Friday, October 7, 2016

NomoreTearCpt6

Chapter 6.
Quote 6 :  “  .....อยากรู้...ว่าคิดเหมือนกันรึเปล่า..... “

ภายในห้องเช่าของสามสาว เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกรอบหลังจากที่เพิ่งเงียบเสียงไป เกรซเพิ่งไขกุญแจเปิดประตูเข้ามาวางกระเป๋าที่เค้าเตอร์ เธอเหลือบไปเห็นกล่องยาของป่านที่วางอยู่จึงกวาดตามองรอบห้องแต่ไม่ปรากฏว่ามีสัญญาณของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ 'ไปไหนกันหมด...?'  เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง เธอเดินตามเสียงมาตรงโซฟาแล้วต้องผงะ 'คุณพระ!!!..ตายแล้ว!!! คืออะไร..! หรือว่า.....!?'  ภาพที่เห็นคือป่านและอัญญากำลังนอนกอดก่ายกันอยู่บนพื้นห้องตรงช่องว่างของโซฟาในท่าทางที่ชวนให้คิดเตลิดไปไกล ทั้งสองคนหลับสนิทจนไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงโทรศัพท์ที่ดังอยู่บนโต๊ะ เกรซเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู '....! ชิ ....เธอชักสีหน้าเมื่อเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามาและแกล้งจ่อโทรศัพท์ไปใกล้ ๆ สองสาวแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัว 'ทำไมเป็นงี้ ? ขี้เซาอะไรเบอร์นั้นยะ... หรือว่ากินกันเอง ?! จัดหนักกันทั้งคืน???  จริงอ่ะ?!..'
"เฮ้ย!! จริงง่ะ!!" เกรซลืมตัวอุทานออกมาทำให้อัญญาเริ่มรู้สึกตัว เธอจึงรีบคว้าแขนดึงให้ลุกขึ้นแต่สู้น้ำหนักตัวไม่ไหวเลยเสียหลักจนเกือบล้มลงไปพอดีกับที่อัญญาลืมตามองเห็นว่ามีใบหน้าใครบางคนอยู่ในระยะประชิด "เหี้ย!!!"  
"ว๊ายนี่!..แกด่าชั้นทำไมเนี่ย...?!...ลุกขึ้นมาเลยนะ ลุก....!!! ลุกเดี๋ยวนี้เลย!" ต่างฝ่ายต่างผละหนีจากกัน เกรซตกใจแต่ยังทันคว้าแขนอัญญาพยายามดึงให้ลุกขึ้นอีกรอบ อัญญาหายจากอาการตกใจแต่ยังงัวเงีย เมื่อเห็นว่าเป็นเกรซที่กำลังเซ้าซี้เธออยู่ก็เริ่มโวยวาย "...หืม..ทำอะไรของแกอ่ะ...โอ๊ย...ดึงทำไมว๊า...คนจะนอน...!! "  เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นห้ามศึกอีกครั้งเธอหรี่ตาก้มมองรอบ ๆ ตัวแต่ไม่พบที่มาของเสียงและถึงกับเหวอเมื่อเห็นว่าป่านนอนหลับตาพริ้มแขนขากอดก่ายเธออยู่ใบหน้าอยู่ใกล้จนแทบจะชนกัน "เฮ๊ย!!" เธอรีบดันตัวเองให้ถอยห่างออกมาจนหัวโขกกับขอบโต๊ะเข้าอย่างจัง
โป๊ก!!! "โอ๊ย!!!!" เสียงโทรศัพท์ยังดังไม่เลิก
"...แกจะรับมั้ย ? โทรศัพท์ดังมาเป็นชาติแล้ว...." เกรซเหวี่ยง อัญญาตัวงอเอามือขึ้นกุมหัวด้วยความเจ็บปวด ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองและรีบคว้าโทรศัพท์มากดรับสาย ไตรต้องการโทรมาเตือนเธอเรื่องงานสำคัญในช่วงบ่ายวันนี้แต่เพราะเป็นเพราะเธอไม่รับโทรศัพท์จึงทำให้เขาเป็นห่วงและโทรมาซ้ำอีกหลายสิบครั้ง บทสนทนาจบลงอย่างรวดเร็ว แต่เธอยังนั่งกองอยู่ที่พื้นข้าง ๆ ป่านที่กำลังหลับสนิทเพราะฤทธิ์ยากล่อมประสาทที่เธอใส่ลงไปในน้ำส้ม อัญญามองดูป่านด้วยความสับสนพยายามจับต้นชนปลายว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอและป่านถึงได้ลงมานอนอยู่กับพื้นแบบนี้ เรื่องราวค่อย ๆ ปะติดปะต่อ '..ณัธถูกจับไป...แล้ว..ไอ้ป่าน...ทำไม??...เมื่อเช้าเธอแอบใส่ยากล่อมประสาทในน้ำส้มที่ป่านกินเข้าไป เพื่อต้องการให้ป่านหลับไปซักพัก แล้วเธอจะได้มีเวลาคิดหาวิธีช่วยณัธออกมา หลังจากที่ป่านดื่มน้ำส้มแก้วนั้นจนหมด เธอก็นั่งรอให้ป่านหลับสนิทแต่ด้วยความเป็นห่วงคนรักที่ถูกจับตัวไปบวกกับความตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ป่านหลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่พักใหญ่ เธอพยายามถ่างตารอดูอาการของป่านให้แน่ใจว่าหลับสนิทแต่เธอเองก็ทั้งเหนื่อยและง่วงจึงเผลอหลับไปด้วยกันตั้งหลายชั่วโมงจนมารู้ตัวอีกทีก็ตอนนี้... 'เหี้ยละ..เผลอหลับไปเหรอเนี่ย...
อัญญาพยายามลุกขึ้นแต่แขนขาของเพื่อนยังคงพาดเกยอยู่อย่างนั้น 'หนักชิปเป๋ง...!!' เธอยกแขนป่านไปวางไว้ข้างลำตัวและดันขาที่พาดอยู่ให้พลิกไปอีกด้านหนึ่งแต่ป่านยังคงหลับสนิทไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัว เธอจึงชะงักและลองก้มไปใกล้ ๆ เพื่อฟังเสียงหายใจ ฝ่ายเกรซก็พยายามสังเกตพฤติกรรมของเธอด้วยความสงสัย 'ไอ้บ้า!!...นี่แกจะมอนิ่งคิสกันหรอ!! ชั้นยืนหัวโด่อยู่เนี่ย อายชั้นบ้างสิโว๊ย!!'
"นี่!! แกทำอะไร? แกจะจูบมันเหรอ!!? อายชั้นบ้างเสะ!!!....แกสองคนปาร์ตี้ยากันรึไง หรือว่า..นี่แกสองคนได้กันแล้วใช่มั้ย?! แอบกินกันเองใช่มั้ยห๊า ?! " เกรซดึงแขนอัญญาออกมาเพราะทนเห็นภาพบัดสีต่อไปไม่ไหว
"เฮ้ย!... ไม่ใช่!!! " อีกฝ่ายสะดุ้งโหยงรีบปฏิเสธข้อกล่าวหา
"มันจะไม่ใช่ได้ไง..ก็ชั้นเห็นกล่องยาอยู่นั่นอ่ะ....ถ้าไม่ใช่แล้วอะไร? พูดมาเลยนะ!...หรือว่า...แกทำอะไรไอ้ป่าน...แกทำอะไรมันน่ะ มันถึงเป็นแบบนี้ !!!" เกรซเล่นใหญ่โวยวายเดามั่วไปเรื่อย อัญญาหน้าเสีย เสียงดังขนาดนี้แต่ป่านยังไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัวเธอเองชักเริ่มไม่แน่ใจว่าเธอใส่ยาลงไปในน้ำส้มมากเกินไปรึเปล่า
"....เปล่า....!!!" เธอลากเสียงยาว "ชั้นไม่ได้ทำอะไร...ป่านมันกินของมันเอง ชั้นกลับมาก็เห็นกล่องยาวางอยู่แล้ว ..แกอย่ามาโบ้ยมั่วซั่วดิวะ....!..." พยายามทำเสียงแข็งกลบเกลื่อน
"เออ..แล้วไป " เกรซลดน้ำหนักเสียงลงง่ายๆ ซะอย่างนั้นแต่ก็ปรี๊ดแตกขึ้นมาอีกเมื่อนึกได้ว่ายังมีอีกประเด็นที่ต้องเคลียร์ " อร๊ายยย...แล้วนี่แกสองคนได้กันแล้วใช่มะ!?..แล้วทำไมไม่ไปดิลกันในห้องละยะ..มาทำอะไรกันตรงนี้ ประเจิดประเจ้อ..!!"
"โธ่..ไอ้บ้า ...ไปใหญ่ละ " อัญญาถึงกับทิ้งตัวเพลียกับความคิดอุบาทว์
"เอ้า..ก็นอนก่ายกันหมดสภาพซะขนาดนี้ ถ้าไม่ให้คิดว่ากินกันจนหมดแรง แล้วจะให้คิดว่าไง..."
"โอ๊ย!! พอ..พอเลย...พูดอะไรอ่ะ....เรื่องงี้ก็คิดได้นะแก ผิดผีตายห่า....." เธอได้โอกาสเบี่ยงประเด็น "...แค่นั่งคุยกัน..ป่านมันคงหลับเพราะฤทธิ์ยา ส่วนชั้น..เพิ่งกลับมาเมื่อตอนเช้า...ก็ง่วงไง... สลบไปตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็ตอนโดนผีอำเนี่ย..! "
"ผีอำ? ตอนไหน! ห้องเรามีผีด้วยเหรอแก?...เฮ้ย แกอย่ามาล้อเล่นงี้ดิ ชั้นกลัวนะ.."  อีกฝ่ายผวากับประเด็นผีๆ เริ่มคิดเป็นตุเป็นตะ
"ก็เออดิ..ผีเจ้าที่ลอยหน้ามาหลอกจนชั้นตกใจตื่นนี่ไง....เฮี้ยนชะมัด!!" อัญญาได้ทีแขวะเพื่อน เกรซหน้าเครียดกลัวจริงจังแต่พอนึกได้ก็ฟาดฝ่ามือไปบนแขนเพื่อนอย่างแรงแต่อัญญาเบี่ยงตัวหลบได้ทัน
"ไม่ได้กินชั้นหรอก ห่ะ ๆ ๆ....โอ๊ย!!"  รอบแรกเธอหลบทัน แต่รอบสองก็ยังโดนจนได้
"สม...มาว่าชั้นเป็นผีเจ้าที่..ผีอะไรยะ.....สวยซะขนาดนี้ต้องนางฟ้าเสะ " เกรซยิ้มสะใจ อัญญาเอามือลูบไหล่ป้อย ๆ เกรซมือหนักใช่เล่น และต้องสะอึกเมื่อเจอคำถามของเกรซ
"เออ..แล้วนี่...มันเป็นไรไปอีกอ่ะ ถึงกับต้องเทคยาเลย...? แกคุยกันไม่ใช่เหรอ...มันเล่าไรให้ฟังมั่ง?" ดูท่าทางต่อมเผือกนางจะเริ่มทำงาน
"...เอ่อ...ไม่มีไร ดูหนังเยอะไปอ่ะเลยเพ้อ คงกินยากะจะให้นอนหลับมั้ง..." เธอเฉไฉไม่ยอมเล่าความจริง
"..นี่ไง ได้หลับสมใจมั้ยล่ะ ซัดไปกี่เม็ดล่ะเนี่ย ชั้นแหกปากขนาดนี้ยังไม่กระดิกเลย...แกไม่เตือนมันมั่ง กินเยอะเดี๋ยวก็ตาย แล้วคุณชายณัธพงศ์จะอยู่ต่อไปยังไง..." เกรซก็ยิงแม่นตลอด อัญญาทำหน้าไม่ถูก กลัวป่านจะเป็นอะไรไป ไอ้คุณชายณัธพงศ์ก็เสือกหาเรื่องใส่ตัว ป่านนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดียังไง....
"..เออ แต่รอให้มันฟื้นก่อนมะ.. แล้วแกอ่ะ...มีไรถึงกลับรังแต่หัววัน...?..." เธอได้ทีเปลี่ยนเรื่องคุย
"อ่อ เออ..ใช่ ๆ ชั้นมีเรื่องสำคัญมว๊าก....! จะขอแกหน่อยอ่ะ..." เกรซนึกขึ้นได้ ยิ้มแหย ๆ มองอัญญาตาปริบ ๆ
"เอาดิ .... " เธอรู้ว่าเกรซจะขอเรื่องอะไร............เรื่องเสื้อผ้าเป็นเรื่องเดียวที่เกรซต้องการความช่วยเหลือจากเธอ อัญญาเหลือบมองนาฬิกา "เหี้ย จะเที่ยงแล้ว... แกไปหาคุ้ยในตู้เอาเองเลยนะ ชั้นรีบอาบน้ำก่อน....เดี๋ยวไม่ทัน..."  เธอพุ่งตัวกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางดิ่งเข้าไปในห้องน้ำทันที ทิ้งให้เกรซยืนเปลี่ยวอยู่คนเดียว '.....ไม่คิดจะถามไรมั่ง....ยัยบ้า!..ใส่ใจชั้นหน่อยไม่ได้ละไง!!!.... '

