Chapter 4.
Quote 4 : “ บางครั้ง.....เวลาก็ไม่ช่วยอะไร...... “
อัญญานอนซังกะตายอยู่บนโซฟาตัวเดิม เธอถอนหายใจยาวๆ
ลึก ๆ ข้างในรู้สึกเหงาอย่างบอกไม่ถูก ตลอดเวลาหลายปีที่เธอได้เห็นป่านเฝ้ารอคอยผู้ชายที่เธอรักอย่างใจจดใจจ่อเฝ้ารอวันที่เขาจะกลับมาหา
มีทั้งวันที่เธอดูซึมเซาเพราะความท้อใจและผิดหวังกับการรอคอย หรือวันที่หน้าตาเธอสดใสดูมีความสุขจากการเห็นหน้าและพูดคุยกับเขาเพียงไม่กี่นาที
ไม่อยากจะเชื่อว่าผู้หญิงบอบบางอย่างป่านจะสามารถใช้ชีวิตอยู่กับความไม่แน่นอนและการรอคอยอย่างไม่มีจุดหมายมาได้นานขนาดนี้.......แต่นับจากนี้ไปการรอคอยคงสิ้นสุดลงเสียที ' ต่อไปนี้คงมีแต่ความสุขแล้วสินะ......' อัญญาเค้นหัวเราะเมื่อนึกถึงชีวิตของตัวเอง
เธอเงยหน้ามองดูนาฬิกาได้เวลาที่ต้องไปพบไตรเพื่อรับงานแล้วเหมือนกัน
ในห้องทำงานของไตร อัญญานั่งรอคำสั่งใบหน้านิ่งไร้อารมณ์และความรู้สึก
ไตรเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับอาทิตย์ เขาเดินมานั่งพร้อมกับที่ลูกน้องของเขาวางถุงกระดาษลงบนโต๊ะ
" วันนี้จะมีการรวมตัวของสมาชิกสมาคมนักธุรกิจอาวุโสชาวญี่ปุ่นที่ตกลงร่วมทุนในโปรเจคใหม่ที่บ้านของทากะยาม่าซัง
เขาต้องการให้ทางเราเข้าร่วมรับประทานอาหารด้วย เพื่อที่จะได้แนะนำให้รู้จักกับสมาชิกใหม่และเราจะได้มีโอกาสนำเสนอบริการของเราให้กับสมาชิกใหม่ของสมาคม...
อัญรีบไปเปลี่ยนชุดและแต่งตัวให้เรียบร้อย ผมให้คนเตรียมไว้ให้แล้ว มีเวลาสิบห้านาที....."
เขาบอกรายละเอียดงานด่วนที่จะต้องทำในวันนี้โดยไม่ได้เงยหน้ามองดูเธอเหมือนทุกครั้ง
"....ค่ะ" เธอรับคำและหยิบถุงกระดาษเดินออกไปอย่างรู้งาน
พยายามผ่อนลมหายใจเก็บความตื่นเต้นเอาไว้ ไตรเงยหน้าจากกองเอกสารมองตามเธอไป เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
ไม่กี่นาทีต่อมา เธอกลับเข้ามาในห้องทำงานของไตรด้วยชุดกระโปรงยาวคลุมเข่าสีฟ้าอ่อน
แต่งหน้าบาง ๆ จัดผมดูเรียบร้อย สวย และมีออร่า ต่างกับเด็กสาวมาดเซอร์ที่เพิ่งเดินออกจากห้องนี้ไปเมื่อสิบห้านาทีก่อนอย่างสิ้นเชิง
ไตรมองดูเธอด้วยความชื่นชม อัญญาเป็นคนฉลาดมีไหวพริบดี สามารถเข้าใจงานได้เร็ว
และยังสวยมากอีกด้วย
อาทิตย์เข้ามารายงานว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว " ไปกันได้แล้ว..." ไตรหยิบกล่องเล็ก ๆ
กล่องหนึ่งออกมาจากลิ้นชักและเดินนำออกไป โดยมีอาทิตย์และเธอเดินตามไป
