Chapter
2.
----------------------------------------------------------------
Quote 2 : ‘ ...เมื่อความจริง....คือสิ่งที่ต้องเก็บไว้ในใจ..... ’
ค่ำคืนวันศุกร์ ผู้คนมากมายหลั่งไหลกันมาที่ ณ The Maze ผับใหญ่ใจกลางเมืองแห่งนี้เพื่อหาความสำราญ
และในคืนนี้ ที่นี่ถูกใช้เป็นจุดนัดพบของกลุ่มเพื่อนเพื่อเลี้ยงต้อนรับ ณัธ หนุ่มหล่อขั้นเทพ
ดีกรีนักเรียนนอกที่ได้เตรียมการนัดแนะให้ทุกคนได้มารวมตัวพบปะกันเหมือนทุกครั้งที่เขาได้มีโอกาสกลับมาเมืองไทยและขาประจำที่มาก่อนใครเพื่อนก็คือ
สาวแซ่บอย่าง เกรซ อีกเช่นเคย เธอคือเจ้าแม่ปาร์ตี้ผู้ชื่นชอบแสงสียามค่ำคืน
เสียงดนตรีที่เร้าใจและแสงไฟสลัวๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศน่าสนุก เกรซชอบการบริหารเสน่ห์และตอนนี้เธอก็กำลังเต้นรำอยู่กลางฟลอร์ด้วยลีลาสุดเซ็กซี่
ส่งสายตายั่วยวนเหล่าเสือ สิงห์ กระทิง แรดที่กำลังจ้องมองเธออยู่อย่างไม่สะทกสะท้าน
ด้านหน้าผับ อัญญาเดินทางมาถึงแล้วเช่นกัน "ไอ้เจ้ แกจะมามั้ยเนี่ย
ถ้าจะตามตัวยากขนาดนี้นะ...อยู่ไหนแล้วอ่ะ...เออ ๆ รีบ ๆ มาละกัน ....เออ เดี๋ยวเจอกัน..
โอเคๆ.." เธอกดวางสายและเดินฝ่าผู้คนเข้าไปด้านในสีหน้าหงุดหงิดและต้องผงะเมื่อเห็นร่างของใครบางคน เกรซกำลังเต้นสะบัดอยู่กลางฟลอร์โดยไม่ใส่ใจว่ากำลังถูกตั้งค่าหัวจากบรรดาสาว
ๆ ที่ถูกเธอแย่งซีน ' อ่ะโห.. จัดแต่หัวค่ำเลยเฮ้ย
..! คืนนี้จะรอดตีนกลับบ้านมั้ยเนี่ย...' อีกฝ่ายเห็นท่าไม่ดีจึงเดินเลี่ยงไปที่โต๊ะที่จองเอาไว้
ป่านมาถึงก่อนหน้าแล้วและกำลังผุดลุกผุดนั่งเหลียวมองซ้ายมองขวาชะเง้อมองหาเจ้าของงาน
พอดีกับที่ดีเจพักเปลี่ยนเป็นเพลงช้า เกรซสะบัดใส่สาว ๆ เหล่านั้นและเดินตามมารวมกลุ่ม
พอเห็นท่าทีของป่านแล้วอดที่จะรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้
"เก็บอาการหน่อยก็ดีมะ....นั่งไม่ติดแบบนี้เดี๋ยวใครไม่รู้จะคิดว่าเป็นริดซี่หรอกแก...
" เธอเปรยกระซิบข้างหูป่านด้วยอารมณ์หมั่นไส้ ก่อนจะปรายตามองไปทางอัญญาและส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดทักทายใครบางคนที่นั่งอยู่โซนบาร์น้ำอีกด้านหนึ่งของผับ
"ว๊าย...! พัฒก็มาด้วยอ่ะแก๊!!..." อัญญาหันขวับมองไปตามสายตาของเกรซไปยังชายหนุ่มหน้าตาคมเข้มที่นั่งอยู่ที่เค้าท์เตอร์บาร์น้ำอีกฝั่งหนึ่ง
" กรี๊ด ๆ ๆ สุดหล่อของชั้น มากับใครอ่ะ ...มาคนเดียวแน่ๆ เลย ชั้นไปทักดีกว่า....ควิๆๆ..."
ไม่พูดเปล่า นางกรี๊ดกร๊าดโบกมือทักทายระยะไกลก่อนจะผละจากสองสาวและเดินตรงดิ่งไปหาผู้ชายทันที ทั้งป่านและอัญญาส่งสายตาเห็นอกเห็นใจตามประสาคนหัวอกเดียวกัน
อัญแอบปรายตามองดูเกรซพูดคุยหยอกล้อกับผู้ชายคนนั้นอย่างมีจริตจะก้านด้วยความรู้สึกหายใจไม่ค่อยทั่วท้อง
แม้จะรู้ดีว่านั่นเป็นนิสัยของเธอแต่นาน ๆ จะได้เห็นกับตาสักครั้งแบบนี้ก็ต้องมีอึ้งกับกริยาท่าทางที่จัดจ้านทั้งแซ่บและเซ็กซี่
ยั่วยวนถอดแบบนางร้ายในละครไทยมาเต็ม ๆ ' ...แรดล่อเป้าแบบนี้....ถึงว่า....
'
"อัญ.." น้ำเสียงคุ้นหูทำให้เธอหันไปมอง เจ้าของเสียงก็คือ ไตร เจ้านายของเธอและ'อาทิตย์' ลูกน้องคนสนิทของเขายืนประกบดูแลความปลอดภัยอยู่ใกล้
ๆ จึงรีบยืนขึ้น
"เฮีย....เอ่อ....คุณไตร...มาทำอะไรที่นี่...คะ
" อัญญชำเลืองดูระยะห่างของลูกน้องคนสนิทของไตรและทักทายเจ้านายของเธอตามมารยาท
"ผมมาพบเฮียเคี้ยง
...ไม่คิดว่าจะเจออัญที่นี่ ชอบมาที่แบบนี้กับเค้าด้วยเหรอ นึกว่ามีแต่พัฒซะอีก...
" เขาพยักพเยิดให้มองไปที่บาร์ " วันนี้ควงสาวคนใหม่มาซะด้วย" ไตรแหย่อัญญาและตามด้วยเรื่องของณพัฒ หนึ่งในเด็กส่งงานตัวท็อปของเขา
ทำให้เธอเผลอมองตามไป ณพัฒเหมือนรู้ตัวว่าเป็นหัวข้อในการสนทนาของทั้งสองคน จึงยกมือทักทายไตรมาจากระยะไกล
ไตรพยักหน้าตอบรับและหันกลับมาหาเธอ อัญญาเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังมองมาจึงหันหน้ากลับมายิ้มกลบเกลื่อนรู้สึกว่าใบหน้าร้อน
ๆ พิกล
"เอ่อ..นั่นเกรซ
เพื่อนในกลุ่มค่ะ.... คืนนี้เพื่อน ๆ สมัยเรียนนัดรวมกลุ่มกัน เลี้ยงต้อนรับเพื่อนที่กลับมาจากนอก..."
เธอตอบเสียงใส "...คุณไตรรีบไปไหนต่อรึเปล่าคะ อยู่ก่อนสิ"
".... ผมนัดกับอาเจ็กไว้...เสียดายจัง...ไว้โอกาสหน้านะ"
แววตาของชายหนุ่มมันบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเสียดายโอกาสที่จะได้อยู่ต่อ
"ไม่เป็นไรค่ะ ไว้โอกาสหน้า.."
เธอยิ้มให้ รู้สึกโล่งใจที่เขาปฏิเสธคำเชิญ
" อืม...งั้นตามสบายนะ..."
เขาฝืนยิ้มสบตาเธอและบอกลาด้วยแววตาแล้วเดินจากไป
"ค่ะ
....................... " เธอยืนสงบนิ่งไว้อาลัยแด่แววตาคู่นั้นชั่วครู่ '...ถ้าจะแววตาขนาดนั้น ก็อยู่ต่อเลยดีมะเฮีย..... ' เธอคิดขำๆ
ไม่รู้สึกอินกับแววตาเศร้าสลดของอีกฝ่ายที่เพิ่งเดินออกประตูไปแล้วนั่งลงข้าง ๆ
ป่านที่ไม่ได้ใส่ใจเหตุการณ์อื่นใดนอกจากการชะเง้อคอรอคอยการมาของคนรักของเธอ ส่วนเกรซก็กำลังระรื่นอยู่กับการพูดคุยแทะโลมเพื่อนร่วมชั้นสมัยเรียนรูปหล่อแต่ก็ส่องสายตามาติดตามความเป็นไปของอีกฟากหนึ่งของผับไปพร้อมกัน
"พัฒไม่ไปที่โต๊ะล่ะ
เดี๋ยวณัธก็คงมาแหละ....ป่านตื่นเต้นม๊ากมากที่แฟนนางกลับมาอ่ะ.... ดูดิ นั่งไม่ติดเลย......"
ประโยคบอกเล่าน้ำเสียงกระทบกระเทียบ
"ไม่ล่ะ อยู่แถวนี้สนุกกว่า
" พัฒรู้ทันความคิดของหญิงสาวแต่ก็ไม่ต่อความให้ยืดยาว
"แต่ตรงนู้นก็สนุกนะ ไปนั่งด้วยกันดีกว่า ป๊ะ?...