เหตุผลที่เกรซรีบแจ้นกลับมาที่ห้องก็เพื่อมาขอยืมชุดสวย ๆ จากอัญญา เสื้อผ้าดีไซน์เรียบหรูแบรนด์ดังๆ แต่ละชุดราคาหลายหมื่นบาทที่เป็นชุดที่ไตรซื้อให้สำหรับใส่ออกงานสำคัญ ๆ ของบริษัท  ซึ่งถูกใช้งานแค่เพียงครั้งเดียว หลังจากนั้นก็จะถูกนำไปซักและเก็บไว้อย่างดี 'ไม่ใส่แต่ก็ไม่ขาย...เก็บไว้ทำไมก็ไม่รู้...?' แม้ว่าเกรซจะมีอาชีพการงานที่ทำเงินได้ไม่ใช่น้อยแต่ถ้าจะต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อเสื้อผ้าในโทนสีขาวนวลใส่แล้วดูนางเอ๊กนางเอกแต่ไม่แซ่บไม่โชว์นางก็ไม่มีทางยอมควักจ่ายให้เปลือง พอมีเหตุให้ต้องใช้เสื้อผ้าโทนสีนี้เธอจึงใช้วิธีหยิบยืมจากอัญญาอยู่บ่อยๆ จนเป็นที่รู้กัน.....'  ซื้อชุดให้ลูกน้องใส่ออกงานแพงงี้เลย...บ้าป่ะเนี่ย..!' เกรซเลือกชุดพลางปาดเหงื่อ 'อ่อย...แต่ละชุด แต่ละสี...ใส่แล้วชั้นคงเรียบเป็นกระดาษแน่เลยอ่ะ....' เธอบ่นกับตัวเอง ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องแค่นี้จะกลายเป็นเรื่องยากสุด ๆ สำหรับเธอ
"งานสำคัญถึงกับต้องอัพลุ๊คเลยเหรอแก อ่ะโห..จัดซะเว่อร์วังฯ...."  อัญญาเดินออกมาจากห้องน้ำเห็นเกรซนั่งหน้าจ๋อยมองดูชุดกระโปรงโทนสีขาวนวลปักเลื่อมประดับด้วยลูกไม้อย่างปราณีตที่เธอเลือกไว้แล้วอดที่จะจิกกัดซะหน่อยไม่ได้
"จะไปกินข้าวกับเจ้าชาย...ชั้นก็ต้องเป็นเจ้าหญิงสิยะ.." เกรซสะบัดใส่ กำลังหนักใจว่าจะหาไอเดียเติมความแซ่บให้กับชุดนี้ได้อย่างไรบ้าง....
"อืม...เอาที่สบายใจ อย่าลืมคีพคอนเซปให้รอดจนจบงานละกัน...เดี๋ยวโป๊ะแตกเจ้าชายจะเตลิดซะก่อน...ห่ะๆๆ..." อัญญายืนเลือกเสื้อผ้าอย่างอารมณ์ดี
"หืม..ปาก....!.." เกรซขบเขี้ยวเคี้ยวฟันก่อนจะลากชุดที่เลือกไว้เดินออกไป 'ยัยบ้า..ถ้าไม่คิดว่าต้องอาศัยยืมชุดนะ...อย่าหวังว่าจะจบแค่นี้...!!!'
เสียงประตูห้องของเกรซปิดลง อัญญาหุบยิ้มทิ้งตัวลงบนเตียงแววตาเปลี่ยนไป หากทำได้เธออยากละลายกลายเป็นเนื้อเดียวกับเตียงนอนให้มันรู้แล้วรู้รอด 'จะทำไงดีวะเนี่ย!! ทำไมต้องเป็นชั้นด้วย....วุ้ย!!' เธอนอนชักดิ้นชักงอเหวี่ยงผ้าห่มปาหมอนด้วยความหงุดหงิด


สองสาวยุ่งอยู่กับการแต่งตัวจนเวลาล่วงเลยไปมากแล้ว ได้เวลาที่ต้องไปซะที สำหรับอัญญา เธอต้องรีบเข้าไปบรี๊ฟงานที่ออฟฟิศตามคำสั่งและที่สำคัญมากไปกว่านั้นเธอต้องการรู้ข้อมูลการนัดประชุมหรือมีทติ้งใดๆ ก็ตามที่มีกำหนดการจัดงานขึ้นที่บ้านของทากะยาม่าซังซึ่งก็เพิ่งจัดไปแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมานี่เอง ดังนั้นเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้มันช่างริบหรี่แต่ก็หวังว่าจะถูกจัดขึ้นอีกครั้งในวันสองวันนี้ เพราะนั่นหมายถึงโอกาสที่จะได้เข้าไปในบ้านของทากะยาม่าซังและหาทางช่วยณัธออกมาให้ได้ก่อนที่เรื่องราวมันจะลุกลามไปใหญ่โต ในขณะที่เกรซจะต้องเข้าไปตรวจความคืบหน้าและประชุมทีมงานให้เรียบร้อยและทำการแปลงโฉมเพื่อดินเนอร์สำคัญในค่ำคืนนี้ ที่ผ่านมาไม่ว่างานใหญ่ระดับไหนไม่เคยทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองต้องเตรียมตัวมากมายขนาดนี้มาก่อน กระเป๋าใบใหญ่อัดเต็มด้วยอุปกรณ์แต่งหน้าและข้าวของพะรุงพะรังที่ถูกจัดเตรียมไว้เยอะเกินจำเป็น ขนาดที่เพื่อนร่วมห้องเห็นแล้วอึ้งกันไปข้างหนึ่ง
"..โอ้โห....ชักอยากเห็นหน้าเจ้าชายของแกแล้วดิ..." อัญญาแกล้งมองสำรวจข้าวของจนเกรซชักจะรู้สึกอึดอัดอยากจะปรี๊ดแต่ก็ยังขัดเขินกับข้าวของของตัวเองเลยได้แต่ถอนหายใจทิ้ง..เฮ้อ ก็มันช่วยไม่ได้...เพื่อผู้ชายและยังต้องอัพลุ๊คในแบบที่ไม่ค่อยถนัดซะอีก แค่คิดก็ประหม่าและตื่นเต้นจนนึกคำด่าไม่ไหวแล้ว อีกฝ่ายก็แป่กเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ฟิดแบคปรี๊ดๆ กรี๊ด ๆ อย่างที่คิดไว้เลยเปลี่ยนทางไปหยิบกระเป๋าและโทรศัพท์แบบอึน ๆ พิกล
"เอ้ย..!..แก เดี๋ยว.." เกรซยืนอยู่หน้าประตูพร้อมออกเดินทางแต่ดันเบรกกระทันหัน " แล้วไอ้ป่านอ่ะ...เอาไง...ปล่อยไว้แบบนี้จะดีเหรอ..."
อีกฝ่ายชะงัก 'จริงด้วยแฮะ...ลืมไปเลย...ยังหายใจอยู่มั้ยวะ...!' เธอหันขวับ รีบเดินไปที่โซฟา ป่านนอนอยู่ที่เดิมในท่าเดิมและยังคงหายใจเป็นจังหวะสม่ำเสมอ "ยังโอเคอ่ะแก..." อัญญาหันซ้ายหันขวาใช้ความคิด "เดี๋ยวชั้นเอาผ้ามาห่มให้มันละกัน..." เกรซไม่อยากจะขัด รีบพยักหน้าตอบ "เออ ๆ .." ใจเธอนึกอยากช่วยอุ้มป่านขึ้นมานอนบนโซฟาจะได้นอนสบาย ๆ แต่ว่าใกล้ถึงเวลานัดเต็มทีแล้ว อีกฝ่ายวางกระเป๋าแล้วห่มผ้าให้ป่านอย่างเบามือ เธอไม่แน่ใจว่าฤทธิ์ยาจะหมดเมื่อไหร่ไม่อยากเสี่ยงให้แผนที่คิดไว้พังตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม 'นอนไปก่อนนะแก ขืนตื่นมาตอนนี้ละก็...ชั้นซวยแน่..!' จากนั้นจึงหันไปหยิบกระเป๋าแต่กลับเปลี่ยนใจหยิบของอีกสิ่งหนึ่งขึ้นมาแทน 'โทรศัพท์ไอ้ป่าน...!!' มือไวเท่ากับความคิดรีบกดปิดเครื่องและวางเอาไว้ที่เดิม
"เฮ้ยแก...! เสร็จยัง เร็วดิ!... เดี๋ยวชั้นไม่ทัน.." เสียงเกรซเร่ง อัญญาเอื้อมมือหยิบประเป๋าของเธอเองขึ้นมาสะพาย "เสร็จแล้ว ๆ ... " เธอหันกลับไปมองหน้าป่านอีกครั้ง เหวี่ยงกระเป๋าไปปัดโดนหมอนใบเขื่องให้พลิกไปทับลงบนโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นพอดีแล้วรีบหิ้วของเดินตามเกรซออกไป


