู่ที่นี่ด้วย ทำให้เกรซได้สนุกสนานกับการเอนเตอร์เทนทั้งสองกลุ่มอย่างเมามันส์ระหว่างรอให้ทุกคนมากันครบองค์ประชุม
"กว่าจะมาได้นะยะ ชั้นรอจนเหงือกแห้งแล้วแห้งอีก ดีนะที่มีคนไปลากหนุ่ม ๆ มาให้กลั้วคอเป็นระยะ ๆ "มอลลี่บ่นแพทตี้เรื่องที่เธอมาช้าไปเกือบสองชั่วโมง
"ขอโทษ ๆ นี่ก็รีบสุด ๆ แล้วนะ รถติดมหาโหดไปเลย..." อีกฝ่ายขอโทษขอโพยเสียงใสๆ แบ๊วๆ จนโกรธไม่ลง
"ฮายยยย..........." เกรซแทรกหน้าสวยๆ เข้ามาทักทาย "มาแล้วหรอคะคุณหนูแพทตี้  ช้านะคะ.... คืนนี้อิชั้น.... อาจจะไม่ได้อยู่ดูแลเพื่อน ๆ PG ได้อย่างเต็มที่นะคะ....นั่นก็เป็นเพราะว่า... คืนนี้คิวแน่นมากอ่ะ โฮ๊ะ ๆ ๆ ๆ .... ไหนจะโต๊ะนั้น .. งานเลี้ยงต้อนรับเด็กนอก...." เกรซผายมือไปทานโต๊ะของเหล่า GN
"อ้าว ณัธเรียนจบกลับมาแล้วหรอ เร็วจัง " แพทตี้พูดขึ้น
"เร็วที่ไหนกันยะ ไปเรียนตั้งหลายปี จบแล้วก็เรียนต่อ พอเรียนจบอีก ก็เรียนต่ออีก แฟนมันรอจนจะหงำเหงือกแล้ว ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ "  มอลลี่แซว
"เงียบเลย.. หุบปากเดี๋ยวนี้ค่ะมอลลี่ ที่แกกำลังหัวเราะเยาะนั่นเพื่อนเลิฟชั้นนะยะ.... แต่ก็จริงอย่างว่า... รอนาน น๊าน นาน หลายปีมากและยังเรียนอยู่ ยังไม่จบนะคะ...." เกรซลากเสียงยาว  " เป็นชั้นนะ หาใหม่ไปนานละ ..แต่ก็ ช่างเค้านะคะ คืนนี้งดเมนูเผือก โอเค๊ ?.... งานต่อไปก็คือ..โน่นค่ะ......." เกรซผายมือไปอีกด้านหนึ่งซึ่งเป็นบาร์เหล้า สาว ๆ มองตามไปอย่างว่าง่าย " ณพัฒ... กรี๊ด!!...ที่รักของชั้นเอง เค้าก็ต้องการการดูแลเอาใจใส่ ปรนนิบัติพัดวีอยู่ทางด้านโน้น... เพราะฉะนั้นนะคะคุณเพื่อน ๆ .. คืนนี้ เซลฟ์เซอร์วิสดูแลหาอาหารคาวหวานกินกันเอาเองนะจ๊ะ......." เกรชพูดจบก็ทำหน้ากรุ้มกริ่ม ท่าทางกรีดกรายยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาจิบอย่างมีความสุข
"........เดี๋ยวแพทขอตัวเข้าห้องน้ำ.....แป๊บนึงนะ..เดี๋ยวมา" แพทตี้จู่ ๆ ก็เปลี่ยนท่าทีดูตึง ๆ กำลังลุกออกจากโต๊ะ จังหวะเดียวกันกับเกรซกำลังบรรจงวางแก้วเครื่องดื่มไว้ที่เดิมและในตอนนั้นเองเธอถูกใครคนหนึ่งกระแทกมาจากด้านข้างอย่างแรง
"แพทตี้!!.. อยู่นี่เอง หาซะทั่วเลย ขอโทษนะที่เค้ามาช้าอ่ะ...." เจ้าของเสียงคือคนๆเดียวกันกับคนที่ชนเกรซและพุ่งตัวโผกอดแพทตี้โดยไม่แคร์สายตาประชาชีที่ยืนอยู่โดยรอบแถมยังพูดจากับแพทตี้ด้วยความสนิทสนมท่ามกลางอาการตกตะลึง ของ มอลลี่ เมย์ และแก้ว  เกรซเองพอตั้งตัวได้ก็ยืนนิ่งอึ้งกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า