ที่ล๊อบบี้โรงแรมห้าดาวกลางใจเมือง เกรซนำทีมผู้ประสานงานเข้ามาเช็คอินและแจ้งกำหนดการประชุมเพื่อชี้แจงขั้นตอนการเตรียมงานครั้งแรกในวันพรุ่งนี้พร้อมทั้งจัดรถและคนขับ
stand-by อยู่ที่นี่เพื่อคอยบริการทีมงานตลอด
24 ชั่วโมง เมื่อจัดการทุกอย่างได้ลงตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาทำธุระส่วนตัวของเธอบ้าง
เธอเดินมานั่งที่โซนกาแฟภายในห้องโถงชั้นล่างของโรงแรมมองดูโทรศัพท์ในมืออย่างชั่งใจ
นึกถึงคำพูดของโยชิแล้วหัวใจเต้นโครมคราม ใบหน้าร้อนวูบขึ้นมาทันที
'ตกลงว่าเย็นนี้เกรซมีนัดกับผมแล้วนะ.....งั้นผมไม่กวนละครับ
เสร็จงานแล้วโทรหานะ แล้วเดี๋ยวผมไปรับ..นะครับ ? ' เธอกำโทรศัพท์แน่น ไม่เคยรู้สึกกระวนกระวายใจเพราะใครแบบนี้มาก่อน
แม้ว่าเพิ่งจะได้พบกับเขาเพียงครั้งเดียวแต่กลับทำให้ใจหวั่นไหวได้ถึงเพียงนี้ แต่ว่า....ผู้ชายทางทางเจ้าชู้แบบนั้น
เขาอาจจะเห็นผู้หญิงอย่างเธอเป็นเพียงของเล่นแค่นั้นเองก็ได้ ' แล้วถ้าเค้าคิดแบบนั้นจริง ๆ ...... ?' ที่ผ่านมาผู้ชายคนไหนบ้างที่ไม่คิด....เพียงแต่เธอไม่แคร์
แต่กับคนนี้ เธอแคร์...มากซะด้วย....เกรซคิดถึงตอนนี้แล้วทำเอาจิตตกถึงขั้นเสียจริตกับการตัดสินใจของตัวเอง
".....เอาไงดีอ่ะ..........."
โยชินอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาภายในห้องเช่าขนาดกะทัดรัดซึ่งถูกตกแต่งด้วยอุปกรณ์และข้าวของเครื่องใช้ราคาแพงอย่างครบครัน
เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องจนไปหยุดอยู่ที่หน้าสวย ๆ ของเจ้าของห้อง แพทตี้กำลังง่วนอยู่กับการชงชาและเตรียมของว่างให้เขาอยู่ที่เคาน์เตอร์เขามองดูความตั้งอกตั้งใจของเธอแล้วต้องยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู
"ตอนนั้นแพทขอย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่เพราะว่าใกล้มหา'ลัย แต่ตอนนี้แพทเรียนจบ
มีงานทำ เงินเดือนก็ไม่ใช่น้อย ๆ ...ไม่คิดจะย้ายไปอยู่ที่ที่มัน...." เขาหยุดคำพูดไว้เพียงเท่านี้
แพทตี้วางช้อนในมือลงบนถาด เงยหน้าขึ้นมองเพียงแค่แว๊บเดียวโดยที่ไม่ได้พูดอะไร
เธอรู้ดีว่าโยชิกำลังคิดอะไรอยู่
"หึๆๆ... ยังหัวดื้อไม่เปลี่ยนเลยนะ คุณหนูแพทตี้ " เขาหัวเราะออกมา รับรู้คำตอบได้จากอาการของเธอ
แพทตี้ยกถาดน้ำชาและขนมมาวางที่โต๊ะและนั่งลง
" โยก็รู้อยู่แล้ว ยังจะมาพูดอีก...แล้วนี่ ป่านนี้ละ...ทำไมยังเงียบอยู่อีกอ่ะ...? ได้เรื่องจริง ๆ
รึเปล่าเนี่ย......"