อัญญาเดินทางไปถึงออฟฟิศเพื่อรับตารางงานด้วยความหวังว่าจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับตารางการประชุมหรือกำหนดการนัดหมายที่เกี่ยวข้องกับทากะยาม่าซังบ้างแต่รายละเอียดงานที่ได้กลับเป็นเพียงงานจัดส่งของตามตารางงานประจำอาทิตย์เท่านั้น ส่วนข้อมูลตารางการส่งของสำหรับทีม MExP ที่เธอต้องการยังคงไม่ได้รับการยืนยันมาจากฝ่ายบริหาร เวลาเหลือน้อยลงไปทุกทียิ่งทำให้เพิ่มความกดดันมากขึ้นไปอีก  'โอย..!..ไม่รู้ตาราง..แล้วจะรู้ได้ไงว่าจะได้เข้าไปรึเปล่า...ทำไงดีว๊า..' ยังมีอีกคนที่จะต้องรู้ตารางนัดแน่ๆ ก็คือ ไตร แต่การหลอกถามข้อมูลจากเขาเป็นเรื่องที่เสี่ยงเกินไปหากถูกจับพิรุธได้ต้องแย่แน่ เธอเดินวนไปมาอยู่ในห้องเบิกอุปกรณ์ด้วยความรู้สึกขัดใจ ทันใดนั้นเองประตูห้องก็ถูกเปิดออก
"...คุณไตรให้มาเรียกครับ..." อาทิตย์ลูกน้องคนสนิทของไตรแจ้งว่าเธอถูกเรียกตัวให้ไปพบด่วน เธอแทบจะกรี๊ดยังนับว่าโชคยังเข้าข้างอย่างน้อยก็ยังพอมีหวัง เธอรีบดิ่งไปที่ห้องทำงานของเจ้านายของเธอทันที
"..อัญ...นั่งสิ นึกว่ากลับไปแล้วซะอีก ผมมีงานด่วนให้คุณทำ เดี๋ยวไปด้วยกันนะ..." เขาพูดกับเธอโดยที่ยังจดจ่ออยู่กับเอกสารรายงานตรงหน้า "เดี๋ยวตามอาทิตย์ไปเตรียมตัวนะ...10 นาที.."
ลูกน้องคนสนิทพยักหน้าและออกไปจัดการธุระตามคำสั่ง ไตรเงยหน้าขึ้นมองเธอแค่เพียงแว๊บเดียวแล้วก้มหน้าทำงานต่อท่าทางเคร่งเครียด ทำให้อัญญาต้องลุกออกมาทั้ง ๆ ที่อยากรู้ใจจะขาดว่าไอ้งานด่วนที่ว่าเนี่ยมันคืองานอะไร?? เวลาก็เหลือน้อยลงทุกทีแล้วด้วย '...งานด่วนอะไร? ที่ไหนอ่ะ ...ทำไมไม่บอกล่ะเฮีย...โอ๊ย....ขัดใจอ่ะ....' หากจะต้องตามไตรไปทำงานอื่นแล้วจะทำตามแผนที่คิดไว้ได้อย่างไร อัญญาบ่นกระปอดกระแปด เธอรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่งหน้า ทำผมให้สวยเนี๊ยบเสร็จเรียบร้อยและกลับไปนั่งรอที่ห้องทำงานของไตรอย่างรวดเร็ว เผื่อว่าอาจจะยังพอมีโอกาสล้วงข้อมูลอะไรได้บ้าง ไตรเงยหน้าจากเอกสารบนโต๊ะมองเธอด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร และเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาจึงให้สัญญาณและเดินนำออกไป   'ไม่มีของด้วยอ่ะ...ไม่ได้ส่งของแบบนี้ก็ไม่ได้ไปที่บ้านทากะยาม่าซังแหงม ๆ เลย...แบบนี้ไม่เรียกว่าโชคเข้าข้าง แต่เรียกว่าซวยแล้วไอ้อัญเอ้ย .!.....ไม่ไปไม่ได้เหรอ...ไม่อยากไป อยากอยู่ที่นี่..!!!'  เธอตะโกนออกไปสุดเสียงในความคิดของตัวเองในขณะที่ร่างกายกำลังนั่งหน้าเชิดอยู่ในรถยนต์คันหรูที่กำลังแล่นไปตามทาง
ระหว่างทางไตรง่วนอยู่กับการตรวจเช็คข้อมูลอะไรบางอย่างในโทรศัพท์ตลอดเวลาจนเธอไม่มีโอกาสที่จะเอ่ยถาม  เธอดูนาฬิกาด้วยความอึดอัดจนอยากจะร้องไห้แต่ต้องพยายามเก็บอาการเอาไว้ เจ้านายของเธอเป็นคนฉลาดและช่างสังเกตโดยเฉพาะเรื่องของเธอเขายิ่งให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ หากเขาระแคะระคายขึ้นมาจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ 

ไม่นานนักอาทิตย์ก็ขับรถเข้ามาจอดเทียบด้านหน้าโรงแรมหรูย่านไชน่าทาวน์ตรงประตูทางเข้าสำหรับแขกที่มาพักและลูกค้าภัตตาคารชื่อดังที่เปิดให้บริการอยู่บนชั้นดาดฟ้า อัญญาเงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่อภัตตาคารแล้วอยากจะกลั้นใจตายไปตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด นี่คือภัตตาคารที่เสี่ยหยางใช้เป็นสถานที่นัดจัดเลี้ยงรับรองลูกค้าเป็นประจำ เพราะเป็นภัตตาคารอาหารจีนที่มีเชฟฝีมือระดับเทพส่งตรงมาจากเมืองจีน อาหารรสชาติอร่อยล้ำแถมยังวิวดีสุด ๆ ใครได้มากินที่นี่ต่างก็ติดอกติดใจกันทุกคน และเป็นที่รู้กันว่าเมื่อไหร่ที่เสี่ยหยางเป็นเจ้าภาพจัดงานแล้วละก็...งานยาวทั้งคืนแน่นอน!!.. 'แล้วทำไมต้องเป็นวันนี้ด้วย!!!!!..เอาไงดี ๆ ..!หากเธอต้องติดแหง่กอยู่ที่นี่เกือบค่อนคืน เวลาที่เหลือก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากจะต้องรอจนกว่าจะถึงพรุ่งนี้ซึ่งก็อาจจะสายเกินไป
ภายในรถ ไตรซึ่งกำลังเจรจากับผู้ร่วมทุนรายใหม่ผ่านทางโทรศัพท์และยังไม่มีทีท่าว่าจะลงจากรถ อัญญาเอื้อมมือไปเปิดประตูรถด้วยความเคยชินแต่ไตรรีบคว้าข้อมือเธอเอาไว้ขณะที่ยังคงคุยโทรศัพท์ต่อไป เธอหันกลับมามองเขาอย่างไม่เข้าใจ ' เอ้า..! ไม่เข้าไปเหรอ..รอก่อน... หรือไง?...' เธอปรายตามองมือที่อบอุ่นของเขายังคงจับข้อมือเธอเอาไว้อย่างนั้นไม่ยอมปล่อยและขยับตัวกลับเข้ามานั่งใกล้เขามากขึ้นโดยไม่ตั้งใจ ไตรหันมองเธอจึงยิ้มบาง ๆ  ในใจนึกจำนนต่อโชคชะตาถ้าหากว่าจะต้องติดแหง่กอยู่ที่นี่จริง ๆ ก็คงต้องยอมรับสภาพ ' ไม่น่าเล้ยจริงๆ .... '
รถยนต์จอดนิ่งสนิทอยู่นานโดยไม่มีทีท่าว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างดูคลุมเครือไม่มีการแจ้งรายละเอียดหรือคำสั่งที่ชัดเจนและไตรยังคงวุ่นอยู่กับการเจรจาธุรกิจทางโทรศัพท์ต่อไป อัญญานั่งมองออกไปนอกหน้าต่างสมองเอาแต่คิดกังวลจึงไม่รู้สึกว่าไตรปล่อยมือที่จับข้อมือเธอไว้เพื่อรับเอกสารที่อาทิตย์ส่งมาให้ตรวจสอบและเมื่อเขาตรวจเสร็จแล้วจึงวางไว้บนเบาะรถ จนเมื่อรถเริ่มเคลื่อนออกจากหน้าโรงแรม เธอจึงรู้สึกตัวและรีบหันไปหาเจ้านายด้วยความสงสัยทำให้มือของเธอปัดไปโดนเอกสารที่วางอยู่โดยบังเอิญ "อ๊ะ..! " เธอรีบก้มตรวจดูความเสียหายและตกใจแทบเสียอาการที่เห็นว่าเอกสารเหล่านั้นคือตารางการนัดประชุมผู้ร่วมทุนที่เธอต้องการ  'เอ้ย !! นี่มัน !! ...'  ไม่น่าเชื่อว่ามันจะมาอยู่ตรงหน้า เธอกวาดตาผ่านทุกตัวอักษรอย่างตื่นเต้นเพราะจากที่ได้แอบอ่านตารางทำให้รู้ว่า เรากำลังจะมุ่งหน้าไปที่บ้านของทากะยาม่าซังและกำลังจะไปถึงในอีกไม่นานนี้แล้ว ไตรวางมือจากโทรศัพท์และหันมาทันเวลาที่ได้เห็นว่าหน้าของลูกทีมนั้นก้มลงไปแทบจะถึงเบาะนั่งอยู่แล้ว
"หยิบขึ้นมาอ่านจะสบายกว่านะ..." เสียงทุ้มนุ่มละมุนหูเอ่ยขึ้นทำให้เธอชะงักและเงยหน้าขึ้นมองทำหน้าแหย ๆ "เอ่อ...ขอโทษ..ค่ะ...ไม่ได้ตั้งใจ"
"ขอโทษอะไร...นี่ข้อมูลงานที่ผมบอกว่างานด่วนไง รีบอ่านซะ เดี๋ยวต้องได้ใช้นะ...."  เขาบอกเธอท่าทางปกติ 'ห่ะ!!...เฮ้ย!! นี่มันด่วนเกินไป ทำไมด่วนตลอดเลยอ่ะ...' เธอรีบคว้าเอกสารขึ้นมาอ่านต่อจากตรงที่แอบอ่านรายละเอียดไปส่วนหนึ่งแล้วทำให้เธอถึงบางอ้อ ...............สรุปว่าไม่ใช่เพียงแค่วันนี้แต่นับจากวันนี้ไปเป็นเวลาห้าวัน ไตรมีนัดประชุมผู้ร่วมทุน นัดเสนอแผนงาน นัดเลี้ยงรับรองผู้ร่วมทุนจากยุโรปและนัดอื่น ๆ ร่วมกับทากะยาม่าซังอีกยาวเหยียด ' อ่ะโห....จะนัดอะไรกันทุกวันขนาดนี้.... ไม่น่าเชื่อ!....นี่ไงโอกาสที่ชั้นตามหา!!!!....ไม่ซวยแล้ว อัญญาแกรอดแล้ว...' เธอจ้องดูกระดาษด้วยแววตาเป็นประกาย
"....ตารางงานที่เพิ่งได้รับการคอนเฟิร์ม ทากะยาม่าซังต้องการให้ทางเราประสานงานกับทางลูกชายของเค้าโดยตรง แต่ลูกชายของทากะยาม่าซังมีกำหนดบินกลับญี่ปุ่นในอีกห้าวัน....เพราะฉะนั้น เราต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยทันเวลาก่อนที่เค้าจะกลับไป......" ไตรเว้นวรรคแล้วหันมาสบตาเธอเหมือนต้องการความมั่นใจว่าเธอจะไม่ขอถอนตัวก่อนจะพูดต่อ "แต่ก็..ไม่ต้องห่วงนะ จะมีณพัฒจะเข้ามาช่วยงานด้วยอีกคนในฐานะตัวแทนของคุณพงศ์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมทุนด้วย...เดี๋ยวพัฒจะไปเจอเราที่นั่น...และอาทิตย์จะเป็นคนประสานงานกับทุกฝ่ายให้เธอทั้งสองคน..." เขาแจกแจงงานคร่าว ๆ อาทิตย์ ลูกน้องคนสนิทของเขาตอบรับคำสั่ง 'ณพัฒด้วยเหรอ ? แต่ช่างเหอะ...ตอนนี้มีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องจัดการ......' อัญญาหันมายิ้มให้เขาเป็นการรับทราบคำสั่งแล้วหันหน้าไปอีกทางกลัวว่าตัวเองอาจจะเผลอแสดงพิรุธออกมาจนเขาสงสัย