ไปนะคะที่รัก..เดี๋ยวเค้าดูแลอย่างดีเลยนะ.... " เกรซพยายามออดอ้อนแต่ก็ไม่เป็นผล
ณพัฒปฏิเสธเสียงเรียบ เธอเลยเปลี่ยนแผนทำเสียงเง้างอนทีเล่นทีจริง "เฮ้อ..พัฒน่ะ.... ไม่สนุกเลย...ตามใจ
กลับไปที่โต๊ะดีกว่า...แล้วไม่ต้องตามมาทีหลังล่ะ... เค้าไม่มีที่ว่างเหลือไว้ให้หรอกนะ..."
เกรซเดินสะบัดออกไป เขาก็ไม่รั้งไว้จึงหันกลับมายิ้มหวานและส่งจูจุ๊บลอยมาให้ พัฒยิ้มตอบขำ
ๆ รู้ดีว่าเธอไม่ได้คิดอะไรจริงจัง
เกรซเดินกลับมาสมทบกับอีกสองสาวที่โต๊ะหน้าตาระรื่นแต่อัญญาทำทีไม่ใส่ใจ
เธอมองไปรอบๆ และหยุดอยู่ที่ประตูทางเข้าในจังหวะที่มีคนเปิดประตูเข้ามาพอดี จึงเห็นชายหนุ่มมาดสำอางท่าทางคุ้นตายืนอยู่ด้านนอกประตู
ดูเหมือนว่าเขากำลังมองดูอะไรสักอย่างสีหน้าเคร่งขรึม ' ณัธ....?' เธอถอนหายใจเบา ๆ และปรับโฟกัสสายตาไปทางชายสองคนที่ยืนถัดไปด้านหลัง
เจ้านายสุดเท่ของเธอกำลังยืนคุยกับชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐาน ที่สำคัญดูทรงแล้วคุ้นตาเหลือเกิน
' .....!! อีตาผู้กองฐา...ใช่เหรอ?!!? ' เธอผงะเล็กน้อย ผู้กองฐาหรือผู้กองทีวีแชมป์เปี้ยนคือคู่ปรับตัวป่วนเจ้าประจำของเธอเอง
เมื่อหลายปีก่อนเขาเคยเป็นนายตำรวจน้ำดีประจำท้องที่นี้ ความตงฉินของเขาเป็นเรื่องที่น่านับถือและคงเป็นอีกหนึ่งคนที่น่าคบหาสมาคมด้วยถ้าเพียงแต่ว่าเขาจะไม่เป็นคนที่คอยจ้องหาทางจับผิดกิจการขนส่งสินค้าของเสี่ยหยางและไตรจนทำให้เธอกลายเป็นเป้าหมายและพลอยถูกจับตามองไปอีกคน
หลายครั้งที่เขาพยามชักจูงเธอให้เป็นสายให้เขา ไหนจะเรื่องตามสอดส่องพฤติกรรม สะกดรอยตาม
หรือพยายามหาข้ออ้างในการขอค้นตัว จนเธอต้องงัดวิทยายุทธ์เข้าต่อกรเพื่อเอาตัวรอดครั้งแล้วครั้งเล่าจนน่าเหนื่อยใจ
ถึงจะมองจากระยะไกลพอสมควรแต่เธอก็จำได้ว่าผู้ชายคนนั้นคือ 'ผู้กองทีวีแชมป์เปี้ยน
' ไม่ผิดคนแน่ ๆ เมื่อสามปีที่แล้วเธอได้ข่าวว่าเขาย้ายไปประจำการที่สถานีต่างจังหวัดทำให้วงจรชีวิตของเธอกลับสู่ความสงบสุขและรู้สึกปลอดภัยขึ้นมากโข
คิดไม่ถึงว่าคืนนี้จะได้เห็นเขาที่นี่ .....ดูเหมือนว่าตอนนี้ ไตร คือเป้าหมายจู่โจมของเขา
"คุณไตร บังเอิญจังนะครับ
ไม่นึกว่าจะเจอกันที่นี่" เขาทักทายอีกฝ่ายด้วยท่วงท่าเกรียนๆ
"แต่ผมว่าไม่น่าจะบังเอิญนะ
…..จริงมั้ย? " ไตรใช้ความนิ่งตั้งรับพร้อมกับเกทับด้วยมาดเท่ๆ
"...หึหึหึ " เขาหัวเราะกลบเกลื่อน "ผมมาตรวจงานตามหน้าที่....ก็รู้ ๆ กันอยู่
แถวนี้มันพื้นที่เสี่ยง....ช่วงที่ผมไม่อยู่ได้ข่าวว่าแถวนี้มีแต่เรื่องจนเจ้านายต้องเรียกผมกลับมาจัดการพวกที่เหิมเกริม..."
"เพราะมีเจ้าหน้าที่ที่ขยันแบบผู้กอง
บ้านเมืองเราถึงได้น่าอยู่..." ไตรแววตาเป็นประกาย
ชมเชยน้ำเสียงแกมประชด
"... ตำรวจก็ต้องดูแลประชาชน...ส่วนประชาชนมีหน้าที่ทำมาหากินอย่างสุจริต...ไม่ทำอะไรที่มันท้าทายกฎหมาย
จะได้ไม่มีปัญหา .." อีกฝ่ายตอบกลับด้วยท่าทางผยอง
อัญญามองชายทั้งสามคนมาจากด้านในผับแล้วเสียวสันหลังอย่างไรบอกไม่ถูก 'บรรยากาศดีจริงๆ เลย.....' พอดีกับที่ณัธหันมองมาทางด้านนี้
เขาเดินฝ่าวงล้อมสาวๆ เข้ามาด้านในผับจนใกล้ถึงโต๊ะจึงยกมือทักทาย เธอโบกมือและยิ้มให้
เขายิ้มกว้างเดินตรงมาที่โต๊ะ
"ณัธ!!!" ป่านตะโกนเสียงแหลมปรี๊ดมาจากด้านหลัง
"เหี้ย!!....เอ้ย!!.." อัญญาสะดุ้งโหยงจนตัวโยน
สัตว์เลี้ยงประจำราศีร่วงจากปากจนได้ ไม่ต่างจากเกรซที่กำลังเพลินอยู่กับการส่งสายตายั่วยวนผู้ชายโต๊ะข้าง
ๆ ถึงกับเสียอาการ
"ทางนี้ๆๆ!!ณัธ!!! " ป่านลุกพรวดกระโดดโบกไม้โบกมือ ยิ้มกว้างหน้าบานด้วยความดีใจ
"แก...!!! จะเสียงดังทำไมเนี่ย
..." เกรซตวาดเหวี่ยงอย่างไม่สบอารมณ์ คนรอบข้างมองกันใหญ่ อัญญาถอนหายใจหนัก
'งานคืนนี้ท่าจะไม่ยาวละมั้ง.... '
ณัธเดินตรงเข้ามาหาสามสาว ป่านยิ้มจนแก้มปริ ตาเป็นประกาย เธอเดินตรงเข้าไปหาคนรัก
ความรู้สึกเต็มตื้นไปด้วยความดีใจที่ได้เห็นหน้าเขาอีกครั้ง นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เจอกัน
วันเวลาที่ตั้งตารอคอย ความคิดถึงที่เต็มอยู่ในหัวใจ ป่านเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าผู้ชายที่เธอรักมองเขาแทบไม่วางตา "ณัธ...." ป่านยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าเขาเนิ่นนานจนเหมือนกับว่าเวลาจะหยุดนิ่งอยู่ตรงนี้
น้ำตาเริ่มเอ่อตรงขอบตาจนมองไม่เห็นหน้าของอีกฝ่ายแต่ทุกความรู้สึกและทุกวินาทีแห่งการรอคอยมันจบลงแล้ว....ในที่สุดเขาก็มายืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว
"ป่าน..." เขาเรียกชื่อเธอแผ่วเบา
เธอคิดถึงเขาเหลือเกิน
เสียงของเขาเรียกให้น้ำตาไหลลงมาอาบแก้มแต่ใบหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เขายืนนิ่งอยู่ตรงหน้าเธอ
มองดูใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตา รับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่เธอมีให้ เขาดึงเธอเข้ามาไว้ในอ้อมกอดเพื่อปลอบใจ
พร้อมกันกับที่ พลอย เพื่อนสาวอีกคนในกลุ่มเดินเข้ามาสมทบกับอีกสองสาวและได้เห็นช่วงเวลาอันน่าซาบซึ้งใจ อัญญาและเกรซและพลอยอึ้งเล็กๆ ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นฉากอารมณ์สุดโรแมนติกระยะประชิดขนาดนี้
"คนดี...อย่าร้องสิ..ผมอยู่นี่แล้วไง.. " เขากอดเธอไว้และปลอบใจด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
ป่านยิ่งกอดเขาไว้แน่นและสะอื้นหนักเข้าไปอีก
"ไม่ต้องร้องแล้ว เดี๋ยวไม่สวยนะ..."
ณัธดันตัวป่านออกมา และเชยคางเธอให้เงยหน้าขึ้น "เห็นมั้ย หน้าเลอะหมดแล้ว.."
เขาทำหน้ากระเซ้าและเช็ดน้ำตาให้ เพื่อนอีกสามนางเริ่มรู้สึกเกะกะอย่างไรบอกไม่ถูก
ป่านรีบเช็ดน้ำตาและยิ้มเขินอาย "ก็มันคิดถึงนี่นา..." เธอบอกเขาเสียงสั่นเครือ
ณัธยิ้มที่เห็นอาการน่ารักน่าเอ็นดูของเธอ
"ไปล้างหน้าล้างตาก่อนดีกว่านะ
ทุกคนเค้าตกใจหมด....แล้ว..." ณัธมองไปรอบ ๆ เกรซ อัญญา และพลอยกำลังมองเขาอยู่
"..พลอย มาตั้งแต่เมื่อไหร่...."