"คิดถึงจะแย่แล้ว หาตั้งนานกว่าจะเจอ ...." เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงน่ารักน่าหยิก
แพทตี้เริ่มได้สติ รีบผลักเขาออกและถอยกรูดมายืนอยู่ฝั่งเดียวกันกับเกรซ แทนที่เขาจะยอมปล่อยกลับถือวิสาสะดึงเธอเข้าไปกอดอีกครั้ง
"ว๊าย!!!!....." รอบนี้เธอกรี๊ดลั่น
"จะหนีทำไม..ขอกอดให้หายคิดถึงหน่อย...."  เขากอดแพทตี้แน่น คราวนี้ใบหน้าของเขาประจันหน้ากับเกรซในระยะประชิดขนาดที่ทำให้เกรซมองเห็นรายละเอียดของหน้าได้อย่างชัดเจน เขาแกล้งกอดแพทตี้แน่นเข้าไปอีกจนแพทตี้เสียหลักเซถอยหลัง ทำให้ใบหน้าเขากับเกรซใกล้จนแทบจะชนกันจนอยู่แล้ว เธอรีบผละถอยห่างออกมาทำให้ชนกับโต๊ะที่อยู่ด้านหลังจนเกือบจะล้มแต่เขาคว้าแขนเธอไว้ได้ทันจังหวะนั้นเองทั้งสองคนสบตากันจังๆ โดยบังเอิญอีกครั้ง ตาประสานกับตาสวยๆ คู่นั้นทำให้เกรซเกือบเคลิ้ม



รถยนต์คันหรูกำลังมุ่งหน้าไปยังสนามบิน วันนี้เกรซมีภารกิจที่จะต้องเดินทางไปต้อนรับทีมผู้ประสานงานที่เดินทางมาจากยุโรปเพื่อตรวจเช็คและดูแลโปรเจ็คแฟชั่นโชว์ใหญ่ยักษ์ที่ทางบริษัทกำลังจะจัดให้มีขึ้นในเดือนหน้านี้โดยเธอได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลโปรเจ็คทางฝั่งของทีมไทย โปรเจ็คนี้สำคัญกับเธอมากกว่าสิ่งใดทั้งหมด มันเป็นโอกาสที่เธอจะได้แสดงความสามารถให้ทางบริษัทได้เห็นและพิสูจน์ว่าเธอคู่ควรที่จะได้รับคัดเลือกให้ไปรับตำแหน่ง Area manager ของสาขาในยุโรป แต่ว่าตอนนี้เธอกลับไม่สามารถที่จะลืมเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนที่ผ่านมาได้ ใบหน้าและรอยยิ้มของขายแปลกหน้าคนหนึ่งกำลังเป็นภาพจำอย่างชัดเจนที่ลอยวนเวียนอยู่ในความคิดตลอดเวลา

"ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ! ตาบ้า... โยชิ! เล่นอะไรแบบนี้ ปล่อย! " แพทตี้โวยวายเสียงดังจนทำให้เขาต้องปล่อยเธอออกจากอ้อมกอดและหัวเราะอย่างอารมณ์ดี มือข้างที่จับแขนของเกรซอยู่เปลี่ยนมาเป็นประคองเธอแทนเขาหันมามองเธอและยิ้มให้อีกครั้งก่อนจะหันไปทางแพทตี้
"ทำไมดุจัง...ทุกทีไม่เห็นจะว่าอะไร....." เขาแกล้งทำเสียงเง้างอนเหมือนเด็ก ๆ ยิ่งทำให้ดูน่ารักเข้าไปใหญ่
"นี่..น้อย ๆ หน่อย พอได้แล้ว แพทไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะ เที่ยวมาทำรุ่มร่ามแบบนี้เดี๋ยวคนอื่นได้เข้าใจผิดกันไปหมด..."