--------------------------------------------------------------------------------------------


ที่บริเวณโถงหน้าโรงแรมที่พักของทีมประสานงาน เกรซทำหน้ามุ้งมิ้งอย่างมีความสุขหลังจากที่เพิ่งเสร็จสิ้นการสนทนาเพื่อนัดสถานที่ให้โยชิมารับแต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าขุ่นเคืองเมื่อนึกถึงบางเรื่องที่รบกวนจิตใจเธอเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาระหว่างที่เธอกำลังประชุมทีมงานอยู่นั้นซุปเปอร์บอสของเธอดันเจ้ากี้เจ้าการพยายามจะจัดทริปท่องราตรีแบบสุดสวิงให้กับเหล่าทีมงานที่มาจากยุโรปเพื่อคลายเครียด แต่ความพยามไม่เป็นผลเมื่อเกรซโชว์เหนือกว่าด้วยการปรับตารางการเตรียมงานเสียใหม่ทำให้ทีมงานต้องทำงานเต็มที่และทำการติดต่อประสานงานจนทำให้ทีมงานเกือบทั้งหมดจะต้องสแตนด์บายเพื่อรอตรวจสอบวัสดุจนถึงวินาทีสุดท้าย นอกจากนั้นยังต่อด้วยตารางการทำบุญตักบาตรพรุ่งนี้ตอนเช้าตรู่เพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจให้กับทุกคน ทำให้ทุกคนต้องทำงานจนดึกและต้องตื่นขึ้นมาใส่บาตรตั้งแต่ไก่โห่ เหล่าทีมงานจึงเห็นพ้องต้องกันว่างานท่องราตรีสุดสวิงริงโก้คงต้องเลื่อนออกไปก่อน  '..เกือบไปแล้ว..บอสนะบอส ทำอะไรไม่ปรึกษา....' เบื้องหลังของความเป็นมืออาชีพของเธอ ทีมงานกำลังทำงานกันให้วุ่นเพื่อให้เสร็จทันเวลาตามตาราง แต่สำหรับเธอแล้ว การจัดตารางงานแบบนี้ทำให้เธอได้หน้าสองต่อเห็น ๆ .. ทั้งการโชว์ความเป็นมืออาชีพในการบริหารโปรเจคให้ทีมงานได้เห็นความสามารถและยังมีเวลาเหลือเฟือเพื่อเตรียมตัวสำหรับดินเน่อร์คืนนี้ 'เท่านี้ก็เรียบร้อย..ไม่มีอะไรที่คนอย่างเกรซทำไม่ได้...โฮะๆๆ...' นางกระหยิ่มยิ้มย่องพอใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนและตอนนี้ก็ไม่มีอะไรจะมาขวางเธอได้อีกแล้ว ......เพื่อโยชิ คืนนี้เธอจะต้องสวยที่สุดเท่านั้น..! 
และก็เป็นไปตามที่เธอต้องการ เมื่อโยชิเห็นเธอในชุดกระโปรงโทนสีขาวนวลปักเลื่อมประดับด้วยลูกไม้รับกับสไตล์การแต่งหน้า กระเป๋า รองเท้า ที่เธอจัดได้เข้าเซ็ตกันสุด ๆ ทั้งดูสวยเจิดและแฝงความเซ็กซี่ร้าย ๆ ชวนหลงใหล เขาถึงกับตะลึงในความสวยและมองเธอไม่ละสายตาแถมยังชมไม่ขาดปาก
"นี่..มองทางสิคะ ขับรถอยู่นะ.." เกรซทนไม่ไหว ตีแขนโยชิเบา ๆ  ก็เขาเล่นเอาแต่หันมองเธอทุกสองวินาทีมาตลอดทาง จากที่รู้สึกว่าตัวเองสวยเริ่ดมากเริ่มกลายมาเป็นความรู้สึกขัดเขิน....เขินซะจนตัวเองแทบจะม้วนเป็นเกลียวอยู่แล้ว
"ก็เกรซของผมสวยขนาดนี้ ถ้าผมไม่มองก็แย่แล้ว..."  เขายิ้มกรุ้มกริ่มและมองเธอด้วยสายตาหวานหยดทำให้เธอยิ่งเขินหนักเข้าไปอีก ' ของผม..เหรอ...? อร๊าย...บ้าที่สุด...เธอทวนคำพูดดังๆ ในใจมองดูเขาแววตาเป็นประกาย รู้สึกถึงใบหน้าที่ร้อนผ่าวเปลี่ยนสีพวงแก้มเป็นสีชมพูระเรื่อมีความสุขจนล้นหัวใจ ถ้านี่เป็นความฝันเธอก็ยินดีจะหลับและอยู่ในฝันกับเจ้าชายของเธอแบบนี้ตลอดไปไม่อยากตื่นขึ้นมาอีกเลย 
รถยนต์สปอร์ตคันงามแล่นผ่านกำแพงยาวเหยียดและรถยนต์ที่จอดเรียงอยู่หลายสิบคันจนมาชะลออยู่หน้าประตูไม้บานใหญ่ ประตูค่อย ๆ เปิดให้รถแล่นอ้อมไปจอดยังที่จอดรถอีกด้านหนึ่งของสวนสวยตามแบบเซนของญี่ปุ่น เกรซมองดูสิ่งต่าง ๆ โดยรอบอย่างไม่เชื่อสายตา ถึงแม้จะพอรู้ว่านอกจากเธอแล้ว คนอื่นๆ ที่แพตตี้เลือกที่จะให้ความสำคัญต้องมีอะไรที่ไม่ธรรมดา  แต่ว่า.. 'แบบนี้มัน...ไม่ธรรมดาเกินไปแล้ว!!..' เธอตะลึงพรึงเพริดกับความสวยงามของอาคารสไตล์ญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่อีกด้านหนึ่งของสวน การตกแต่งสวนที่สวยงามและรถยนต์นำเข้ายี่ห้อดังที่จอดเรียงรายอยู่นับสิบคัน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นสมบัติของเจ้าของบ้านหลังนี้แน่ ๆ  ' คุณพระคุณเจ้า....เจ้าชายของชั้น หล่อ เท่ แล้วยังรวยเบอร์นี้เลยเหรอ เริ่ดที่สุด กรี๊ด!!!!...โยชิเปิดประตูออกไปจากรถและเดินอ้อมไปเปิดประตูให้เธอ
"...เชิญครับ"  ทั้งสองคนสบตากัน สายตาที่เปิดเผยความรู้สึกต่อเธอขนาดนั้นทำเอาเธอแทบจะลืมหายใจ
"เอ่อ..ค่ะ..." เธอกำลังคิดว่าอยากจะขอเวลานอกไปเติมแป้งซะหน่อย '..แต่งหน้าเบาไปป่ะเนี่ย...น่าจะจัดเต็มกว่านี้......'
"ไปครับ...เดี๋ยวผมพาไปพบกับโต้ซัง..." โยชิเอ่ยชวนเธอเป็นรอบที่สอง พอจะดูออกว่าเธอตื่นเต้นไม่น้อย
เกรซพยายามปรับจังหวะการหายใจให้เป็นปรกติก่อนก้าวออกจากรถ เขายืนรออยู่แล้วและคว้ามือเธอมาจับไว้ เธอหันไปมองเห็นแววตาและรอยยิ้มของเขาช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้น เธอยิ้มให้เขาด้วยความรู้สึกขอบคุณจากใจจริง ทั้งสองคนเดินไปตามทางเดินตรงไปยังอาคารหลังใหญ่อยู่อีกด้านหนึ่งของสวน นับตั้งแต่เธอได้เจอกับผู้ชายคนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างมันช่างดูดีไปหมด..ดีเกินไป..ดีจนเธอไม่แน่ใจว่ามันเป็นความฝันหรือความจริง ..ถ้า 'พริ้นส์ชาร์มมิ่ง' ของเธอมีอยู่จริง ขอให้เป็นผู้ชายคนนี้จะได้มั้ย? 'หล่อมาก รวยมาก และยังแสนดีขนาดนี้ ขอเหอะนะๆๆๆ...น๊า!!!..'

โยชิพาเกรซเดินเข้าไปในอาคารทรงญี่ปุ่นที่ถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงามและเปิดประตูเข้าไปด้านในห้องรับรองซึ่งกำลังมีการจัดงานต้อนรับผู้ร่วมทุนจากโซนเอเชียซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนหนึ่ง ระหว่างที่เกรซกำลังพยายามทำความเข้าใจกับสถานการณ์รอบๆตัวอยู่นั้น เขาก็พาเธอไปแนะนำให้รู้จักกับ ' โต้ซัง ' จึงทำให้เธอเพิ่งได้รู้ว่า ทากะยาม่า โยชิ เป็นถึงลูกชายคนโตของ ทากะยาม่า ทาคุมะ ผู้นำสมาคมนักธุรกิจญี่ปุ่นในประเทศไทย หนึ่งในผู้มีอิทธิพลชาวญี่ปุ่นซึ่งเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเป็นเวลาหลายสิบปี เขาเป็นเจ้าของและหุ้นส่วนใหญ่ของหลายบริษัทที่ทำรายได้มหาศาลหลายบริษัท  ทากะยาม่าซังได้ให้การต้อนรับเกรซด้วยอัธยาศัยไมตรีและกำชับให้โยชิดูแลเธอให้ดีที่สุด และเขาก็ทำตามอย่างเคร่งครัดด้วยการคอยดูแลเธออยู่ไม่ห่าง ภายใต้ภาพลักษณ์ที่สวย  สง่า สงบ นิ่ง และกริยาที่ดูเพียบพร้อม ในใจเธอกำลังกรี๊ดกร๊าดลิงโลดด้วยความสุขจนสุดจะบรรยายได้ 'นี่มัน!!..เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตชั้น...ไม่อยากจะเชื่อเลย...ดีงามไปหมด ....ดีที่สุดเลย.....อร๊าย!!!!....'