ณัธทักทายพลอยที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่งโดยมีชายหนุ่มท่าทางภูมิฐานเดินมาหยุดยืนอยู่ข้าง
ๆ เธอ
".....เพิ่งมาถึงน่ะ
บังเอิญเจอสารวัตรภูมิข้างหน้า เลยชวนเข้ามาสนุกด้วยกัน " หญิงสาวหน้าหมวยสวยคมตอบพลางหันไปยิ้มให้กับแขกที่เธอเชื้อเชิญมาร่วมโต๊ะ
"ณัธ!! คิดถึงจังเลย...!
" เสียงแหลมปรี๊ดของเกรซทำลายฟองสบู่สีชมพูจนแตกเป็นเสี่ยง ๆ และกระชากอารมณ์ของทุกคนให้กลับมาสู่ภาวะปกติอีกครั้ง
เธอปรี่เข้าไปหาเขาและทักทายด้วยความสนิทสนม "..ยังหล่อเหมือนเดิมนะยะ ล่ำด้วยอ่ะ นี่ถ้าไม่ติดว่ามีคนจองแล้วนะ
เสร็จชั้นแน่..." สายตาเธอสำรวจเขาจากหัวจรดเท้าเอามือลองจิ้มที่แผงอกแน่นๆ พลางพูดจาหยอกล้อชายหนุ่มและปรายตามองเพื่อนสาว
ป่านยิ้มเขิน ๆ แต่เกรซไม่เขินแถมยังช็อคกับสภาพหน้าตาของอีกฝ่ายที่ร้องไห้หนักจนเมคอัพพังแบบไม่ควรให้อภัย
' มาสคาร่าแบบไม่กันน้ำ
!...ใครสั่งใครสอนเนี่ย...? '
"อร๊ายย! ป่าน!....ชั้นว่าแกไปไปห้องน้ำก่อนดีกว่ามะ
เดี๋ยวชั้นพาไป สภาพหน้าเสื่อมมาก...." เกรซจับแขนเพื่อนเพื่อเรียกสติ
"อ่ะ.. อ๋อ เหรอๆ?? ... ณัธ...?..." เธอหันไปทางคนรักแต่เกรซคว้ากระเป๋าและเดินลากเธอออกไปปล่อยให้ณัธยืนเก้ออยู่อย่างนั้น
"ณัธ..? เป็นไงมั่ง ดูสบายดีนี่
" อัญญาแทรกตัวเข้ามาทักทาย "... มานั่งดิ กว่าจะมาได้นะพ่อ ไอ้ป่านรอจนหน้าแห้ง
.. เจ้พลอย?.. มา ๆ นั่ง ๆ ชั้นนึกว่าเจ้จะมาไม่ได้ซะละ ชั้นรอจนเหงือกแห้งเหมือนกัน..
เชิญคุณ..ด้วยค่ะ " อัญญาทักทายและรวบยอดเชิญทุกคนให้นั่ง
"สารวัตรภูมิย่ะ ... " พลอยกระซิบกระซาบ " เอ่อ.. สารวัตรคะ นี่
อัญญา และนี่ ณัธ เจ้าภาพงานคืนนี้...แล้วก็อีกสองคนที่เดินไปนู่น.. เกรซกับป่าน
เพื่อนตั้งแต่สมัยเรียน .. " พลอยแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักแขกของเธอ
"ค่ะ.. สารวัตร..เชิญ
เชิญค่ะ..." เธอออกอาการเกรงๆ เมื่อรู้ว่าเขาเป็นตำรวจ
"ยินดีที่รู้จักครับ
สารวัตร" ณัธเบียดเธอมายื่นมือเชคแฮนด์อีกฝ่ายท่าทีจริงจัง 'นี่ก็จริงจังไปมะ?!' อัญญาแหงนมองดูความเป็นทางการที่เกินปกติของเพื่อนแบบงงๆ
"เช่นกันครับ" สารวัตรภูมิยิ้มให้อย่างเป็นมิตรและหันไปสบตาพลอย
หญิงสาวส่งยิ้มหวานดูเขินๆ น่ารักไปอีก
ณัธนั่งลงหันมาหาอัญญา "เป็นไงอ่ะเรา.. สบายดีนะ.." เขาถามเธอ อัญญาพยักหน้า
ยิ้มตอบบางๆ เขามองสำรวจไปรอบร้าน ๆ แอบถอนหายใจพยายามเก็บความรู้สึกอึดอัดอะไรบางอย่างและแล้วสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่บาร์น้ำอีกด้านหนึ่งของร้าน
เพื่อนรักเพื่อนซี้ตั้งแต่สมัยเรียนนั่งกับสาวสวยหุ่นเซ็กซี่อยู่ที่บาร์ "เฮ้ย
..! ไอ้พัฒ !?” เขาเรียกชื่อเกลอเก่าเสียงดังฟังชัดจนอัญญาต้องขยับถอยออกห่าง “...โห..
มาแล้วทำไมไปนั่งป้อหญิงอยู่นู่นวะ ..ไอ้หมอนี่ ม่อไม่เปลี่ยนเลย" เขารีบลูกขึ้น
" อัญ..เดี๋ยวมานะ... " และเดินตรงไปที่บาร์เพื่อทักทายเพื่อนเก่าทันที
อัญญาปรายสายตามองตามไปด้วยความเคยชินแต่ก็รีบหันกลับมาทักทาย 'เจ้พลอย' ลูกสาวเจ้าสัวเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง
อีกหนึ่งเพื่อนสาวในกลุ่ม พลอยเป็นเด็กสาวที่มีความสามารถโดดเด่นมาตั้งแต่สมัยเรียน
เธอเก่ง เธอสวย เธอมั่นใจ และจริงจังกับการเรียนมาตลอด เธอจริงจริงแค่ไหนก็แค่คะแนนสอบสูงสุดแบบท็อปได้เต็มและจบปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทองของคณะก็เท่านั้นเอง
พอเรียนจบพลอยก็เข้าไปช่วยพ่อบริหารกิจการในบริษัททันที แม้ว่าจะอายุยังน้อยแต่ก็เป็นที่ยอมรับของผู้ร่วมงานและบรรดาลูกน้องในบริษัท
และเพราะว่าเป็นกิจการของครอบครัวคนจีนทำให้พลอยยิ่งต้องทำงานหนักเพื่อให้มีผลงานไม่น้อยหน้าไปกว่าพี่ชายทั้งสามคนของเธอทำให้ไม่ค่อยจะมีเวลามาเจอกัน
แต่อัญญาก็สนิทใจที่จะคบหาและพูดคุยปรึกษาพลอยในทุกเรื่องเพราะดูท่าทางแล้วพลอยดูจะเป็นผู้เป็นคนและดูจะพอพึ่งพาอาศัยได้มากที่สุด
"กว่าจะเสด็จได้นะเจ้ รอจนเพลียเลย...ไอ้เกษมันเปิดฟลอร์ไปรอบนึงแล้วแถมยังเที่ยวแอ๊วคนนั้นคนนี้
คืนนี้ไม่รู้จะรอดกลับบ้านรึเปล่า.." เธอร่ายยาว
"ก็งานเยอะอ่ะ แกก็รู้
ยิ่งช่วงนี้เปิดไตรมาศใหม่ ต้องรีบทำผลงาน ไม่งั้นเจอเฮียสามเล่นแน่ ป๊ายิ่งเล็งเพิ่มยอดขายอยู่ด้วย
" พลอยสาธยายชีวิตบนเส้นทางนักธุรกิจสาวของเธอให้อีกฝ่ายได้ฟัง
"โหย.. เป็นลูกสาวนะเจ้
ต้องทำผลงานด้วยเหรอ....เออๆ สู้ๆ นะ.... แต่คืนนี้งดเครียด โอเคป่ะ....เปลี่ยนเรื่องดีกว่า..
" อัญญาขยับเข้าไปใกล้ "นี่.. มาด้วยกันได้ไงอ่ะ"
เธอกระซิบถามทำหน้าบุ้ยใบ้ไปทางนายตำรวจหนุ่ม
"..เอ่อ... เจอกันหน้าร้าน..
เค้าเป็นลูกของเพื่อนป๊า..ที่เคยเล่าให้ฟังไง" พลอยเล่าตัดบทสั้น ๆ และหันไปยิ้มหวานให้ฝ่ายชาย
"อ๊อออออ..."อัญญาขึ้นเสียงสูงปรี๊ด
"ที่บอกว่าเคยโดนป๊าลากไปดูตัวใช่ป่ะ...!! ที่บอกว่าเป็นนายตำรวจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่ทั้งเก่งทั้งหล่ออ่ะ
เฮ้ย แล้ว.... นี่อย่าบอกนะ..ว่า...." ยิ่งมโนเธอก็ยิ่งตื่นเต้น
"แล้วแกจะเสียงดังทำไม..!
บอกแล้วไงว่าบังเอิญเจอกัน เค้ามาตรวจงานกับลูกน้องอีกคนยืนที่อยู่หน้าร้านนั่นไง.."
พลอยเงื้อมือตีแขนแก้เขิน อัญญาหันมองตามคำบอกเล่าของพลอย 'อีผู้กองทีวีแชมป์เปี้ยน
'
ที่หน้าประตูทางเข้าผับ ไตรยังยืนอยู่กับผู้กองฐาหน้าตาท่าทางดูเคร่งเครียดกันทั้งคู่
"ผมเตือนคุณไว้ก่อนนะคุณไตร..