"ใจร้อนจังน๊า คนเรา" เขาขยับลุกขึ้นนั่งยกถ้วยชาขึ้นจิบท่าทางสบายอารมณ์ต่างกับแพทตี้ที่กำลังกระวนกระวายใจ
เมื่อสิบปีก่อน ในงานเลี้ยงครบรอบวันเกิดของคุณหนูแพทตี้ ลูกสาวคนเดียวของเจ้าของธุรกิจนำเข้าอะไหล่รถยนต์ยี่ห้อดัง
"แพทตี้... หนูรู้ใช่มั้ยลูก ว่าคุณพ่อกับพ่อของณพัฒคุยกันเอาไว้แล้ว
เรื่องการหมั้นหมายของณพัฒกับลูกหลังจากที่ทั้งสองคนอายุครบยี่สิบปี วันนี้ลูกควรที่จะรับรู้เรื่องนี้เอาไว้และแม่ก็เชื่อว่าหนูเข้าใจและจะทำตัวให้ดีจนกว่าจะถึงวันนั้นเพื่อคุณพ่อ
ใช่มั้ยลูก...?
" แม่ของแพทตี้เอามือลูบผมลูกสาวเบา ๆ เธอตัดสินใจบอกเรื่องการหมั้นหมายเพื่อให้ลูกสาวคนเดียวของครอบครัวได้รับรู้เสียแต่เนิ่น
ๆ เพื่อที่เธอจะได้ทำตัวให้ดีพร้อมไม่ออกนอกลู่นอกทางจนกว่าจะถึงวันแต่งงาน
เธอได้ทราบเรื่องการหมั้นหมายระหว่างเธอและณพัฒ ลูกชายคนเดียวของคุณลุงปราณพงศ์
เพื่อนสนิทของพ่อของเธอ ซึ่งแพทตี้ก็ยินดีที่จะทำตามความประสงค์ของผู้ใหญ่ตามที่เห็นว่าเหมาะสม
การที่ฐานะของทั้งสองครอบครัวเกื้อหนุนกันได้ก็ยิ่งทำให้เธอกับเขาเหมาะสมกันในทุกด้าน
แต่เรื่องราวกลับไม่เป็นอย่างที่เธอฝันไว้เมื่อณพัฒรู้เรื่องนี้เข้าโดยบังเอิญและปฏิเสธที่จะทำตามความต้องการของผู้ใหญ่
"พ่อทำแบบนี้ทำไม!! ผมจะไม่ทำอะไรทั้งนั้น!!!
ได้ยินมั้ยฮะ!!! " ที่โต๊ะอาหารภายในงานเลี้ยง
ณพัฒตะโกนใส่หน้าครอบครัวของแพตตี้และพ่อแม่ของเขาเองท่ามกลางแขกเหรื่อที่มาร่วมงานอย่างไม่เกรงหน้าใคร
การถูกปฏิเสธต่อหน้าผู้คนมากมายทำให้เด็กสาวเสียใจและอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน
โยชิ เด็กชายลูกครึ่งญี่ปุ่นที่เป็นทั้งเพื่อนและพี่ชายคอยปกป้องเธอมาตลอดเป็นเพียงคนเดียวที่คอยปลอบใจและคอยเป็นกำลังใจจนเธอรู้สึกดีขึ้นมาได้
แต่ด้วยความที่แพทตี้เป็นเด็กสาวที่เติบโตมาอย่างเพียบพร้อม ครอบครัวเธอร่ำรวยมั่งคั่ง
เธอสวย น่ารัก กริยามารยาทดี เรียนเก่ง เป็นที่โปรดปรานของครูอาจารย์ทุกคน การถูกปฏิเสธจากณพัฒจึงได้สร้างบาดแผลลึกที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิตของเธอ
และนับวัน ความรู้สึกระหว่างเธอกับณพัฒก็ยิ่งเลวร้ายลงไป เพราะในขณะที่เธอได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นคนที่มีพร้อมทุกอย่าง