ด้านหน้าประตูทางเข้า รถของไตรแล่นเข้ามาหยุดรอให้ประตูเปิดออกเพื่อเข้าไปจอดยังที่จอดรดด้านใน ณพัฒเห็นว่าไตรมาถึงแล้วจึงลงจากรถสปอร์ตสุดหรูที่จอดอยู่อีกด้านหนึ่งของถนนเดินตามเข้ามารออยู่ที่หน้าประตูทางเข้าอาคารห้องจัดงาน ใบหน้าอันหล่อเหลาคมเข้มบวกกับทรงผมไสตล์นิวเอจ สวมแจ็คเก็ทสูทแฟชั่นเท่บาดใจจนสาวแท้สาวเทียมเห็นแล้วต้องน้ำลายสอ.....
" โอ้โห นึกว่านายแบบที่ไหน..หล่อกระชากใจแบบนี้ ไม่สงสารสาว ๆ เค้าบ้างเหรอไอ้เสือ....." ไตรเดินมาตบไหล่ลูกทีมหนุ่มสุดหล่อเบา ๆ เป็นการทักทาย
"หวัดดีครับเฮีย..หล่ออะไรกันฮะ....ก็แต่งตัวให้เกียรติงานเท่านั้นแหละ..." ณพัฒถ่อมตัว หางตามองไปที่อัญญาที่กำลังเดินตามมาถึงพอดี เขาอยากจะยิ้มให้แต่อัญญาไม่ได้มองเขาอยู่จึงต้องทำเป็นกวาดสายตามองไปรอบ ๆ บรรดาสาว ๆ ที่กำลังมองเขาอยู่ต่างก็กำลังพยายามส่งสายตาและยิ้มให้เขาอย่างที่ไตรว่าจริง ๆ ซะด้วย เขาทำทีกระตุกเสื้อแจ็คเก็ตเบา ๆ สาว ๆ ก็ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดแว่วมาเข้าหู '..หรือว่าจะหล่อจริงๆ วะ?.....
"เชิญด้านในครับ..." เคนจิซัง ลูกน้องทากะยาม่าซังผายมือเชิญให้ทุกคนเข้าไปด้านใน
"ป่ะ..ไปกันได้ละ"   ไตรพยักหน้ารับและหันมาส่งสัญญาณว่าเตรียมตัวให้พร้อม ได้เวลาทำงานของตัวเองแล้ว เขาเดินนำทุกคนเข้าไปด้านใน อัญญาเดินตามไปแบบมึน ๆ ไม่ค่อยมีสมาธิสักเท่าไหร่ แล้วเธอก็รู้สึกว่ามีมือมาจับข้อมือเธอเอาไว้
"อัญ...โอเครึเปล่า?..." เสียงของณพัฒกระซิบถามเบา ๆ อัญญาหันไปสบตาเขาในระยะประชิด ตัวชาวูบ ไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี้ '...เหี้ย!! มันจะไม่โอเคก็ตอนนี้แหละ....อย่าทำแบบนี้ได้มั้ยเนี่ย..! เมื่อคืนก็ทีนึงแล้วนะ... '
"ห่ะ..อ๋อ...อืม เราโอเค..." เธอเค้นคำตอบออกไปไม่เต็มเสียง ค่อย ๆ ดึงข้อมือออก เผลอปรายตามองไตรจากด้านหลังอย่างไม่ตั้งใจ มันช่างเป็นเวลาที่โคตรเหมาะเจาะที่ทุกความยุ่งยากได้โคจรมารุมเร้าเธอพร้อมๆ กัน '..ให้มันได้แบบนี้ดิ.....จะจับมือเพื่อ....?..อัญญาตั้งสติหน่อย...ทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่คิดไว้ให้ได้ '


งานต้อนรับผู้ร่วมทุนจากโซนเอเชีย ถูกจัดขึ้นในห้องประชุมชั้นหนึ่งของอาคาร บรรยากาศในงานเลี้ยงดูครึกครื้น การตกแต่งประดับประดาไปด้วยดอกไม้สีสันสวยงาม นักดนตรีบรรเลงดนตรีคลาสสิกเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายแบบมีระดับ รวมทั้งอาหารและเครื่องดื่มก็ได้ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดีเพื่อบริการผู้ที่มาร่วมในงาน จุดเด่นที่สุดของงานกลับเป็นเจ้าภาพอย่างทากะยาม่าซัง ชายชาวญี่ปุ่นที่มีความเป็นปราชญ์อยู่ในทุกแง่มุมของชีวิต บรรดาแขกคนสำคัญ ๆ ที่มาร่วมงานต่างก็ชื่นชอบการได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับเขา บวกกับความมีอัธยาศัยดีและความเป็นกันเองของทากะยาม่าซังทำให้บรรยากาศภายในงานดูไม่ตึงเครียดมากนัก
"คุณไตรมาถึงแล้วครับ"  เคนจิเดินเข้ามารายงาน ทากะยาม่าซังพยักหน้า โยชิและแขกคนอื่น ๆ ที่อยู่ในกลุ่มหันหน้ามองตามไปทางประตูทางเข้าเป็นตาเดียว
ด้านหน้าประตูทางเข้า ไตรเดินเข้ามาพร้อมกับณพัฒและอัญญาปิดท้ายด้วยอาทิตย์  ลูกทีมสาวสวยกวาดตามองไปรอบๆ ห้องสังเกตเห็นได้ว่าจำนวนผู้ที่มาในวันนี้น้อยกว่าเมื่อวานเกือบเท่าตัว บุคลิก หน้าตา ท่าทางจริงจังกันทุกคน ดูเหมือนว่าผู้ร่วมทุนแต่ละคนจะคัดสรรทีมงานที่เป็นมืออาชีพมาทั้งนั้น ยกเว้นไตรที่เลือกทีมงานซึ่งเป็นแค่เด็กฟรีแลนซ์อย่างเธอและณพัฒมาเป็นลูกทีม ' ให้เด็กกะโปโลมาช่วยดูแลโปรเจ็คพันล้าน....เฮียคิดอะไรอยู่เนี่ย....' เธอเริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
ทั้งสี่คนเดินตรงไปที่ทากะยาม่าซังเจ้าภาพจัดงานที่ยืนรออยู่ด้วยใบหน้าสดชื่น ด้านหลังมีลูกสมุนยืนหน้านิ่งรอดูแลความปลอดภัยเหมือนเช่นทุกครั้ง '... ยากุซ่า..อยู่บ้านตัวเองยังต้องขนาดนี้เลยเหรอ...ฮาไปนะคะเนี่ย.....เธอนึกขำและปรายตามองไปด้านข้างของทากะยาม่าซัง ปรากฏชายหนุ่มวัยรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอ รูปร่างสูงโปร่งใบหน้าหล่อเหลาในบุคลิกแบบชาวอาทิตย์อุทัยยืนอยู่ด้วย '..ลูกชายเหรอ..!? เอ้ย..หล่ออ่ะ..น่าจะได้ทางแม่มาเยอะ...' เธอนึกขำกับความคิดบ้าบอของตัวเองระหว่างที่เดินใกล้เข้าไปเรื่อย ๆ แต่อารมณ์ขันต้องถูกกวาดทิ้งลงถังขยะเมื่อเธอเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ข้างกายลูกชายของทากะยาม่าซังเป็นใคร 'เฮ้ย!!...
ณพัฒรู้สึกได้ถึงอาการชะงักของเพื่อนร่วมทีมจึงหันมองตามไป  " เกรซ!?..." น้ำเสียงของเขาแปลกใจไม่ใช่น้อย " มาอยู่นี่ได้ไง...?" อัญญาหันขวับมองหน้าเขาเห็นด้วยกับคำถาม  ' นั่นดิ มาอยู่ที่นี่ได้ไง... ไหนบอกว่าไปกินข้าวกะผู้ชายไง...?' เธอแปลกใจที่เกรซในเซ็ตชุดสีขาวนวลจัดหน้าผมสวยหรูเริ่ดดูเลอค่าเกินราคาจริงมาปรากฏตัวอยู่ในงานนี้ และเร็วกว่าความคิด คำตอบก็เฉลยออกมาตรงหน้า ชายหนุ่มรูปงามก้มหน้าลงกระซิบกระซาบข้างหูเพื่อนตัวแสบของเธอ อีกฝ่ายยิ้มหวานเขินๆ ดูดัดจริตสุดติ่งเอื้อมมือขึ้นมาเกาะแขนเขาไว้อย่างสนิทสนม เขาวางมือลงบนมือเธอและหันไปส่งสายตาให้ ทั้งสองสบตากันหวานหยด
"เฮ้ย!!" เธอเผลออุทานออกมา ไตรชะงักแต่ยังรักษาอาการ ณพัฒหันมามองเธอ เธอเองก็หันไปมองเขาเช่นกัน ทั้งสองมองตากันอย่างรู้ความหมาย
"..ไม่รู้เหรอ?.." ณพัฒขยับเข้ามาใกล้และกระซิบถาม อัญญาหันขวับ ใบหน้าแทบจะชนกับหน้าของเขาจนต้องผงะ
"ไม่รู้!!...จริงๆ!..." เธอตอบแบบไม่ต้องคิดและย้ำให้ได้ยินชัด ๆ ว่าเธอเองก็ตกใจที่เจอเกรซที่นี่และหันกลับไปมองอีกครั้งนึกหวังอยากให้เธอตาฝาดไปเอง


"เลิกมองได้แล้ว...เกรงใจคุณพ่อคุณบ้างสิ..." เกรซแกล้งโยชิ ที่คอยหันมามอง ยิ้ม และส่งสายตาหวาน ๆ ให้เธอตลอดเวลา
"...ก็ผมอยากมองคุณนี่..หรือว่าคุณอยากให้ผมไปมองคนอื่น..." เขาลอยหน้าลอยตา ก้มมากระซิบข้าง ๆ หู เกรซทำหน้าเง้างอน เขายิ้มพอใจที่เห็นอาการกระเง้ากระงอดของหญิงสาว
ทั้งสองคนหยอกเย้ากันด้วยภาษากายโดยไม่ได้ใส่ใจสิ่งที่เกิดขึ้นรอบข้าง