ถึงแม้ว่าเสี่ยหยางจะมีอิทธิพลมากขนาดไหน แต่ถ้าหากทำเรื่องผิดกฎหมายแล้วล่ะก็..." เขาพยายามใช้คำพูดข่มขวัญอีกฝ่าย
".. นี่ ผู้กอง ผมเองก็บอกคุณไปหลายครั้งแล้วเหมือนกันว่าเราทำมาหากินสุจริต
คุณเรียกตรวจ สอบปากคำลูกน้องและเด็กส่งงานของผม แต่ก็ไม่เคยได้อะไร จริง ๆ ทางเราจะฟ้องกลับก็ทำได้...แต่ก็ถือซะว่าต่างคนต่างทำตามหน้าที่
....ผมว่า.. คุณอย่ามาเสียเวลากับพวกเราเลย เอาเวลาไปจับคนร้ายตัวจริงจะดีกว่า..ผมขอตัวก่อนนะครับ
" ไตรตอกกลับอย่างเหนือชั้นและเดินจากไป ทิ้งให้ผู้กองฐายืนโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง
เขาหาทางเอาผิดไตรและเสี่ยหยางมาหลายปีแต่ไม่เคยสำเร็จเสียที
อัญญาเห็นเหตุการณ์จากระยะไกลรู้สึกใจคอไม่ค่อยดี นึกถึงวันที่เธอถูกผู้กองฐาสะกดรอยตามเพื่อหาหลักฐานเกี่ยวกับธุรกิจของเสี่ยหยางและเมื่อไม่พบอะไรที่เป็นพิรุธเขาก็เปลี่ยนเป้าหมายมาที่เธอโดยการพยายามเกลี้ยกล่อมให้เธอเป็นสายให้กับเขา
เมื่อเธอปฏิเสธเขาจึงขมขู่เอาไว้ แม้ว่าเธอจะมั่นใจว่าการทำงานเป็นพนักงานส่งพัสดุให้กับสมาชิกวีไอพีของบริษัทเสี่ยหยางนั้นเป็นงานที่สุจริต
ไตรก็เคยยืนยันกับเธอแล้วว่าสิ่งที่เธอนำส่งทุกชิ้นไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย แต่การที่เธอต้องทำตามกฎว่าห้ามเปิดดูโดยเด็ดขาดและผู้รับแต่ละคนก็ล้วนเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในด้านที่ไม่สู้ดีก็ทำให้เธอหวั่นใจไม่น้อย
แต่ด้วยค่าจ้างในการส่งของแต่ละครั้งที่มากโขจึงล่อใจให้เธอยอมที่จะเสี่ยง ทำให้ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอพยายามหลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับใครหรือเอาตัวเองไปเกี่ยวข้องกับอะไรก็ตามที่มีแนวโน้มที่จะทำให้อิสรภาพและเสถียรภาพทางการงานและการเงินของเธอสั่นคลอน ...แต่จนแล้วจนรอด คืนนี้ปัจจัยเสี่ยงได้ขยับเข้ามาอยู่ในระยะประชิดจนรู้สึกร้อนๆ
หนาวๆ จู่ ๆ ผู้กองฐาคู่ปรับเก่าได้กลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง
และตอนนี้เธอก็กำลังนั่งร่วมโต๊ะอยู่กับสารวัตรมือปราบอันดับหนึ่งประจำเมืองและอาจจะเป็นคนที่อาจจะมาเป็นว่าที่เจ้าบ่าวของพลอยอีกด้วย
โลกใบนี้มันแคบได้ใจจริงๆ
"อัญ?"
"อ่ะ...หืม..ห๊ะ ..อะไร"
เธอหลุดจากภวังค์ เมื่อพลอยเอามือมาแตะไหล่
"เหม่ออะไรอ่ะ เป็นอะไรรึเปล่า..
แล้ว..มองอะไร แกรู้จักผู้กองฐาด้วยเหรอ.."
"อ่ะ! อ๋อ..เปล่า...
แค่คุ้นๆ น่าจะเคยเจอแถวนี้น่ะ .. เออ..แล้ว..เดี๋ยวเจ้จะไปไหนต่อรึเปล่า ....เดี๋ยวไปไหนกันต่อคะสารวัตร.."
อัญญาเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง
".....เอ่อ...คือ.." สารวัตรภูมิมองหน้าสวยๆ
ของพลอยแล้วอ้ำๆ อึ้งๆ
"กลับมาแล้วจ้า... พานางเอกประจำค่ำคืนนี้มาส่งคืนแล้ว..
." เกรซและป่านเดินกลับมาที่โต๊ะ เกรซทำให้ป่านกลับมาสวยหวานสว่างด้วยออร่านางเอกอีกครั้ง
" เป็นไงล่ะ ฝีมือชั้น...สวยงามที่สุด..... ชั้นยอมให้แกสวยกว่าชั้นแค่คืนนี้คืนเดียวนะยะ...." เกรซหันไปสะบัดใส่ ป่านยิ้มเขิน
ๆ
"อ้าว.. ณัธล่ะ ไปไหนแล้ว?" เธอมองหาคนรักสีหน้าเปลี่ยนทันที
พลอยมองไปที่บาร์เห็นณัธกำลังคุยกับณพัฒออกรสชาติแล้วหันกลับมาโดยไม่ได้พูดอะไร
"โน่นไง กรี๊ด..!! สองหนุ่มสุดหล่อกระชากใจอยู่ด้วยกันแบบนั้น เลือกไม่ถูกเลยอ่ะ..."
เกรซกรี๊ดกร๊าดชี้เป้า ป่านรีบหันไปมองและเมื่อเห็นณัธที่กำลังคุยกับพัฒออกท่าทางไปหัวเราะไปพลาง
เธอก็ยิ้มอย่างเป็นสุข การได้มองคนที่เธอรักในตอนนี้ความรู้สึกไม่ต่างจากวันที่เธอมองเขาเมื่อเธอพบกับเขาครั้งแรก
เขาทั้งหล่อ น่ารัก เป็นคนสนุกสนาน ช่างพูดและเป็นกันเอง
ทำให้คนที่อยู่รอบข้างมีความสุขได้ตลอดเวลา ไม่ว่าเวลาจะผ่านมากี่ปียังคงเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนไป
ป่านย้ายมาเรียนที่โรงเรียนใหม่ตามคำขอร้องของปอ พี่ชายฝาแฝดของเธอ
เพื่อให้ได้พบกับสิ่งใหม่ ๆ และมีชีวิตที่เป็นชีวิตจริง ๆ ที่เธอควรจะได้พบเจอ
โดยที่ไม่ถูกพ่อและแม่ขีดเส้นและตีกรอบเหมือนกับที่เป็นมา
แต่ว่า....หากไม่มีใครคอยตีกรอบและออกคำสั่งแล้วหากเธอทำอะไรผิดพลาดไป....อีกครั้ง....เธอจะทำอย่างไร
......การเปลี่ยนแปลงของชีวิตครั้งนี้ทำให้เธอรู้สึกสับสน เธอไม่รู้เลยว่าเธอจะต้องพบเจอกับอะไรบ้าง
......ระหว่างที่รอเข้าพบอาจารย์ที่ปรึกษา
ป่านนั่งตรงระเบียงและมองสำรวจสิ่งต่าง ๆ
จนสายตาไปหยุดอยู่ที่นักเรียนชายกลุ่มหนึ่งที่ยืนมุงดูเศษกองวัสดุรูปร่างประหลาดและกำลังตกลงกันในเรื่องอะไรบางอย่าง
แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครยอมใครจนบางคนมีสีหน้าเริ่มไม่พอใจ
“ไอ้พัฒ .....สรุปว่าเอาไง ? ให้น้องๆ นำเสนอแบบมายังวะ?...”
เสียงชายคนหนึ่งพูดขึ้นและเขาเดินเข้ามาสมทบ
“ เฮ้ย นี่มันงานใหญ่เลยนะเว้ย...งานระดับนี้มึงจะเสี่ยงใช้ไอเดียของรุ่นน้องเหรอวะ
? .....ถ้าเกิดมันพลาด เจ๊งขึ้นมาอ่ะ ? ใครจะรับผิดชอบวะ .....” เพื่อนอีกคนแย้ง
“ มึงใจเย็น ๆ ดูแบบ...ดูพรีเซ้นต์ก่อนแล้วค่อยตัดสินดิวะ......ให้น้องมันได้ลองก่อน
...พังก็ลองใหม่....อย่างมากปีนี้ก็ชวดแช้มป์...” เขาพยายามพูดจนเพื่อนในกลุ่มยอมตาม
“เออๆ.. เอาก็เอา แล้วแต่มึง แต่กูเตือนแล้วนะ เดี๋ยวแม่งมาหาว่ากูใจแคบอีก...มา
ใครจะนำเสนอก็เริ่มเลย ....” อีกฝ่ายบ่นกระปอดกระแปดแต่ก็ยอมตาม
หลังจากนั้นดูเหมือนว่าผู้ชายคนนั้นทำให้เหตุการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีต่อทุกฝ่าย
ป่านนั่งมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างสนอกสนใจจนกระทั่งได้เวลาเข้าพบอาจารย์ที่ปรึกษา
เธอจึงเข้าห้องไป แต่เธอยังเก็บเป็นความประทับใจที่ไม่เคยลืม '..ใจเย็นๆ ลองดูก่อน ...ไม่ดีก็ลองใหม่.... ' เธอยิ้มออกมาได้
ณัธและณพัฒ สองหนุ่มเพื่อนซี้เพื่อนเกลอตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายนั่งคุยสัพเพเหระ
ถามไถ่สารทุกข์ และรำลึกความหลังกันอย่างสนุกสนาน แม้ว่าวันเวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน ต่างคนต่างก็ดำเนินชีวิตไปตามทางของตัวเองแต่ทุกครั้งที่กลับมาพบกันความสนิทสนมก็ไม่เคยจางหายไป
"ไม่คิดเลยนะเว้ยว่าจะได้เจอมึงที่นี่..