แต่สิ่งที่เธอมีกลับไม่สามารถทำให้ณพัฒหันมาสนใจเธอได้เลยแม้แต่น้อย เขาเห็นเธอเป็นเหมือนคนแปลกหน้าที่ไม่เคยอยู่ในสายตาจึงยิ่งตอกย้ำรอยแผลลึกในหัวใจที่เธอต้องเก็บซ่อนเอาไว้ตลอดมา
..... สำหรับเธอแล้วการใช้ชีวิตอยู่ในรั้วโรงเรียนเดียวกันกับคนที่ไม่เคยมีเธออยู่ในสายตามันช่างเป็นเรื่องที่แสนทรมาน
แพทตี้เก็บซ่อนความรู้สึกนี้เอาไว้และต้องทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอไม่เคยปริปากบอกให้ใครได้รู้ มีเพียงแต่โยชิเท่านั้นที่คอยรับรู้รับฟังทุกเรื่องราวความเจ็บปวดที่เธอต้องเผชิญ
แม้ในช่วงเวลาที่เขาต้องเดินทางไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลาหลายปีเขายังคอยดูแลส่งคำปลอบโยนที่แสนอบอุ่นมาจากแดนไกลให้เธอหายเศร้าได้เสมอ ตามคำสัญญาที่เคยบอกกับเธอว่าเขาจะเป็นซามุไรที่คอยปกป้องเจ้าหญิงตลอดไป
ไม่สำคัญว่าระยะทางระหว่างเขาและเธอจะไกลแสนไกลเพียงไหนโยชิยังรักษาสัญญาที่ให้ไว้ตลอดมา.....
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีสิ่งไหนสามารถรักษาบาดแผลที่อยู่ในใจของเธอได้
3 ปีต่อมา..........
"ต๊าย!! พวกเราดูนั่นดิ... นั่นเด็กนักเรียนที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่นี่นา....
กล้าเนอะ"
"ได้ใกล้ชิดหนุ่ม ๆ TS ด้วยอ่ะ ... อิจฉาจัง...."
"แบบนี้ ไม่กล้าพอ....ทำไม่ได้นะจ๊ะ...."
เสียงกรี๊ดกร๊าด วิจารณ์ กระแนะกระแหนของกลุ่มนักเรียนหญิงโต๊ะข้าง ๆ ทำให้คนที่ได้ยินต้องพากันหันมองดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น
"อุ๊ยตาย....! " มอลลี่ยกมือทาบอก
" เด็กนักเรียนใหม่เหรอนั่นน่ะ ... ขนาดเรา ๆ ยังไม่มีใครกล้า .... แม้แต่เด็กทีมเชียร์ยังไม่กล้าทำขนาดนั้นเลย..ต๊าย!
พัลวัน..." เธอเม้าเด็กใหม่อย่างเอาจริงเอาจัง
"...เค้าเป็นสมาชิกใหม่ของ GN น่ะ.. วันก่อนอาจารย์เพิ่งพาไปแนะนำตัว"
แพทตี้ช่วยให้รายละเอียดน้ำเสียงเรียบ
"หน้าตาแบบนี้อยู่ GN ได้ด้วยหรอ...เพราะเป็นเด็กกลุ่ม GN ก็เลยเข้าไปใกล้ชิด คลุกวงในหนุ่ม ๆ ได้ งี้เหรอ...
ถึงจะมี GN อย่างณพัฒรวมอยู่ด้วยก็เหอะ...
ไม่เม็คเซ้นส์เลย..." เมย์ร่วมวงเม้าท์อย่างสนุกปาก
"ดูเหมือนว่าพวกนั้นก็จะชอบใจซะด้วยสิ
...." แก้วนั่งสังเกตอาการของหนุ่ม ๆ แล้วอดอิจฉาไม่ได้
"ก็ผู้ชายนี่น๊า ....ของแบบนี้เป็นใคร ๆ ก็ชอบทั้งนั้นแหละ..."