"โธ่แพท.. นี่ก็เพื่อนแพททั้งนั้น ก็บอกพวกเค้าไปดิว่าเราเป็นอะไร...กัน.. โอ๊ย!!!" เขายังถือโอกาสทำกรุ้มกริ่มจนโดนแพทตี้หยิกเข้าให้
"ยังไม่หยุดอีก...แพทไม่ตลกด้วยแล้วนะ " แพทตี้นึกได้ รีบหันมาแนะนำให้ทุกคนรู้จักเขาก่อนที่เรื่องจะวุ่นวายไปมากกว่านี้  "เออ..นี่เพื่อนแพท มอลลี่ เมย์ แก้ว และเกรซ..." เขายิ้มให้ทุกคน "ส่วนนี่ โยชิ เพื่อนตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ น่ะ...ไม่ใช่แฟน..."
"โธ่.. ให้เป็นแค่เพื่อนสมัยเด็กอีกละ...เค้าโตแล้วนะ เมื่อไหร่แพทจะเลื่อนตำแหน่งให้ซะทีอ่ะ"  เขาแกล้งกระเง้ากระงอดแต่แพทตี้ทำเมินไม่สนใจ มีแต่สามสาวที่หัวเราะคิกคักกับความน่ารักของผู้ชายคนนี้ " ยินดีที่รู้จักทุกคนนะครับ เรียกผม 'โย' เฉย ๆ ก็ได้ครับ..."  เขาโค้งคำนับและไล่เรียงแจกยิ้มให้กับสาว ๆ ทุกคนจนสายตามาหยุดอยู่ที่ใบหน้าสวยๆ ของเกรซ
เกรซนั่งอยู่เบาะด้านหลังคนขับเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว เธอรู้สึกว่าหน้าของเธอร้อนผ่าวไปหมด 'บ้าจริง แค่คิดถึงยังเขินได้ขนาดนี้เลยนะเรา...' เธอมองออกไปเห็นว่าใกล้จะถึงสนามบินแล้ว เธอต้องรีบเรียกสติกลับคืนมาโดยด่วนเพราะมีงานที่สำคัญที่สุดรออยู่ เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นอย่างแรงมาก
"ว๊ายแม่ร่วง ๆ ๆ..!! บ้าจริง ตกใจหมดเลย.." เหลือบตามองค้อนคนขับรถที่กำลังขำกับคำอุทานยุคไดโนเสาร์ขัดกับภาพลักษณ์สวยเฉี่ยวของเธออยู่
"เบอร์ใครอ่ะ.." เกรซพึมพำกับตัวเอง 'ไม่รับ? แต่ว่าอาจจะเป็นทีมงาน...มาถึงนานแล้วซื้อเบอร์ไทยโทรมาตาม...รึเปล่า?' เธอลังเล แต่ก็แค่เพียงเสี้ยววินาทีจึงกดรับสาย อยากรู้ใจจะขาดว่าเป็นเบอร์ของใคร "เฮลโหล..."
"สวัสดีครับ เกรซ... ผมโยชิ -----------------------------------------------------------------------------"  เสียงปลายสายกลับกลายเป็นคนที่เธอกำลังนึกถึง เธอได้ยินเพียงแค่ชื่อนั้นก็ทำให้รู้สึกหูอื้อจนไม่ได้ยินเสียงอะไรรอบตัว ทุกอย่างดูเบลอและดูเหมือนหยุดนิ่งไปทันที
"-------------------------------เกรซ? เกรซครับ..? ฟังอยู่รึเปล่า...เฮลโหล.." เขาเรียกชื่อเธอซ้ำ ๆ จนเธอรู้สึกตัว
"..อ่ะ อ๋อ...ค่ะ...ยังอยู่...." เกรซพยายามตั้งสติ "...เอ่อ...แป๊บนึงนะคะ..." เธอวางโทรศัพท์ลงที่เบาะข้าง ๆ แล้วยกกระเป๋าขึ้นมาปิดหน้าก่อนจะเริ่มกรี๊ดและเต้นแร้งเต้นกาแบบไม่แคร์สายตาคนขับรถเพื่อระบายความตื่นเต้นแต่ยังต้องพยายามไม่ให้มีเสียงเล็ดลอดออกมา เมื่อกรี๊ดจนพอใจแล้วจึงสูดลมหายใจเข้าเพื่อเรียกสติและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาคุยต่อ
"เฮลโหล...เอ่อ...คุณโยชิ เมื่อกี้.....ยังไงนะคะ ....." 