อย่าบอกนะ ว่ามางานเลี้ยงต้อนรับกู....หรือว่าจริง ๆ แล้วมาม่อสาวประจำอยู่แล้วรึเปล่าวะ
ห่ะ ๆ ๆ " ณัธแซวเพื่อนเกลอขำ ๆ
"เฮ้ย..เอาเรื่องจริงมาพูดทำไมวะ
กูก็มาเรื่อยเปื่อยของกูตามประสาคนโสด แต่ก็รู้แหละน่าว่าวันนี้นัดรวมกลุ่มเลี้ยงต้อนรับเด็กนอก
เป็นถึงว่าที่ด็อกเตอร์นี่หว่า..ก็ต้องมารอต้อนรับสิวะ..."
อีกฝ่ายแซวกลับบ้าง
"เอาเรื่องจริงดิเฮ้ย...มาหาม่อสาวก็บอก
เพราะถ้าจะมากินฟรีในงานเลี้ยงกู ทำไมไม่ไปรวมกลุ่มกับสาว ๆ ทางโน้นวะ..นี่ตั้งแต่สมัยเรียนละนะเว้ย
แม่งทำตัวแปลกแยก อยู่กลุ่มเรียนติวด้วยกันแต่แม่งไม่เคยอยากเข้าใกล้สาว ๆ สี่คนนี้เลย
เว้นไว้แค่เกรซ สาวแซ่บประจำซอย ...เอ้ย....ตอนแรกมีอัญญาอีกคนนี่หว่า...
เห็นนะเว้ยว่าแกสองคนตามติดกันเป็นปาท่องโก๋ แล้ว..ไปไงมาไงวะ หรือว่า ?....."
ณัธฟื้นความจำยืดยาว
"เฮ้ย ๆ พูดมากน่ะ รู้ดีเกินไปละ
...ไม่ได้มีอะไร.... " เขาเบรกความคิดอีกฝ่ายก่อนจะเลยเถิด แต่ณัธก็ไม่ยอมจบง่าย
ๆ
"ไม่อยากจะเชื่อ
แกปล่อยไปได้ไงวะ...สวยด้วยนะเว้ย แถมยังเก่ง..ฉลาด..." ณัธพูดถึงทั้งสี่สาวพลางหันไปมองเห็นป่านมองมาทางเขาทั้งสองคนอยู่พอดีจึงต้องรีบตัดบท
"เอ่อ..ไปนั่งด้วยกันที่โต๊ะดิ จะได้คุยกันต่อ.."
"ไม่อ่ะ...ไปเหอะว่ะ..ไว้ค่อยว่ากัน.."
อีกฝ่ายไม่เล่นด้วย
"อะไรของมึงวะ..บ่นว่าโสดแต่พอชวนไปหาสาว
ๆ ยังแม่งเรื่องเยอะ.." ณัธชักมีอารมณ์
"เออน่า ....มึงรีบๆ
กลับไปโต๊ะเลย แม่งน่ากลัว...ส่งสายตามากดดันขนาดนี้ ไว้ค่อยคุยต่อวันหลัง...."
ณพัฒขับไล่ไสส่ง
"เออๆ ....ตามใจ... เฮ้ย....ดีใจที่เจอนะเว้ย
ไว้ค่อยโทรหา ไปละ....ดี ๆ ล่ะ...." ณัธแซวส่งท้ายก่อนจะเดินกลับมาหาสาว
ๆ ที่โต๊ะ อัญญามองมาทางณัธที่กำลังเดินกลับมา สายตาของเธอเปลี่ยนโฟกัสไปที่บาร์ บังเอิญณพัฒหันกลับไปเจอสาวสวยหุ่นเซ็กซี่ที่เพิ่งเลื่อนเก้าอี้เข้าใกล้เขาและทักทายด้วยรอยยิ้มหวานปานน้ำเชื่อม
เธอเบือนหน้าหนีและกวาดตามองไปรอบ ๆ จนหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มสองคนในชุดสูทสีดำที่มองตรงมาที่เธออยู่
เมื่อทั้งสองคนเห็นเธอมองอยู่จึงโค้งคำนับ หนึ่งในสองคนนั้นผายมือเชิญอย่างสุภาพแต่ดูน่าเกรงขาม
"..เจ้ เดี๋ยวมานะ .." อัญญาหันไปบอกพลอยและลุกเดินออกไปจากโต๊ะ
"..เจ้พลอย.. อัญรู้จักคนพวกนั้นด้วยอ่ะ
ดูดิ..ดูน่ากลัวยังไงไม่รู้ " ป่านมองตามอัญญาไปทันได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ทั้งสงสัยและเป็นห่วงตามประสานางสาวโลกสวย
"ไม่มีอะไรหรอกมั้ง ไม่งั้นมันคงไม่ไปหาเค้าหรอก
อีกอย่าง...ใครจะกล้าทำอะไรมัน น่าจะเป็นพวกนั้นมากกว่านะ ที่ต้องกลัวน่ะ..."
พลอยพูดติดตลก
"อืม...ก็จริงนะ.." ป่านทำหน้าคิดตาม
ญัธเดินกลับมาที่โต๊ะ เขาทรุดนั่งข้าง ๆ ป่าน และหันไปยิ้มให้กับพลอย
"พลอยเป็นไงมั่งครับ สบายดีนะ...แล้ววันนี้ควงใครมา..แฟน..?.."
ป่านเลื่อนมือมาเกาะแขนณัธและมองด้วยสายตาแสดงความอยากรู้ด้วยเหมือนกัน
"ใช่ ๆ ..ใช่คนนี้รึเปล่าอ่ะเจ้..." เธอยิ้มให้ ลุ้นคำตอบเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพลอยกับนายตำรวจหนุ่มที่เพิ่งขอตัวออกไปดูแลความเรียบร้อยด้านนอก
"..เอ่อ.. ก็..เค้าก็ดีนะ..เป็นคนดี...."
พลอยเลี่ยง ณัธทำหน้าสงสัย
"ไม่ได้อยากรู้ว่าดีมั้ย
...อยากรู้ว่าใช่มั้ยต่างหากล่ะ.." ป่านเซ้าซี้ แต่ถูกขัดจังหวะเสียก่อน
"คุยอะไรกันอยู่ครับสาว
ๆ .." สารวัตรภูมิเดินกลับมานั่งลงข้าง ๆ พลอย เธอหันไปส่งยิ้มหวานฉ่ำจนเขาเองเผลอแสดงอาการเขินอย่างช่วยไม่ได้
"เปล่าหรอกครับ ... ป่าน
เดี๋ยวณัธมานะ.." เขาตัดบทและลุกออกไปจากโต๊ะแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
"..อ่าว ไปไหนอีกละ ขอโทษด้วยนะคะ
ณัธก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ ถ้าให้อยู่นิ่ง ๆ ซักห้านาทีคงจะขาดใจตายซะก่อน.." เธอแซวคนรักน้ำเสียงใสๆ
น่ารักเข้าไปอีก
"ไม่เป็นไรฮะ แล้วนี่
อีกสองสาวล่ะครับ ไปไหนแล้ว ...."
"ก็คง..อยู่แถว ๆ นี้แหละค่ะ...อยู่ไม่สุขพอ
ๆ กัน..." พลอยตอบตัดบทยิ้ม ๆ จะให้บอกได้อย่างไรว่าเกรซเพิ่งเดินตามหนุ่มเข้าไปในไพรเวทโซนหลังบู้ทดีเจ
ส่วนอัญญาก็เดินตามชายหนุ่มชุดดำหายเข้าไปในวีไอพีโซนไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดียังไง
ภายในห้องวีไอพี อัญญานั่งเผชิญหน้ากับทากะยาม่าซังบรรยากาศเงียบ เย็น
สงบ ชวนให้เป็นตะคริว
"ผมขอบคุณมากเรื่องที่คุณดูแลการจัดส่งของให้ราบรื่นมาตลอด
ไม่เคยมีปัญหาและเมื่อวานนี้ก็เรียบร้อยดีมาก..." เขาส่งสัญญาณ ลูกน้องวางซองสีขาวลงตรงหน้าเธอ
"ในวันพรุ่งนี้ก็จะมีของที่จัดส่งมาอีกครั้งก็ต้องรบกวนด้วยเช่นกัน"
เขาผายมือส่งสัญญาณให้เธอรับซองนั้นไป
"ขอบคุณมากค่ะ...
" เธอหยิบซองนั้นใส่ลงในกระเป๋า โดยไม่ลืมที่จะกะปริมาณของสิ่งที่อยู่ข้างใน ทุกครั้งที่เธอพบกับทากะยาม่าซัง
เขาจะให้เงินเธอจำนวนหนึ่งนอกจากค่าแรงที่เธอจะได้รับจากไตรอยู่แล้วเสมอ ซึ่งมันเป็นอะไรที่ไม่ปกติ เธอไม่แน่ใจว่าเงินที่เขาให้เธอเป็นเงินที่เธอสมควรได้รับหรือไม่
เขาให้เธอเพื่ออะไร และหากเขาให้เธอจำนวนเงินที่มากขนาดนี้เพื่อตอบแทนที่เธอนำส่งสิ่งของที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษให้เขา
แล้วสิ่งของเหล่านั้นมันคืออะไรกันแน่ ?