ตบท้ายด้วยคำพูดกระแนะกระแหนของมอลลี่เมื่อเห็นเด็กใหม่นั่งลงข้าง ๆ ณพัฒและพูดคุยหยอกล้อกันดูสนิทสนมจนเกินงาม แพทตี้ต้องทนเห็นภาพบาดใจต้องแกล้งทำเหมือนไม่รู้สึกอะไร
ในระยะหลัง ข่าวลือระหว่างณพัฒกับเด็กนักเรียนหญิงมีมากขึ้นเรื่อย
ๆ โดยเฉพาะข่าวลือระหว่างเขากับเด็กใหม่ใจกล้าสมาชิกกลุ่ม GN ที่ชื่อเกรซคนนั้นมันทำให้เธอว้าวุ่นใจ
เหมือนสวรรค์จงใจแกล้งตอกย้ำให้เธอเจ็บปวด ทั้งคำซุบซิบนินทาและไหนจะอีกหลายต่อหลายครั้งที่ได้เห็นเองโดยไม่ได้ตั้งใจ ' .....ที่พัฒไม่เคยมองเรา เพราะ...พอใจ...ผู้หญิงแบบนั้นเหรอ....' แพทตี้น้ำตารื้น ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งเสียใจแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้
ในงานเลี้ยงกลุ่มนักธุรกิจนำเข้าที่จัดขึ้นที่ห้องวีไอพีสุดหรูของผับเฮียเคี้ยง
แพทตี้ตื่นเต้นและประหม่าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนหลังจากที่รู้ว่าในงานคืนนี้ณพัฒจะมาทำหน้าที่ดูแลเธอและเพื่อนๆ
ของเธอตลอดงาน เธอยิ้มอย่างพอใจเมื่อรู้ว่าเขาไม่สามารถขัดคำสั่งของผู้ใหญ่ได้
'.....ยังไงซะ พัฒก็ต้องทำตามคำสั่งของคุณลุงสินะ......' ที่ผ่านมา เธอยังแอบมีความหวังและนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เธอจะมีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดกับเขาอีกครั้ง
เขาคือคนที่สร้างบาดแผลไว้ในใจของเธอและตอนนี้ก็เป็นคนที่ทำให้เธอเกือบจะลืมความเจ็บปวดที่เคยมี ....... ณพัฒนั่งร่วมโต๊ะเดียวกันกับเธอและคอยทำหน้าที่ดูแลเธอเป็นอย่างดีราวกับเป็นคนละคนแถมยังทำตัวน่ารัก
น่าหลงใหลซะเหลือเกิน เขาทำให้เธอรู้สึกว่าเป็นคนพิเศษของเขายิ่งทำให้เธอหลงรักเขามากขึ้น
แพทตี้มีความสุขมากที่ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวดูสวยงามราวกับว่าอยู่ในห้วงของความฝันและเผลอคิดไปเองว่าความรู้สึกของเขาอาจจะเปลี่ยนไปแล้วก็ได้
เธอจึงหาโอกาสอยู่ใกล้เขาตามลำพังและพยายามรวบรวมความกล้าเอ่ยปากขอบคุณเขาที่คอยดูแลเธอในคืนนี้
"...เอ่อ คือ.. แพท..ขอบคุณพัฒมากนะ.. สำหรับคืนนี้..ที่...ดูแลแพท..และเพื่อน
ๆ อย่างดี ....." เธอพูดออกไปทั้งที่ตื่นเต้นจนแทบจะลืมหายใจ แต่คำพูดของเขาก็ทำให้เธอตื่นจากความฝัน
" ไม่เป็นไร..