อีกด้านหนึ่ง ป่านเดินทางมาถึงสถานที่นัดโซนพลาซ่าด้านตะวันตกของเมืองเรียบร้อยแล้ว เธอบอกให้แท็กซี่หยุดรถที่ตรงหัวมุมถนนก่อนถึงประตูทางเข้าเพื่อจะได้มีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจ อีกอย่าง.....เธออยากเดินชมบรรยากาศบริเวณนี้สักนิดก่อนเข้าไปด้านใน ที่นี่เป็นสถานที่พิเศษสำหรับเธอและเขา ร้านนี้เป็นร้านที่เขาและเธอมาเดทกันตั้งแต่ครั้งแรกและเป็นสถานที่นัดพบในครั้งต่อ ๆ มา .
.......และในวันครบรอบ 1 ปีที่คบกัน  ป่านเดินมาจากหัวมุมถนนและมองดูเขามาจากอีกด้านหนึ่งของทางเดินซึ่งมีร้านขายสินค้าซึ่งออกแบบเป็นห้องกระจกใสสำหรับแสดงสินค้าให้สามารถมองเห็นได้รอบทิศทางตั้งเรียงรายอยู่เป็นแนวเดียวกัน เธอมองผ่านกระจกใสจึงเห็นว่าณัธกำลังนั่งรอเธออยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิม เป็นเขาจริง ๆ เธอไม่ได้ฝันไป เธอเดินเข้าไปหาเขา หัวใจเต้นแรง ความตื่นเต้นทำให้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวดูเบลอไปหมด เขายิ้มให้และมองดูเธอด้วยแววตาที่แสนอ่อนโยน เธอหยิบกล่องของขวัญที่เธอเตรียมไว้ออกมาจากกระเป๋าและมอบให้กับเขา มันเป็นสร้อยที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ จี้สัญลักษณ์ทีมบาสเกตบอลทีมโปรดของเขาและด้านหลังสลักอักษรย่อ N&P ณัธใส่สร้อยเส้นนี้ติดตัวไว้ตลอดเวลาดูเหมือนว่าเขาจะชอบสร้อยและจี้สัญลักษณ์ชิ้นนี้มากที่สุด เธอมีความสุขที่เห็นว่าเขาให้ความสำคัญกับของที่เธอตั้งใจทำให้ เหตุการณ์ผ่านมานานหลายปีแล้วแต่ทุกอย่างยังเป็นเหมือนเดิมทำให้ภาพแห่งความทรงจำและความรู้สึกที่ทั้งตื่นเต้น ดีใจ หวั่นใจ และมีความสุขเหล่านั้นยิ่งชัดเจน   วันนี้......ฉากที่อยู่ในความทรงจำกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งแล้วสินะ
ป่านเดินผ่านร้านค้าที่เรียงรายอยู่ข้างทางเหมือนเช่นในวันเก่า เธอแอบมองผ่านอีกด้านของกระจก เขากำลังนั่งรอเธออยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิม ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายปี แต่ความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาก็ยังไม่เคยลดน้อยลงไปเลยสักนิด ใจหนึ่งก็อดคิดไม่ได้ว่า บางทีการที่ณัธต้องการให้เธอมาพบเขาที่นี่ มันอาจจะมีอะไรเกิดขึ้น..... เขาอาจจะต้องการให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขามีการพัฒนามากขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งก็เป็นได้ เธอหมายถึงการ 'ขอหมั้น' หรือว่าเขาอาจจะ "....ขอเราแต่งงาน....!!!!...."   เธอกรี๊ดกร๊าดอยู่ในใจ ยิ่งเดินมาจนถึงมุมร้านสุดท้ายหัวใจยิ่งเต้นแรงเข้าไปอีก ความรู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขจนแทบจะล้นทะลุออกมา  หากผ่านมุมทางเดินตรงนี้ออกไปเขาก็จะเห็นเธอได้ทันที ' เดี๋ยวนะ...ขอเตรียมใจก่อน....'  ป่านหยุดยืนอยู่ตรงมุมและสุดลมหายใจเข้าไปเต็มปอดเพื่อเรียกความกล้าแล้วจึงเดินเลี้ยวออกไป


No comments:

Post a Comment