ปัง!! มีอะไรบางอย่างกระแทกด้านนอกของประตูห้อง คนติดตามขยับมายืนบังทากะยาม่าซังในท่าเตรียมพร้อมป้องกัน
เธอหันขวับไปทางต้นเสียงด้วยความตื่นกลัว เคนจิซัง หนึ่งในคนติดตามของทากะยาม่าซังดึงให้เธอหลบไปด้านหลังของเขาทันทีเช่นกัน
"เกิดอะไรขึ้น!"
คนติดตามคนหนึ่งตะโกนถามและรีบเดินไปเพื่อรอสัญญาณ เมื่อเคนจิซังส่งสัญญาณให้เปิดประตูจึงเห็นว่ามีชายคนหนึ่งทรุดกองอยู่กับพื้น
เขาพยายามลุกขึ้นนั่งชันหลังพิงฝา อีกด้านหนึ่ง คนติดตามของทากะยาม่าซังเดินเข้าหาและกระชากคอเสื้อเขาให้ลุกขึ้นยืนทำให้เห็นเลือดที่ขอบริมฝีปากของเขา
อัญญาเดินตามเคนจิซังออกไปดูเหตุการณ์ด้วยความตื่นเต้นระคนความหวาดกลัว
แต่พอเห็นหน้าตัวต้นเรื่องก็ต้องอึ้งไป
"ณัธ!!" เธอกระชากแขนชายคนนั้นไว้ "นี่มันอะไรกันคะ !!" ทากะยาม่าซังเดินตามมาด้านหลังส่งสัญญาณให้เขาปล่อยมือจากคอเสื้อ ณัธทำท่าจะทรุดลง เธอรีบปรี่เข้าไปพยุงไว้ เกรซ
พลอยและป่านหันมองตามเสียงผู้คนแตกตื่นจึงเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากอีกฟากหนึ่งและคิดว่าคงกำลังเกิดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาท
ป่านเป็นห่วงรักของเธอจึงพยามแทรกตัวเบียดกับคนที่กำลังมุงดูอยู่เพื่อไปยังแหล่งที่มาของเสียงด้วยความยากลำบาก
"เกิดอะไรขึ้น"
เสียงนิ่งแต่ทรงพลังของทากะยาม่าซังถามขึ้น
"ผู้ชายคนนี้พยายามจะก่อกวนครับ"
ชายชุดดำคนติดตามของทากะยาม่าซังรีบรายงาน
"เพื่อนของชั้นเองค่ะ
เค้าคงจะเมา...อย่าถือสาเลยนะคะ.." อัญญาหน้าซีด ระล่ำระลักแก้ตัวให้เพื่อน
"ไม่ต้องเป็นกังวลไป
แค่เรื่องเข้าใจผิดกันเท่านั้น.." ทากะยาม่าซังตอบเสียงเรียบ หันมองหน้าลูกน้องทั้งสองคน "มีอะไรเสียหายรึเปล่า ถ้าไม่..ก็จบเรื่องไว้เท่านี้
กลับได้แล้ว" ทากะยาม่าซังหันกลับมาโค้งให้กับอัญญาและเดินนำออกไป อัญญารีบโค้งคำนับตามแทบไม่ทัน
รู้สึกเสียวสันหลังกับอาการสงบเยือกเย็นของเขา
ในใจไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่าเรื่องราวจะจบลงง่าย ๆ แบบนี้
"ครับ ทากะยาม่าซัง"
ทั้งสองคนตอบพร้อมกัน คนติดตามทั้งหมดรวมทั้งเคนจิซังรีบเดินตามออกไป สวนทางกับป่านที่กำลังพยายามเดินแทรกกลุ่มคนเข้ามาอย่างลำบากลำบน
"หึๆ ๆ ๆ.." เสียงเค้นหัวเราะของณัธสร้างความเคืองใจให้กับเธอ
ผลั่ก !!
"เป็นบ้าอะไรเนี่ย!" เธอผลักเขาอย่างแรงจนหลังกระแทกฝาและตวาดถามอย่างขัดใจ
"เปล่า ๆ .. ห่ะ ๆ ๆ..
ขอโทษๆ ก็อย่างที่บอก.. แค่เรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อย
ไม่มีอะไร.. " เขาเปลี่ยนสีหน้ายกมือเช็ดเลือดที่มุมปากและยิ้มให้อัญญา เธอทั้งโกรธและหวั่นใจที่ณัธมีปัญหากับลูกค้าคนสำคัญที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของเธอ
"..ณัธ!! เป็นอะไร!!??
เกิดอะไรขึ้นน่ะ....ทำไมเป็นแบบนี้? " ป่านแทรกเข้ามาถึงที่เกิดเหตุจนได้
เธอปรี่เข้ามาประคองคนรักเอาไว้ อัญญาจึงได้แต่นิ่งมองไปรอบๆ จึงเห็นว่า เกรซ พลอย
สารวัตรฐา และพัฒกำลังยืนดูเหตุการณ์จากระยะไกลเช่นกันจึงพยายามข่มอารมณ์และถอยห่างออกมา
"ณัธ! เกิดอะไรขึ้น
.. เป็นอะไรมั้ย ... เแล้วทำไมถึงไปมีเรื่องกับคนพวกนั้นได้อ่ะ?
ว๊าย!!
เลือดออกด้วยอ่ะ...เจ็บมากมั้ย? " เธอหน้าเสียเมื่อเห็นเลือดซึมที่มุมปากของเขา
"ผมไม่เป็นไร...เรื่องเข้าใจผิดน่ะป่าน
ไม่มีอะไรหรอก... นะ" ณัธพูดพลางรีบเช็ดเลือดที่ริมฝีปาก อัญญาหัวเสียกับคำพูดของเขา
"พวกนั้นดูน่ากลัวซะด้วย
ไม่มีอะไรแน่นะ .. ไปทำแผลนะ เดี๋ยวป่านทำแผลให้..นะ" ป่านพยายามพยุงเขาด้วยกำลังเท่าที่มี
"ไม่ต้องหรอก ขอไปล้างหน้าล้างตาหน่อยก็พอ
.. นะครับ ไม่มีอะไรแล้วจริง ๆ ไม่ต้องห่วงนะ.. ป่านกลับไปที่โต๊ะก่อนเถอะ" เขาปฏิเสธ
"ไม่เป็นไร งั้นณัธไปล้างหน้านะ...เดี๋ยวป่านรอณัธตรงนี้ก็ได้
แล้วค่อยไปพร้อมกัน " เธอฝืนยิ้มแต่น้ำตาคลอด้วยความเป็นห่วงที่สุด
"ก็ได้ เดี๋ยวณัธมานะ"
เขายิ้มแววตาอ่อนโยน เธอจึงค่อยใจชื้นขึ้นมาบ้าง
อัญญาแทรกตัวจากเหล่าไทยมุงกลับมาถึงโต๊ะได้ในที่สุด เธอทรุดนั่งลงที่โซฟารู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนที่ไม่สามารถคาดเดาความคิดของทากะยาม่าซังได้
ยิ่งคิดก็ยิ่งหวั่นใจ กลัวว่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นจะสร้างความไม่พอใจให้กับเขาและจะทำให้มีปัญหาตามมา
"มีอะไรกันน่ะ ณัธมันมีเรื่องกับพวกนั้นได้ยังไง
เล่ามาเดี๋ยวนี้ .. " เกรซและพลอยนั่งลงขนาบสองข้าง พลอยดึงแขน เธอเงยหน้าขึ้นมองตามแรงดึงอึ้ง
ๆ เมื่อรู้ตัวว่ากำลังถูกสอบสวน ".. เปล่า.. เรื่องเข้าใจผิดน่ะเจ้ ณัธมันคงไปกวนตีนเค้ามั้ง
" เอาจริง ๆ เธอก็เล่าอะไรได้ไม่มากเพราะไม่ได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้าที่จะเปิดประตูออกมา
"อีณัธเนี่ยนะ? ร้อยวันพันปีชั้นไม่เคยเห็นมันไปกร่างใส่ใครเค้าได้
ป๊อดซะด้วยซ้ำ .. ละลุงแก่ที่มันไปมีเรื่อกับเค้าดูท่าทางใช่ย่อยนะแก๊..มีลูกน้องเดินตามเป็นโขยงและก็..ลูกน้องแต่ละคนนะ
หล่อล่ำ...แซ่บ ๆ ทั้งนั้นเลย.. " เกรซกรุ่มกริ่มตาลอยเม้ามอยตามนิสัย อีกสองสาวนั่งฟังก็เพลียไปตาม
ๆ กัน
"นั่นทากะยาม่าซัง ผู้นำกลุ่มโคริว
กลุ่มการค้าที่ใหญ่ที่สุดของชาวญี่ปุ่นในเมืองไทยเป็นผู้มีอิทธิพลและอยู่เบื้องหลังธุรกิจหลายอย่าง
ไม่ใช่นักธุรกิจมือสะอาดสักเท่าไหร่.." สารวัตรภูมิพูดสำทับขึ้นมา อัญญาได้ฟังแล้วต้องสะอึก
เธอเองรู้ดีอยู่แก่ใจว่าทากะยาม่าซังเป็นคนน่าเกรงขามขนาดที่เสี่ยหยางและไตรต้องให้ความยำเกรงมากเป็นพิเศษ
"ยากุซ่าเหรอคะสารวัตร?!...ว๊าย....