ผมแค่ทำตามหน้าที่ คืนนี้ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อสั่ง ผมก็คงไม่มา...งานแบบนี้ผมไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่
ขอตัวนะ...." เขามองหน้าเธอเพียงแค่เสี้ยววินาทีและเดินเลี่ยงออกไป
แพทตี้หน้าชา บาดแผลในใจถูกกรีดซ้ำอีกครั้ง ทุกสิ่งที่เธอเห็นมันเป็นแค่เรื่องหลอกลวงเท่านั้น
หลังจากออกจากงานเลี้ยง มอลลี่ แก้ว และเมย์ ต่างคะยั้นคะยอขอตามแพทตี้กลับมาปาร์ตี้ต่อที่ห้อง
เธอเองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร อย่างน้อยการมีเพื่อนอยู่ด้วยอีกซักพักอาจจะช่วยให้เธอลืมความเจ็บปวดได้เร็วขึ้น
สาวๆ ทั้งหมดจึงมุ่งหน้าไปยังอพาร์ทเม้นต์ของเธออย่างพร้อมเพรียง เพื่อนสาวทั้งสามนางพากันเดินนำทัพมาตามทางเดินเพื่อขึ้นลิฟท์ไปยังห้องของแพทตี้บนชั้น
3 ของอาคาร
ปล่อยให้เจ้าของห้องที่กำลังคุยโทรศัพท์ตามขึ้นไปทีหลัง
"แพทตี้อยู่ที่นี่เหรอ
เป็นไปได้ไงอ่ะ .....ออกจะคุณหนูซะขนาดนั้น ชั้นนึกว่าคอนโดนางจะเว่อร์วังกว่านี้ซะอีก....."
แก้วเดินพลางคอมเม้นท์ตามประสาลูกสาวตระกูลผู้ดีเก่า
"นี่!... พูดแบบนี้กลับไปเลยดีกว่าป่ะ เรื่องเยอะนะ
วันหลังแกก็พาพวกชั้นไปเที่ยววังเจ้าคุณพ่อบ้างสิยะ ชั้นอยากเห็นว่าความอลังการสมฐานะน่ะ
มันเป็นยังไง...." มอลลี่ลอยหน้าประชดประชัน ลูกสาวเจ้าพ่อค้าอย่างเธอไม่ปลื้มพวกถือยศถือศักดิ์ซักเท่าไหร่
"ชั้นก็แค่.....ใครจะคิดว่าคุณหนูอย่างแพทตี้
จะอยู่อพาร์ทเม้นท์ไซส์มินิแบบนี้..." แก้วพยายามแก้ต่าง
"โอ๊ย....! มาด้วยกัน จะจิกกันเองทำไมเนี่ย..."
เมย์ทำหน้าเพลีย " เอ๊ย!...แต่ว่า...ถ้าจำไม่ผิด
เหมือนว่าณพัฒสุดหล่อของพวกเราเค้าก็พักที่นี่เหมือนกันนะ... อยากรู้จังว่าห้องไหน....."
พูดไปใจก็เพ้อถึงความหล่อ น่ารักและความเป็นสุภาพบุรุษสุดเท่ของชายหนุ่ม
"จริงดิ!! " มอลลี่เดินนำขบวนออกอาการระริกระรี้
" งั้น..แพทตี้จะรู้มั้ยอ่ะแกว่า.....
ว๊าย!! อุต่ะ..แกๆๆ..หลบๆๆหล้บบๆๆๆๆ.." เธอแทบช็อคเมื่อเห็นอะไรบางอย่างเข้า เธอรีบกลับหลังหันแล้วเปิดวงแขนกวาดเพื่อนทั้งสองคนที่เดินตามหลังมากองรวมกันเป็นกระจุกอยู่ข้างผนัง
"อะไร...อะไรเนี่ย.เป็นอะไร! ทำหน้ายังกะเห็นผี...อุ่บ"
เมย์โวยวายมอลลี่รีบเอามือตะครุบปากเพื่อนไว้ไม่ให้ส่งเสียงดัง มืออีกข้างล็อกตัวแก้วเอาไว้ทำให้พากันล้มลงไปกองอยู่กับพื้น
แพทตี้เดินออกมาจากลิฟท์ตามมาทันได้เห็นเพื่อนทั้งสามคนนอนกองกันอยู่ในสภาพอีรุงตุงนังก็อดขำไม่ได้
"ทำอะไรกันอ่ะ..มาเล่นอะไรกันแถวนี้..."