"สวัสดีครับ ทากะยาม่าซัง..." ไตรกล่าวคำทักทายเจ้าภาพและคู่ค้าคนสำคัญ ณพัฒ อัญญาและอาทิตย์ยกมือไหว้ตามมารยาทไทย
"สวัสดี คุณไตร ผมและผู้ร่วมทุนทุกท่านต้องขอบคุณที่ทำงานหนักเพื่อโปรเจคนี้นะครับ..." เขายิ้มและกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร " พัฒโตะซัง อัญซัง วันนี้คงต้องขอรบกวนอีกครั้ง.." ทั้งสองคนโค้งคำนับ
"ยินดีค่ะ.." อัญญาสบตากับทากะยาม่าซังและตอบรับตามมารยาท ทากะยาม่าซังพยักหน้าพอใจในคำตอบ เธอเผลอปรายตามองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาจึงหันไปตามสายตาของเธอเพื่อที่จะแนะนำลูกชายคนโตของเขาให้ได้รู้จัก
"....นี่คือลูกชายของผม ทากะยาม่า โยชิ..ในโปรเจคนี้ เขาจะเป็นตัวแทนของผม ก็..ต้องรบกวนคุณไตรช่วยสอนและให้คำแนะนำเขาด้วย..." โยชิได้ยินชื่อของตัวเองจึงก้าวเข้ามาเพื่อจับมือทักทายกับไตร ทำให้เป็นจังหวะที่เกรซต้องปล่อยมือจากแขนของเขาเธอจึงได้สติกลับคืนมาจากโลกที่กำลังเป็นสีชมพูและเห็นโลกในความเป็นจริงที่ทำให้เธอแปลกใจ 'อ้าว!...เจ้านายไอ้อัญ?..' 
 "คุณโยชิ..ยินดีที่จะได้ร่วมงานกันนะครับ..." ไตรจับมือทักทายกับโยชิอย่างเป็นมิตรและมองผ่านไหล่ของโยชิจึงเห็นว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้านหลังก็คือเกรซ เพื่อนในกลุ่มเดียวกันกับอัญญานั่นเอง วันนี้เธอสวยแปลกตาจนเขาแทบจำไม่ได้ โยชิเคืองเล็ก ๆ หันหลับไปโอบเอวเธอให้ก้าวขึ้นมายืนข้าง ๆ แววตาแสดงความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้ง ในขณะที่เกรซรู้สึกเหมือนถูกจับโยนขึ้นไปนั่งบนรถไฟเหาะที่กำลังดิ่งลงจากสวรรค์เมื่อเห็นว่าชายหญิงที่ยืนอยู่ด้านข้างไตรนั้นคือคนที่เป็นยิ่งกว่าคนคุ้นเคย 'ไอ้อัญ!! พัฒ!!'
"....!!!!"
"สวัสดีครับ เกรซ...คืนนี้สวยจนจำแทบไม่ได้เลยนะครับ" ไตรกล่าวทักทายตามประสาคนรู้จัก เกรซมองอีกฝ่ายเขินๆ ลืมตัวปรายตาหวานหว่านเสน่ห์ ไตรยิ้มขำ ๆ ที่เกรซเผลอตัว ภาพที่เขาเห็นดูแปลกตาแต่เธอยังเป็นเด็กสาวคนเดิมที่เขารู้จักอยู่นั่นเอง
"รู้จักกันแล้วเหรอครับ.." โยชิแทรกกลางปล้องแววตาและน้ำเสียงหึงหวงอย่างชัดเจน
"ครับ.." ไตรรับคำไม่สะทกสะท้าน "คุณเกรซเป็นเพื่อนสนิทของอัญญาและณพัฒลูกทีมของผมเอง..." เขาให้รายละเอียดน้ำเสียงเรียบ ทากะยาม่าซังมองไตรอย่างชื่นชมในความเป็นผู้ใหญ่ ฝ่ายที่ด้อยอาวุโสกว่าอย่างลูกชายของเขาทำตัวไม่เหมาะสมแต่เขาก็ไม่ถือสา ขณะที่โยชิชะงักไปเมื่อได้ยินชื่อ 'ณพัฒ' สายตาและท่าทีของเขาเปลี่ยนไปในทันที
"เอ่อ...ใช่ค่ะ..." เกรซตั้งสติได้ในที่สุด "คุณโยชิ..นี่ อัญญา กับ ณพัฒ เพื่อนเกรซตั้งแต่สมัยเรียน ... " เธอแนะนำให้ทั้งสองฝ่ายได้รู้จักกันด้วยอาการเคอะเขิน ใครจะคิดว่าจะจุดไต้ตำตอแบบนี้ อัญญาส่งสายตาจิกกัดเพื่อนขำ ๆ  อาการของเกรซในตอนนี้เรียกได้ว่าแทบไม่เหลือคราบความจี๊ดจนแสบตับอย่างที่เคยเป็น ' ผู้ชายแซ่บขนาดนี้ มิน่า....จัดชุดใหญ่....เกรซมองตาก็รู้ว่าเพื่อนรักกำลังคิดอะไรอยู่ '...อย่าเชียวนะแก...'
ณพัฒมองโยชิอย่างพินิจพิเคราะห์ ที่แท้เพื่อนเล่นสมัยเด็กของแพทตี้ก็คือลูกชายคนโตของทากะยาม่าซังนี่เอง ถึงจะเคยเห็นหน้าตั้งแต่ตอนเด็กแต่หน้าตาของเขาก็ยังพอเหลือเค้าโครงให้พอจำได้  ได้ยินว่าถูกส่งไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ชั้นม.ปลาย ไม่คิดว่าคืนนี้จะได้มาเจอกัน
"คุณณพัฒเหรอครับ" โยชิเอ่ยปากทักทาย โอบเอวผู้หญิงของเขาแน่นเข้าไปอีก เกรซยิ้มเชิดหน้าข่มขวัญอัญญา ณพัฒพยักหน้าและยิ้มให้ "ครับ...ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ"  เขาโค้งคำนับแต่แววตาของอีกฝ่ายดูไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่
"โยชิ!!??..." ทากะยาม่าซังเรียกลูกชายด้วยน้ำเสียงตำหนิ โยชิจึงหันไปทักทายอัญญา
"สวัสดีอย่างเป็นทางการนะครับ ....คุณอัญญา" น้ำเสียงชายหนุ่มกรุ้มกริ่มยิ้มน่ารัก หญิงสาวหน้าร้อนผ่าว ถึงจะไม่ได้ตั้งใจแต่ก็รู้สึกขัดเขินต่อสายตาคู่นั้นอย่างไรบอกไม่ถูก  อัญญาในโหมดหลังการแต่งหน้าทำผมและจัดเซ็ตการแต่งตัวด้วยแบรนด์ที่เข้ากับบุคลิกแบบนี้ออร่าความเจิดจรัสก็เรียกได้ว่าไม่มีใครกล้าเทียบ เกรซดึงแขนเขาให้ถอยออกห่างจากเพื่อนของเธอสีหน้าขัดใจ แสดงความเป็นเจ้าของชัดเจนไปอีก



บรรยากาศในสวนเซนสไตล์ญี่ปุ่นของทากะยาม่าซังยามที่พระอาทิตย์ใกล้หมดแสงทำให้ดูสงบและลึกลับอยู่ในที สองสาวยืนชมความงามของสวนเบื้องหน้าหลังจากที่ได้ขอเวลาออกมาทำธุระส่วนตัวพร้อมกันทั้งคู่
"แหม่...คู่แกนี่ ขี้หึงเบอร์เดียวกันเลยจ้า..!! คราวนี้เล่นใหญ่ซะด้วย...ไปปาดของใครมาอ่ะ..." อัญญากระแซะเพื่อน เกรซหน้าเหวี่ยงมองกลับอย่างจงใจให้รู้ว่ากำลังปรี๊ด  "เฮ้ย! อะไร..แซวเล่นน่า อ่ะๆๆ...ไม่ว่าแล้วก็ได้ เดี๋ยวแกโป๊ะแตกขึ้นมาจะทำไก่ตื่นซะก่อน ..."  เกรซสะบัดหนักเข้าไปอีก เธอทั้งเครียดและกังวลเพราะอัญญาไม่ใช่คนที่เธอจะสามารถขอความร่วมมือหรือควบคุมหรือขอร้องอะไรได้เลย คนๆ นี้พร้อมที่จะทำอะไรห่าม ๆ เพื่อความสะใจที่ได้เห็นเธอปรี๊ดแตกได้ทุกที่ทุกเวลา แล้วนี่จะต้องเข้ามาอยู่ในสถานการณ์เดียวกันแบบนี้ หากเกิดอะไรขึ้นเธอจะทนได้สักเท่าไหร่กัน 'บ้าที่สุดเล๊ย! ทำไมชั้นถึงได้ซวยขนาดนี้เนี่ย....
"แก... ขอชั้นซักงานเหอะนะ.." เกรซพยายามทำเป็นจริงจัง
"เฮ้ย..อะไร...นี่แกคิดว่าชั้นเลวขนาดทำร้ายเพื่อนได้ลงคอเลยเหรอไง...."  
"อืม..." เธอตอบกลับแบบไม่ต้องคิดให้เสียเวลา "ก็โดนมาหลายงานแล้วมั้ยละ...แกคิดว่าชั้นลืมได้เหรอ..." เธอนึกถึงอดีตแล้วถึงกับน้ำตาซึม
"....อ่า..." อัญญารื้อความจำตั้งแต่สมัยเรียนที่เธอเคยถ่ายคลิปตอนที่เกรซทำอะไรอุบาทว์ ๆ แล้วเอาไปเปิดในงานวันเกิดของเจ้พลอย หรือแนะนำกิ๊กของเกรซให้รู้จักกันโดยบังเอิญจนทำให้เกรซต้องเคลียร์ตัวเองให้วุ่นวายไปหมดและเรื่องอื่นอีกเยอะแยะมากมาย "..โธ่...ชั้นไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะเว้ย...อีกอย่าง วันนี้ชั้นมาทำงาน..ทำงานนะเว้ยแก...ผู้ใหญ่ทั้งนั้น...ชั้นจะทำเรื่องบ้า ๆ ได้ยังไงอ่ะ...." อัญญามองหน้าเกรซพยายามทำสีหน้าจริงจังเกทับเข้าให้ ดูว่าใครจะเล่นใหญ่กว่ากัน
"เออๆ...ขอให้มันจริงเหอะ..." เกรซพยายามเชื่อ ทั้ง ๆ ที่ไม่อยากเล๊ย....จริง ๆ 
ทั้งสองคนเดินกลับเข้าไปในงานต่างคนต่างใช้ความคิดเงียบๆ "...ยังไงแกก็ระวังเจ้าชายของแกเอาไว้ให้ดี ๆ ล่ะ.....หล่อขนาดนั้นน่ะ......." อัญญาตบไหล่เพื่อนทิ้งระเบิดลูกแรกแล้วเดินนำหน้าเข้าไปด้านในปล่อยให้อีกฝ่ายยืนอึ้งอยู่อย่างนั้น....' นางมารร้าย!!!!....'