น่ากลัวจังเลยค่ะ.. " เกรซทำหน้าแหยง ๆ
แอบข้ามฝั่งไปซบแขนนายตำรวจหนุ่มรูปงามอย่างรวดเร็ว
"ก็...ทำนองนั้นครับ...
คุณอัญ.. รู้จักทากะยาม่าซังด้วยหรอครับ " สารวัตรภูมิหันมาถามเธอยิ่งทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนหนักเข้าไปอีก
"เอ่อ..." สมองส่วนหน้าของอัญญาทำงานอย่างหนักกับการคิดหาทางออก
"เอ่อ ทุกคนครับ... เดี๋ยวผม...ขอตัวกลับก่อนนะ
.....” ณัธโผล่เข้ามากลางวงเป็นระฆังช่วยไว้พอดิบพอดี “ คือ...พรุ่งนี้ต้องไปกราบหลวงตากับแม่แต่เช้า..
ขอตัวนะครับสารวัตร" ทุกคนมองไปที่เขาด้วยความงงงัน ถ้าไม่นับมุมปากที่มีรอยแดงและเริ่มบวมตุ่ยเพราะเพิ่งถูกชกหน้ามา
อากัปกริยาของณัธไม่ได้บ่งบอกเลยว่าเพิ่งมีเรื่องมาหมาด ๆ
"อะไรอ่ะ.. เพิ่งมาเองนะ
และเนี่ยก็งานเลี้ยงต้อนรับแกนะ แกรีบกลับได้ไงอ่ะ.. ป่าน แกแต่งสวยมาขนาดนี้ อย่ายอมให้กลับนะ..อย่าย๊อม...."
เกรซซึ่งมาถึงเป็นคนแรกแต่งอนหนักกว่าป่านอีกนะ ป่านเหลือบมองณัธ
" ก็.. เดี๋ยวชั้นกลับพร้อมณัธเลยไง.. โอเคตามนี้นะ นะ.." ป่านเกาะแขนณัธแจกยิ้มรอบวงทำหน้าเขิน
ๆ
"โอ้ย.. ขัดใจ"
อีกฝ่ายเผลอสะบัดแขนสารวัตรทิ้งอย่างเสียอารมณ์
"งั้นเดี๋ยว..ชั้นกลับแล้วเหมือนกันนะ
พรุ่งนี้มีงานตอนเช้า .. นะเจ้....? " อัญญาได้จังหวะชิ่งตามแต่ยังแคร์ความรู้สึกของพลอย
"ตามใจ..ชั้นอยากอยู่ต่ออีกซักพัก
นาน ๆ จะได้มาเปิดหูเปิดตา...สารวัตรก็อุตส่าห์ปลีกเวลามาด้วยทั้งที.. นะคะ..."
พลอยอารมณ์ตึง ๆ แต่หันไปยิ้มหวานใส่สารวัตรหนุ่ม
"โอเคเลยเจ้...น่ารักที่สุด
อยู่ก่อน ๆ อย่าเพิ่งไป ใครอยากกลับก็นู่นเลย..ประตู ส่วนชั้น..จะอยู่กับเจ้พลอยเอง...คุณสารวัตรด้วย...เนาะ..."
เกรซกระแซะออดอ้อนเขา อัญญามองอย่างขัดใจอยากเปิดโอกาสให้คู่นั้นอยู่กันสองต่อสอง
"เยอะ!... แกถามเค้าก่อนมั้ยว่าอยากให้อยู่รึเปล่า...เจ้พลอย..
ถ้าไม่อยากให้มันอยู่เกะกะก็บอก เดี๋ยวชั้นกำจัดให้.." อัญญาหมั่นไส้
เกรซเนียนเกาะแขนสารวัตรแน่นเชียว
"อยู่กันเยอะ ๆ สนุกดีครับ
คุณอัญก็ไม่น่ารีบกลับ น่าจะอยู่ต่ออีกสักหน่อย" สารวัตรภูมิตอบแทนพลอย อัญญาหน้าเจื่อน
เกรซยิ้มเยาะอย่างผู้มีชัย
"เอ่อ..ถ้างั้น ผมขอตัวนะครับ
ทุกคน" ณัธตัดบทด้วยน้ำเสียงหนัก ๆ ยังไงพิกลและหันไปโบกไม้โบกมือให้กับณพัฒ
"ไปนะทุกคน...กลับก่อนนะคะสารวัตร"
ป่านล่ำลาทุกคนพลางเอื้อมมือหยิบกระเป๋าและเดินตามออกไป
"ไปนะเจ้..ไปก่อนนะคะสารวัตร..." อัญญารีบตามไปเช่นกัน สารวัตรภูมิมองตามไป
ในมุมมืดใกล้กับประตูทางออก ผู้กองฐานั่งสังเกตการณ์อยู่เงียบ ๆ เป้าหมายแรกของเขากลับไปนานแล้วแต่ยังคงมีอีกหนึ่งคนที่ต้องติดตามก็คือ
อัญญา หญิงสาวคนสนิทของไตรที่เสี่ยหยางดูจะไว้วางใจเธอมากเป็นพิเศษ ที่สำคัญ...เธอสามารถเข้านอกออกในบ้านของทากะยาม่าซังได้อย่างง่ายดายอีกด้วย
ผู้หญิงคนนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ เขาจึงจับตาดูเธออย่างใกล้ชิด เมื่อเป้าหมายเดินออกจากประตูผับเขาจึงรีบกระดกเครื่องดื่มจนหมดแก้วแล้วรีบเดินตามออกไปทันที
ที่ลานด้านหน้าผับ
"แก..เจอกันที่ห้องนะ.."
อัญญาหันไปบอกเพื่อนน้ำเสียงเรียบ
"อ้าว..อัญไม่กลับด้วยกันเหรอ...."
ณัธรีบถาม ป่านก็ทำหน้างง
"ไม่ล่ะ ..คือ... เดี๋ยวเราต้อง..." เธอกำลังคิดหาคำตอบแต่เสียงโทรศัพท์ของณัธดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
"เฮลโหล ครับ.. ครับ..
" เขาหันไปทางป่าน " ณัธขอตัวคุยโทรศัพท์แป๊บนะ "
"โอเค.." ป่านยิ้มให้เขินสายตาอบอุ่นที่เขามองมามันทำทุกสิ่งในโลกดูเป็นสีชมพูไปซะหมด
"แก.... เดี๋ยวชั้นกลับเองดีกว่า
แกสองคนเพิ่งได้เจอกัน คงมีอะไรต้องคุยกันเยอะ.... ใช่ป่ะ" อัญญาจ้องหน้าป่านยิ้ม ๆ
"..บ้า..แกอ่ะ.. จะกลับเองจริง
ๆ เหรอ .." ป่านเขินหนักไปอีกแต่ยังห่วงเพื่อน
"อืม..ก็จริงดิ ...บอกณัธละกันว่าชั้นต้องไปธุระต่อนะ..ไปล่ะ
." เธอเดินเลี่ยงไป ก่อนที่ณัธจะเดินกลับมา
".. ป่าน....อ้าว อัญไปไหนแล้วล่ะ"
"..อัญต้องไปทำธุระต่อน่ะ
เลยขอแยกไปเมื่อกี้ ...กลับกันยังคะ.." ป่านตอบตามสคริปต์และถามกลับ
มโนตามคำพูดของอัญญาแล้วอดเขินไม่ได้
เมื่อเปิดทางให้คู่รักทั้งสองคนได้มีเวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสองเรียบร้อยแล้ว
อัญญาเดินทอดน่องเรื่อยเปื่อยปล่อยความคิดล่องลอยมาตามทางเดินหน้าผับแสงไฟส่องลอดเงาไม้สลัวดูก้ำกึ่งระหว่างความรู้สึกโรแมนติกกับความเหงา
แต่ก็กลายเป็นความตกใจสุดขีดเมื่อปรากฏร่างชายคนหนึ่งโผล่พรวดออกมาจากมุมกำแพง
"เหี้ยๆๆๆ!! อัญญากระโดดเหยงๆ
อุทานภาษาดอกไม้ปล่อยสัตว์เลี้ยงประจำตัวหล่นเลื้อยเกลื่อนถนนด้วยความตกใจ "เฮ้ย!... โธ่ เล่นบ้าอะไรเนี่ย!!?....นึกว่า....
" เธอลดการ์ดลงเมื่อเห็นชัด ๆ ว่าที่แท้ก็คือคู่ปรับเก่าของเธอเอง
ไม่ได้เจอกันเสียนาน ดูแก่ไปเยอะเชียว
"นึกว่าอะไร!.. นี่คนเว้ย
ไม่ใช่ตัวกินไก่..." เขาชักสีหน้าไม่พอใจ แต่ก็ข่มอารมณ์ทำหน้าขึงขัง พูดเข้าประเด็น "ช่างเหอะ.. ฉันมาฟังคำตอบ ตัดสินใจได้รึยัง?"