ก่อนจะเดินนำไปถึงมุมทางเดินซึ่งแยกออกเป็นด้านซ้ายและขวา มอลลี่กำลังพัลวันอยู่กับสองคนนั้นทำให้ไม่มีมือว่างเหลือไปคว้าตัวแพทตี้ไว้ได้แล้ว
เธอเดินไปถึงตรงมุมทางแยกแล้วต้องตะลึงงันกับสิ่งที่เห็น
ห่างจากมุมทางเดินออกไปไม่กี่ก้าว ณพัฒยืนอยู่หน้าห้องของเขาสวมกางเกงขายาวแต่ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นกล้ามเนื้อขาว
ๆ แน่นๆ ท่าทางของเขาเหมือนกำลังรอใครอยู่และเพียงอึดใจต่อมา ' เกรซ!!!!' เดินออกมาจากห้องในสภาพที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ย
ผมเผ้าดูกระเซอะกระเซิง เขายืนพิงผนังมองดูเธอพยายามจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เกรซแกล้งขยับเข้าไปใกล้เขาพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบไล้แขนล่ำๆ
ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาและส่งยิ้มหวานยั่วยวนอีกฝ่าย แพทตี้ยืนตัวชา
เกรซขยับใกล้เข้าไปอีกท่าทางออเซาะดูมีจริต ในขณะที่ณพัฒเองก็ไม่ได้ถอยห่างออกมา
ทั้งสองคนพูดคุยกันเบา ๆ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าต้องมีอะไรที่เกินกว่าความเป็นเพื่อน
แล้วเธอก็ส่งยิ้มหวานหยดให้เขาก่อนจะเดินจากไปตามทางเดินอีกด้านหนึ่ง
ณพัฒมองตามเธอไปครู่หนึ่งจึงกลับเข้าไปในห้องตามเดิม
'ในที่สุด สิ่งที่กลัวมาตลอดมันก็เกิดขึ้นจริง
ๆ .....'
ทั้งสามสาวตั้งหลักได้แล้วรีบตามมาสมทบด้านหลังแพทตี้
"แพท!" มอลลี่สะกิดเพื่อนเบา ๆ "แกเห็นใช่มะ!
ใช่มั้ยอ่ะแก๊?!!...
" เธอพยายามเก็บเสียงแต่ก็ยังกรี๊ดกร๊าดด้วยความตื่นเต้น
"......"
"งั้น... ห้องนี้ก็เป็นห้องของ..." เธอบิดม้วนต้วนเขินอาย
นึกถึงภาพของชายหนุ่มที่ยืนเปลือยท่อนบนเผยให้เห็นซิกซ์แพ็กเน้น ๆ กล้ามเป็นมัดผิวขาว
ๆ ยังติดตา
"อ่ะ..อ๋อ อืม ใช่... เอ่อ แล้ว...เธอเห็น....?....."
แพทตี้เออออตอบแล้วตามด้วยคำถาม
"เห็นสิ เต็มสองตาเลยล่ะ อร๊าย...!!! คิดอะไรก็ไม่รู้... บ้าจัง..."
มอลลี่ยิ่งคิดก็ยิ่งเขินจนแทบจะม้วนขดเป็นเกลียว
"เห็น!?! เห็นอะไรกันเหรอทั้งสองคน?" เมย์อยากรู้อยากเห็น
" นั่นดิ เห็นอะไรเหรอ...." แก้วหูผึ่ง
"โอ๊ย พวกเธอนี่ .....ก็เมื่อกี้อ่ะ ชั้นเห็นณพัฒออกมาจากห้องนั้น..ห้องเค้า...ไม่ใส่เสื้อ
มีแค่กางเกงตัวเดียว โชว์หุ่นน่า...อื้ม...มากเลยอ่ะแก๊...!!!" มอลลี่กระซิบกระซาบเม้าท์ให้เพื่อนฟัง
"จริงเหรอ!?!