และแล้วการประชุมก็เริ่มขึ้นตามกำหนดการ บรรดาทีมผู้ร่วมทุนต่างก็พร้อมใจกันเข้าร่วมรับฟังโปรเจ็คแพลน วัตถุประสงค์และเป้าหมายของโปรเจคยักษ์ใหญ่มูลค่ากว่าพันล้านบาทซึ่งได้ทำการประเมินงบประมาณการดำเนินงาน ระยะเวลาการลงทุน จุดคุ้มทุน กำไร เงินปันผล หุ้น ฯ ทั้งหลายทั้งปวงนั้นได้มีการจัดทำเป็นเอกสารและทำการพรีเซนต์ตามที่ได้เตรียมมาเป็นอย่างดี การพรีเซนต์โดยณพัฒและอัญญาเป็นไปอย่างราบรื่นทำให้ผู้ร่วมทุนทุกทีมพอใจเป็นอย่างมาก ในระยะเวลากว่าสองชั่วโมงที่การประชุมดำเนินไปจนการพรีเซนต์และอธิบายรายละเอียดสำคัญ ๆ ของโปรเจคจบลงในที่สุด ทีมงานของผู้ร่วมทุนได้รับเอกสารครบถ้วนทุกฝ่ายพึงพอใจ ไตรและทากะยาม่าซังจับมือยินดีที่การพรีเซนต์ผ่านไปได้ด้วยดี อัญญาได้แสดงศักยภาพและความเป็นทีมงานมืออาชีพได้อย่างไม่มีที่ติ แม้แต่เกรซที่จับพลัดจับผลูได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมรับฟังก็ยังต้องทึ่งกับความสามารถของเธอ ' มีฝีมือเหมือนกันแฮะ ไม่เคยรู้เลยว่าเก่งขนาดนี้...น่าเสียดาย..ไม่น่าโต๋เต๋เป็นฟรีแลนซ์เรื่อยเปื่อยแบบนี้เลย บ้าป่ะเนี่ย.....'
"เพื่อนเกรซนี่เก่งมากเลยนะครับ...พรีเซนต์ได้ละเอียดและก็เป็นมืออาชีพมาก ๆ...และยังดูดี บุคลิกดีมากๆ หน้าตาก็สวยซะด้วย...." โยชินั่งอยู่ข้าง ๆ ถึงกับออกปากชม เกรซหน้าหุบ เขาหันมายิ้มหวาน "..โธ่ ชมเรื่องงานเฉย ๆ ...ส่วนเรื่องอื่น สู้เกรซของผมไม่ได้หรอกนะ..." เขาก้มหน้าเข้ามาใกล้จนจมูกแตะที่แก้มเธอเบา ๆ เกรซยิ้มแก้มแทบแตก 'พูดว่า...ของผม...อีกแล้ว...อร๊าย..!!' 

หลังจากการพรีเซนต์งานจบลง ณพัฒและอัญญายืนสแตนด์บายเพื่อตอบคำถามหรือให้รายละเอียดเพิ่มเติมในกรณีที่ผู้ร่วมทุนและทีมงานอื่นมีข้อสงสัย เขาและเธอรู้สึกโล่งใจไม่ต่างกันที่เห็นว่าทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี
"วันนี้เก่งมากเลยนะ..." ณพัฒเอ่ยชมก่อนจะหันหน้าไปสบตาเธอ
"ไม่หรอก...เกือบไม่รอดเหมือนกัน แต่ก็...ขอบคุณนะ" อัญญาตอบรับด้วยคำพูดเป็นทางการ ความห่างเหินที่มีต่อกันมานานมันได้ก่อเป็นกำแพงกั้นกลางระหว่างเขาและเธอ เขาแค่ยิ้มบาง ๆ ยอมรับแต่โดยดี  อัญญามองเขาซ่อนความรู้สึกไม่สนิทใจเอาไว้ได้ไม่มิด อีกด้านหนึ่งไตรมองดูสถานการณ์อยู่ด้วยความรู้สึกหวั่นในใจ
"อัญซังเป็นผู้หญิงที่เก่งและฉลาดมาก แถมยังสวยซะด้วย คุณไตรโชคดีมากที่ได้เธอมาเป็นหนึ่งในทีมงาน..." ทากะยาม่าซังเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี เขาดูออกว่าไตรคิดอย่างไร
"ครับ..." ไตรตอบรับ "....ผมโชคดีมากจริง ๆ " เขายิ้มแห้งๆ ในใจนึกอยากจะโชคดีมากกว่านี้ 
ตั้งแต่วันแรกที่เขาได้เจอกับเธอจนถึงวันนี้ ใจของเขาก็ไม่เหลือไว้ให้ใครอีก แต่เขารู้ดีว่าคนที่อยู่ในใจเธอมาตลอดก็คือ ณพัฒ ส่วนเขานั้นทำได้แค่เพียงคอยเฝ้าดูและห่วงใยอยู่ห่าง ๆ...จนเมื่อมีเหตุทำให้ทั้งสองคนห่างเหินต่อกัน เขาก็มีโอกาสขอเป็นคนที่อยู่ข้างๆ เธอและพยายามทำดีที่สุดเผื่อว่าเธอจะยอมเปิดใจ แต่เมื่อปราณพงศ์เซ็นสัญญาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมทุนและได้ส่ง ณพัฒ ลูกชายคนโตของตระกูลมาเป็นตัวแทนและเข้าร่วมทีมงานของเขา ก็ทำให้ณพัฒกลับเข้ามาในชีวิตของเธออีกครั้ง
"กัมบาเระ!..สู้ ๆ นะคุณไตร...ฮ่ะ ๆๆ.." ทากะยาม่าซังยกมือชูกำปั้นท่าทางขึงขังแววตาฉายแววขี้เล่น ไตรเผยยิ้มออกมาได้ 'นั่นสินะ ' ยังไงเขาก็ต้องสู้ต่อไป
"ขอบคุณมากครับ ทากะยาม่าซัง..." เขากล่าวขอบคุณด้วยใจจริงและกลับไปมองดูเธออีกครั้ง ใบหน้าที่สวยขนาดนั้น รอยยิ้มและดวงตาคู่นั้น จะให้เขาตัดใจมันคงเป็นไปไม่ได้และตราบใดที่เธอยังไม่เลือกใครเขาก็ยังมีหวัง
ทากะยาม่าซังยิ้มและมองเขาด้วยความเข้าใจ ลูกน้องของทากะยาม่าซังเดินเข้ามากระซิบอะไรบางอย่างทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที โยชิเห็นความผิดปกติจึงเรียกลูกน้องไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งสองพ่อลูกมีสีหน้าเคร่งขรึม โยชิทำท่าจะขอตัวออกไปจัดการปัญหา
"โยชิ! ...อยู่ที่นี่ ดูแลแขกให้ดี " ทากะยาม่าซังห้ามเขาไว้ได้ทัน "เดี๋ยวผม ต้องขอตัวสักครู่..." เขาหันไปบอกไตรและแขกที่นั่งร่วมโต๊ะแล้วลุกออกไปทันที ไตรสบตากับโยชิอย่างมีนัยยะ โยชิเปลี่ยนสีหน้ากลับเป็นปกติและหลังจากนั้นไม่นาน ทากะยาม่า โยชิ ก็กลายเป็นคนร่าเริงจนเกินปกติ เขาตั้งตัวเป็นหัวโจกเอนเตอร์เทนเนอร์ขั้นเทพที่ชวนแขกในงานกิน ดื่ม ร้องเพลง สร้างความสนุกสนานให้แขกในงานรวมทั้งเกรซที่ทั้งสนุกและมีความสุขมากกว่าใคร ๆ
ในขณะที่อีกฝั่งหนึ่งของงานยังมีคนที่ไม่รู้สึกสนุกเหมือนคนอื่นแฝงตัวอยู่ในนี้ด้วยเหมือนกัน อัญญาเหลือบตามองไปด้านประตูทางเข้าท่าทางร้อนใจ เธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและหวังว่าการที่ทากะยาม่าซังลุกออกไปนั้นจะไม่เกี่ยวอะไรกับคนที่ถูกขังอยู่ในห้องๆ นั้น และถ้าหากเขาไม่กลับเข้ามาอยู่ในห้องนี้การลงมือทำตามแผนที่คิดไว้ก็จะต้องเสี่ยงมากขึ้น 'ทำไงดี...ถ้าช้ากว่านี้ณัธอาจจะไม่รอดแต่ถ้าถูกจับได้ต้องซวยแน่...' เธอลอบถอนใจเบา ๆ
"เป็นไร..โอเครึเปล่า ?..." เสียงณพัฒถามขึ้น
".....! ...โอเค..ไม่มีไร...." เธอตอบห้วนๆ นี่ก็อีกเรื่องที่ทำให้เธอวุ่นวายใจ "..เอ่อ..นาย..ไม่ไปร่วมวงกับพวกเค้าล่ะ ตรงนี้คงไม่มีอะไรแล้วล่ะ...เดี๋ยวเราดูเองก็ได้ " เธอพยายามเปิดทาง
"ไม่ล่ะ..อยากอยู่ตรงนี้มากกว่า..." เขากวาดตามองรอบห้องจัดเลี้ยงเซ็ง ๆ ทุกคนกำลังสังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน ถ้าเขาไม่ได้มาเพราะคำสั่งก็คงสนุกกว่านี้อีกเยอะ อัญญาเป็นฝ่ายร้อนใจ 'แล้วจะมาอยากอยู่ตรงนี้ทำไมล่ะเนี่ย....มันใช่เวลามั้ยเฮ้ย! ทีเมื่อก่อนเธอพยายามไล่ตามเขากลับยิ่งห่างออกไป แต่พอจะได้อยู่ใกล้กันก็แทบจะสิงร่างอยู่ละ ' เธอคิดแล้วแอบมองบนเพลีย ๆ
"อัญ...." เจ้าตัวยืนนิ่ง นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เธอได้ยินเขาเรียกชื่อของเธอ ".....คือ..ว่า..."  แต่ดูอาการแล้วเหมือนมีอะไรในใจ เธอเริ่มใจเต้นไม่เป็นส่ำกลัวในสิ่งที่เขากำลังจะพูด สมองทำงานเต็มสปีตเพื่อหาทางออก พอดีกับที่สายตาปราดไปเห็นประตูห้องเปิดออกทำให้เห็นว่าทากะยาม่าซังกำลังพูดคุยอยู่กับชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสองคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แล้วเดินกลับเข้ามาในห้องจัดเลี้ยง 'กลับมาแล้ว!! ...' อัญญามองตามไปจนเห็นว่าเขากลับไปร่วมวงสังสรรค์กับผู้ร่วมทุนแล้วเธอจึงตัดสินใจลงมือตามแผนที่คิดไว้ทันที
" นี่..เดี๋ยวเราขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ ฝากด้วยนะ...เดี๋ยวมา  " เธอฝากฝังงานอย่างรวดเร็วและรีบชิ่งออกไปทันที ณพัฒกำลังจะพูดอะไรบางอย่างจึงได้แต่ยืนทำหน้างง