"เรื่องอะไร ??" น้ำเสียงแสดงความรำคาญอย่างเปิดเผย
"อ๋อ.. เรื่องที่ผู้กองเพ้อเจ้อมโนเอาเองว่าชั้นเป็นเอเย่นและจะให้ชั้นเป็นสายให้น่ะเหรอ..เฮ้ย
เอาจริงๆ ....นี่หลายปีแล้วนะ ยังไม่เลิกเพี้ยนอีกเหรอผู้กอง น่าจะไปเช็คประสาทบ้างนะ"
คำพูดไม่มีความยำเกรงในยศศักดิ์ของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย
"..ความจำดีมากเด็กน้อย
ถ้าชั้นมโนไปเอง แล้วเรื่องในผับเมื่อกี้มันคืออะไร ดูเธอจะมีความสัมพันธ์อันดีกับยากุซ่าชาวญี่ปุ่นคนนั้น.....แต่มันดูจะไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่คนอย่างเธอจะไปรู้จักมักจี่กับคนระดับนั้น..ว่ามั้ย?" น้ำเสียงและท่าทียียวนแสดงถึงความเชื่อมั่นว่าเบาะแสที่เขาได้มามันไม่มีทางผิดพลาดและการวิเคราะห์ของเขานั้นถูกต้องอย่างแน่นอนที่สุด
"...เอ่อ.. อ๋อ นั่นน่ะเหรอ
นึกว่าอะไร ..โธ่ ผู้กอง..คนเราก็ต้องมีคนรู้จักกันบ้าง มีกฎหมายหรือข้อห้ามข้อไหนห้ามไว้ไม่ทราบ..จะรู้จักหรือไม่รู้จักใครก็ไม่ได้ผิดกฎหมายซะหน่อย
ผู้กองเลิกตามตอแยชั้นได้ละ และก็เลิกมโนคิดเองเออเองซะที..บ้าไปแล้ว!.. เพี้ยนกว่านี้มีอีกมั้ย
ถ้าจะมโนเก่งแบบนี้ ชั้นว่า..ไม่ต้องเป็นหรอกตำรวจน่ะ ไปเป็นคนเขียนนิยายดีกว่า....
" อัญญาตอกกลับน้ำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจกลบเกลื่อน
"ห่ะ ๆ ๆ ๆ
..." เขาหัวเราะเยาะกับความพยายามหาทางรอดของเธอ เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ก้มหน้ามองพื้นถนนและจบด้วยท่ายืนสุดเท่
"สิ่งที่เธอทำอยู่ อย่าคิดว่าจะมีแต่ฟ้าดินเท่านั้นที่รู้ ถ้าเธอยังปฏิเสธอยู่อีก
เธอจะเดือดร้อน รู้ตัวรึเปล่า และถ้าฉันหาหลักฐานได้เมื่อไหร่ละก็...เธอ!...เดื.."
เขาหันกลับมาชี้นิ้วมาทางอัญญาที่ตอนนี้เหลือเพียงความว่างเปล่า "อ่ะ..อ้าว...
ไปไหนแล้วละ....ปัดโธ่โว้ย... นี่แกกล้าดียังไง ทำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแบบนี้ได้ยังไง
ห๊ะ!!!" เขาโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่อีกฝ่ายชิ่งหนีไปได้พาลโวยวายเสียงดังจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องรีบเดินหนีให้ห่าง
อัญญาฉวยโอกาสที่ผู้กองภูมิหันหลังให้ รีบวิ่งหนีออกมาและเลี้ยวหลบมุมไปอีกทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว
"เกือบไปแล้ว.. ชาติที่แล้วเป็นปลิงรึไง
เกาะติดหนึบอยู่ได้..หรือเป็นลูกผสมปลิงกับตุ๊กแกห๊ะ?!! แล้วพ่อเป็นไก่รึไง
?..ตามจิกอยู่ได้...วุ้ย...!..." เธอกึ่งเดินกึ่งวิ่ง จ้ำพรวด ๆ หนีไปบ่นไป "เหี้ยๆๆ!.."
เสียงโทรศัพท์สั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกง "ตกใจหมดเลย.ใครโทรมาอีกอ่ะ...?...เฮลโหล
อ่ะ.. ป่าน.. มีไร อ๋อ...อยู่หน้าผับเนี่ยแหละ ยังไม่ได้ไปไหน ทำไมหรอ.. อ้าว.. อ๋อ
อืม..ได้.. เอาดิ..."
เสียงเพลงเปิดกล่อมเบา ๆ ระหว่างทาง
ป่านและอัญญานั่งเงียบอยู่ในรถแท็กซี่มุ่งหน้าสู่ห้องพัก ทั้งสองเหม่อมองออกไปด้านนอกและพากันถอนหายใจพร้อมกัน
ทั้งคู่จึงรู้สึกตัวและหันมามองหน้าอีกฝ่ายแววตาของอัญญากำลังรอคำตอบของอีกฝ่าย
"ณัธเค้าต้องรีบไปรับแม่กับน้องนุชน่ะ
เห็นว่าไปทานข้าวกันและขี้เกียจให้คนรถที่บ้านไปรับ .." ป่านเปิดปากไขข้อข้องใจให้เพื่อน
ทำให้นึกถึงบทสนทนาระหว่างเธอและเขา
"..ป่าน.. พรุ่งนี้เราเจอกันหน่อยได้มั้ย
คือ..ณัธมีเรื่องจะจะคุยด้วย.. " ชายหนุ่มมองหน้าเธอแววตาจริงจัง
"...มีอะไร..... คุยตอนนี้เลยก็ได้
แล้ว.....ทำไมต้องหน้าตาจริงจังขนาดนั้นด้วย " ป่านยิ้มให้เขาหน้าระรื่นใส ๆ
แบ๊ว ๆ เพิ่มปริมาณเกล็ดน้ำตาลสีชมพูที่ฟุ้งกระจายอยู่รอบตัวให้เพิ่มมากขึ้นเรื่อย
ๆ
"คือ เดี๋ยวณัธต้องรีบไปรับแม่กับน้องนุช
..เอ่อ..ขอโทษนะ ณัธคงไปส่งไม่ได้แล้ว.. ไม่โกรธใช่มั้ยครับ..." เขาก้มหน้า
หรี่ตา เสียงปลายประโยคแผ่วเบา กลัวหญิงสาวจะโกรธ
"...."
ป่านเองก็ชะงักไปเหมือนกันแต่ก็..
"..ไม่โกรธหรอก.. ณัธไปรับน้องกับแม่ ไม่ได้ไปรับสาวที่ไหนซักหน่อย " เธอจะโกรธคนที่เธอรักได้อย่างไรกัน
เธอปรับอารมณ์เป็นปกติและยิ้มให้
"ขอบคุณมากนะครับคนดี......งั้นพรุ่งนี้
เราไปเจอกันที่เดิมนะ...." ณัธสีหน้าดีขึ้น
เขายิ้มกว้างดึงตัวเธอมากอดด้วยความโล่งใจ ป่านอยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วยความรู้สึกเป็นสุขอย่างสุดหัวใจ
ตอนที่เขาดึงเธอเข้าไปกอดแบบนั้นมันทำให้เธอมีความสุขมากจนไม่สามารถหาคำไหนมาอธิบายได้เลย
ป่านนึกถึงช่วงเวลานั้นซ้ำๆ รอยยิ้มเล็กบางๆ เกิดขึ้นบนใบหน้าของเธอ แต่ด้วยแสงไฟข้างทางไม่สว่างมากพอ
อัญญาจึงไม่สามารถสังเกตเห็นพวงแก้มที่เปลี่ยนเป็นสีชมพูเรื่อ ๆ ทำให้เป็นห่วงกลัวว่าป่านจะกำลังรู้สึกน้อยใจคนรักของเธออยู่
"แล้ว..พรุ่งนี้นัดเจอกัน
งี้เหรอ ? " อัญญาหันมาจ้องหน้าป่านและถามย้ำคำพูดอีกครั้งด้วยน้ำเสียงกระเซ้าเล็ก
ๆ อยากช่วยเปลี่ยนให้บรรยากาศดีขึ้น
"อืม.. บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย
... นัดเจอร้านที่เราเดทกันครั้งแรกด้วยนะแก.... สีหน้าตอนขอนัดก็ดูจริงจังมากด้วย.......
จะมีอะไรป่าวอ่ะแก?"
ป่านไล่เรียงรูปการแล้วเริ่มมีความรู้สึกสับสนระคนตื่นเต้น
"มีอะไรดีอ่ะ..? ..อืม...ไม่รู้ดิ
จะให้มีอะไร ...เอ้ย!....หรือว่า..?!!!" อัญญาอุทานกับความคิดของตัวเอง
"อร๊าย...บ้า ๆ ๆ ๆ บ้าหรอแก .. " ป่านกรี๊ดลั่น
มือไม้ป่ายเปะปะตีเพื่อนด้วยความขวยเขิน
แท็กซี่เลี้ยวมาจอดที่หน้าตึก "คุณครับ!" พนักงานตะโกนเสียงเข้ม
ทั้งสองคนจึงได้รู้ตัว "ถึงแล้วครับ"
"อ่ะ..ค่ะ ...นี่ค่ะ
ไม่ต้องทอนนะคะ " อัญญารับควักเงินจ่ายค่าโดยสารและบุ้ยใบ้ขอโทษที่ป่านโหวกเหวกโวยวาย
หลังจากที่ทั้งสองคนลงจากรถมาแล้วป่านยังมีอาการเขินอายเดินม้วนต้วนไปตามทางเดินและขึ้นบันไดไปยังห้องที่อยู่ชั้นสองของตึกด้วยอาการลอยๆ
เบลอๆ บอกไม่ถูก ในขณะที่อัญญาทำหน้างง ๆ "อะไรของมัน .. กรี๊ดซะลั่น แถมยังมาตีเอา
ๆ อะไรอ่ะ....เป่นไร๊... นี่ยังพูดไม่จบเรยนิ ...อัลไล..??.." อัญญาบ่นสำเนียงใต้เดินตามเข้าห้องไปแบบงงๆ
No comments:
Post a Comment