อัญญาออกมาจากห้องจัดเลี้ยงได้สำเร็จ เธอเดินหลบออกไปทางประตูหลังและเดินไปตามทางเดินตรงไปยังห้องน้ำด้านหลังแต่เลี้ยวไปตามทางเชื่อมระหว่างอาคารห้องจัดเลี้ยงและเรือนญี่ปุ่นที่อยู่อีกด้านหนึ่งของสวน ในเรือนญี่ปุ่นหลังนั้นเองที่เธอแอบตามกลุ่มชายฉกรรจ์ไปเมื่อคืนก่อนจนได้เห็นเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เธอเดินอ้อมไปหลบอยู่ในมุมมืดของระเบียงตรงจุดที่อยู่ใกล้ประตูบานนั้นมากที่สุด บรรยากาศโดยรอบดูเงียบสงบเกินไป ไม่มีชายฉกรรจ์ยืนเฝ้าหน้าห้องเหมือนเมื่อคืนที่ผ่านมา ' ทางสะดวก...เฮ้ย..อย่าบอกนะว่าถูกเชือดไปแล้วอ่ะณัธ ......แต่ว่า พอช่วยมันได้แล้วจะพาออกไปได้ไงเนี่ย......
"เกือบเสียเรื่องแล้วมั้ยล่ะพวกแก ปล่อยให้หลุดออกไปได้ยังไงวะ ...นี่ดีนะที่กูไปเจอเข้า ไม่งั้นคงหนีออกทางประตูเล็กไปแล้ว !! " เสียงชายคนหนึ่งโวยวายเสียงดังปนกับเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา เธอตกใจรีบหาที่หลบมุมทันที
"...ขอโทษครับลูกพี่ ผมแค่เผลอไปนิดเดียวเอง...โอ๊ะ!!" เสียงร้องดังขึ้นตามหลังเสียงฝ่ามือฟาดลงไป
"นิดเดียวพ่องดิ....พวกมึงอยากตายรึไงวะ จะง่วงจะหิวก็ต้องทน จำไว้...ไม่งั้นคราวหลังกูจะบอกซาโจ้ให้จัดการขั้นเด็ดขาดที่พวกมึงทำงานสะเพร่า..." เสียงของ 'ลูกพี่' เอ็ดตะโร "ไปเลยนะ พวกมึงรีบไปเฝ้าประตู...แล้วอย่าเสือกหลับอีกล่ะมึง ไม่งั้นพวกมึงจะได้หลับยาวสมใจแน่!! "
"คระ..คระ..ครับ ๆ..ๆ....ใจเย็นครับลูกพี่ ไปเดี๋ยวนี้ครับ...." เสียงลูกน้องลนลานกลัวหัวหด
เสียงพูดคุยโหวกเหวกผ่านจุดที่เธอซ่อนอยู่ไปยังห้อง ๆ นั้น 'แสดงว่า...แกยังไม่ตายอ่ะดิ... ประตูเล็กหรอ...?! ดีล่ะ...เธอยิ้มที่มุมปาก คิดออกแล้วว่าจะช่วยออกไปได้ยังไง แต่ว่า ปัญหาต่อไปก็คือตอนนี้มีคนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูห้องอย่างน้อย ๆ ก็สามคน แล้วจะเข้าไปช่วยได้อย่างไร 'วุ้ย!!....ทำไงดีอ่ะ...' เธอต้องเดินอ้อมกลับมาอีกด้านเพื่อสำรวจดูว่าพอจะมีทางเข้าทางอื่นหรือเปล่า
"แกทำไรอ่ะ!!"
"เหี้ย!!" อัญญาขนหัวลุกพรึ่บหน้าซีดด้วยความตกใจหันไปมองที่มาของเสียง เกรซยืนอยู่ตรงทางเดินทำหน้าสนอกสนใจ  " โธ่เอ้ย..ตกใจหมด....ทำอะไร?!!?..ไม่ได้ทำอะไร!! " เธอตีหน้าซื่อกลบเกลื่อนแต่ไม่สนิทนัก
"ไม่ได้ทำ แล้ว...ทำไมมาอยู่ตรงนี้! " อีกฝ่ายกระชากเสียงราวกับเป็นเจ้าของบ้านเสียเอง ทำให้เข็มเรดาร์กระดิกทันที
"น้อยๆ หน่อยนะแก ยังไม่ได้แต่ง...อย่าเพิ่งเพ้อว่าเป็นนายหญิงใหญ่ของบ้านเค้ามะ..?..." เกรซหน้ากระตุก " ออกตัวแรงระวังจะแป่ก...แล้วอย่ามาว่าชั้นไม่เตือนนะ " อัญญาได้ทียิงซ้ำไปตรงจุดตาย
"ไอ้อัญ!!...ว่าชั้นเหรอ! กรี๊ด!!!!" เกรซปรี๊ดแตก อีกฝ่ายยืนนิ่งดูเพื่อนเต้นเร่า ๆ โดนเธอพูดจี้จุดเรื่องผู้ชายทีไรก็ปรี๊ดทุกทีไม่รู้ว่าจะอะไรนักหนา
"นี่! แล้วแกจะเสียงดังทำไม..." อัญญาหน้าเสีย 'โวยวายแบบนี้เดี๋ยวก็เสียเรื่องกันพอดี...'

"เฮ้ยใครน่ะ! ใครอยู่ตรงนั้น? เกิดอะไรขึ้น?...เอ่อ...คุณสองคน เกิดอะไรขึ้นหรือครับ?" เสียงตวาดดังมาจากด้านหลังก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงเมื่อเห็นว่าที่แท้ก็เป็นแขกของซาโจ้ แต่ชายชุดดำยังคงเดินใกล้เข้ามา
"อ่า...เอ่อ...ไม่มีอะไรค่ะ เราแค่...ออกมาเดินเล่นรับลม.." อัญญาชะงักปรับสีหน้าเป็นปกติ เกรซยังยืนหน้าง้ำคุมอารมณ์ไม่ได้
"ครับ...แต่ผมว่า คุณสองคนรีบกลับเข้าไปในงานเลี้ยงดีกว่าครับ..." เขาเชิญด้วยน้ำเสียงฟังดูไม่รับแขกสักเท่าไหร่
"อ๋อ ค่ะ ....." หญิงสาวยิ้มเจื่อน หันมองหน้าเกรซพยักพเยิดให้เดินกลับมาทางห้องจัดเลี้ยง แต่เกรซสะบัดสะบิ้ง เธอจึงเดินเฉียดไหล่และกระซิบกระซาบ "แกไม่ไปจะอยู่รอเก็บกินของว่างแถวนี้ก็ล่ำดีนะ.." ทำให้เธอจำต้องเดินตามมาแต่โดยดี ' ยัยบ้า...นี่...ที่ว่าชั้นไว้ไม่คิดจะขอโทษชั้นซักคำเลยละไง..!!..เกรซงอนที่เพื่อนดันรู้ทันและเอาความจริงมาจิกกัดเธอให้เธอต้องเสียความรู้สึกแล้วยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อัญญาไม่มีจิตใจจะคิดอะไรรีบเดินจ้ำอ้าวกลับมาที่ห้องจัดเลี้ยงหน้าเซ็งที่เกรซทำเสียแผน....

ภายในห้องจัดเลี้ยง บรรยากาศงานเลี้ยงเป็นไปอย่างสนุกสนาน ทั้งผู้ร่วมทุนและทีมงานตอนนี้สภาพไม่ต่างกันนัก ส่วนไตรยังอยู่ในวงสนทนาเดียวกันกับทากะยาม่าซังและผู้ร่วมทุนระดับอาวุโสอีกหลายคน  อัญญากลับเข้ามายืนประจำตำแหน่งกวาดตามองไปรอบห้องแต่ไม่เห็นณพัฒ '..กลับไปแล้วมั้ง..? ช่างเหอะ ...เอาไงต่อดีวะ..' ก่อนที่งานเลี้ยงจะจบลงเธอต้องหาทางออกไปใหม่อีกรอบให้ได้
"คุณไตรคงอยู่อีกสักพัก ...จะกลับก่อนมั้ยครับ.." อาทิตย์เดินมาถาม เธอพอเดาได้ว่าไตรน่าจะสั่งไว้
"ไม่ ๆ... เอ่อ...ไม่เป็นไร รอกลับพร้อมกันก็ได้...." เธอเห็นไตรมองมาที่เธอสองสามครั้ง " บอกคุณไตรตามนั้นเถอะค่ะ...." เธอให้คำตอบเขาไปในใจคิดหาทางกลับไปที่เรือนญี่ปุ่นอีกครั้ง เธอมองหาเพื่อนรักเพื่อนแค้นทันที เกรซยังไม่กลับมานั่งประจำตำแหน่งว่าที่สะใภ้ทั้ง ๆ ที่เดินตามกันมาทำไมยังมาไม่ถึง ? เธอร้อนใจที่ตัวทำเสียเรื่องไม่อยู่ในตำแหน่ง....และดูเหมือนว่ามีใครบางคนร้อนใจมากกว่าเธอ โยชิผุดลุกผุดนั่งมองหาเกรซทั่วห้องหน้าตาบอกบุญไม่รับ   ' โห...อาการหนักอ่ะ ท่าทางจะเป็นเอามาก มันคงไปขี้มั่งเหอะ...แต่หลงกันขนาดนี้ก็ดี จะได้ล็อกตัวป่วนเอาไว้ไม่ให้ไปเพ่นพ่านข้างนอกได้อีก...' เธอคิดขำ ๆ งานนี้ไม่รู้ใครจะได้ใครจะเสีย

ข้างบ่อปลาคาร์ฟขนาดใหญ่มุมหนึ่งของอาคาร ณพัฒยืนพิงขอบที่กั้นทางเดินมองดูปลาแหวกว่ายอยู่ในน้ำด้วยสีหน้าเป็นกังวล เกรซกำลังจะเดินกลับเข้าไปในงานแต่เห็นเขาจากด้านหลังจึงเดินตามมาทักทาย
"พัฒ...?" เสียงเรียกปลุกเขาจากความคิด "มาทำไรอยู่ตรงนี้อ่ะ...ดูเหมือนว่าทีมนี้ไม่ค่อยมีใครอยากอยู่ในงานเลยนะ..." เกรซกระเซ้า
 "อ่ะ...เกรซ... ทำไมเหรอ" เขาทำหน้าสงสัย
"ก็....." เสียงสูงเชียว "เมื่อกี้ก็เพิ่งเจอไอ้อัญเดินอยู่สวนฟากโน้นน่ะ....กวนประสาทอีกตามเคย....." ปลายเสียงเนือย ๆ
"อ๋อ....ห่ะ ๆ... ยังไม่ชินอีกเหรอ" เขาเดินเข้ามายืนข้าง ๆ  "อัญเค้าก็แค่แกล้งขำๆ น่ะ เค้าไม่ได้เกลียดเกรซจริง ๆ หรอก...เกรซรู้ใช่ป่ะ...?" เขายิ้มปลอบใจ แววตาเป็นห่วงอย่างจริงใจ เธอจึงยิ้มออกมาได้
"อืม ก็รู้....แต่ก็...บางทีที่มันพูดน่ะ..."  เธอถอนหายใจเก็บคำพูดที่เหลือไว้ในใจ "ช่างเถอะ... แล้ว...พัฒเป็นไร มายืนทำไรอยู่ตรงนี้ ทำไมไม่เข้าไปข้างในอ่ะ..."

"...."

No comments:

Post a Comment