" สองสาวประสานเสียงอย่างพร้อมเพรียง เสียดายที่ไม่ได้เห็น
"แซ่บมาก.... ขนาดแพทยังอึ้งไปเลย ...."
แพทตี้รู้ตัวรีบเก็บอาการ มอลลี่ไม่ทันสังเกตนึกได้จึงหันมาเอาเรื่องอีกสองสาว
"เพราะเธอสองคนน่ะแหละ เกือบทำให้ไก่ตื่นแล้วรู้ป่ะ... ชั้นบอกให้เงียบ ๆ ไม่ฟัง
แทนที่จะได้แอบมองนาน ๆ ...คงกลับเข้าห้องไปแล้วเนี่ย...ใช่ป่ะแพท?"
"อ่ะ..อืม กลับเข้าไปแล้ว...."
"ก็ทำไมไม่รีบบอกให้มันเร็วกว่านี้ล่ะ!!!... ปากน่ะมีก็พูดออกมาสิ..พูด...
" แก้วหัวเสียที่พลาดของดี
"โอ๊ย! ก็คนกำลังตะลึงในความหล่อ...ล่ำ....ว๊า..
เสียดายอ่ะ ได้เห็นแค่แว๊บเดียว....." มอลลี่บ่นด้วยความเสียดาย แพทตี้แอบจับพิรุธว่าเพื่อนเธอเห็นอะไรบ้าง แต่เหมือนว่าน่าจะเห็นแค่ณพัฒเพียงคนเดียว
ไม่อย่างนั้นคงพ่นออกมาจนหมดเปลือกแน่
สาว ๆ เข้าไปเฮฮาเม้ามอยหอยกาบเรื่อยเปื่อยกันต่อในห้องจนเห็นว่าดึกมากแล้วจึงขอตัวแยกย้ายกลับไป
ในห้องจึงเหลือเพียงแค่เจ้าของห้องกับความว่างเปล่าและภาพของสองคนนั้นที่ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดแล้วความเศร้าก็เข้ามาแทนที่
แพทตี้นั่งรับลมเย็นอยู่ด้านนอกระเบียงรอให้เวลาของความเศร้าผ่านไปอย่างเชื่องช้า
เธอคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฤทธิ์แอลกอฮอล์ยิ่งพาให้ใจดิ่งลงสู่ความเศร้า ทำไมฝันร้ายไม่เคยจางหายไปจากความทรงจำ
เมื่อไหร่เธอจะเลิกคิดถึงเขาได้สักที
{โย แพทเจ็บจนจะตายอยู่แล้ว... เมื่อไหร่แพทจะเลิกคิด
เลิกแคร์เค้าได้ซะที ...แล้วทำไมต้องเป็นผู้หญิงคนนั้นด้วย ผู้หญิงแบบนั้น.... เมื่อไหร่โยจะกลับมา......}
Sent
ติ๊งต่องๆๆๆๆๆ!!!!
เสียงออดประตูห้องดังซ้ำๆ ปลุกเธอให้ตื่นขึ้นจากฝันร้าย
แพทตี้พยายามแงะแก้มออกจากแป้นคีย์บอร์ด เธอดันร่างที่ปวดร้าวจากการเผลอฟุบหลับที่โต๊ะทั้งคืนและลุกเดินไปเปิดประตู
".....โย....!???!!" แพทตี้ทั้งตกใจและดีใจที่ได้เห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือโยชิ
" โยมาได้ไงอ่ะ... แล้วจะมาทำไมไม่บอก แพทจะได้ไปรับ....." ปลายเสียงสั่นเครือ
น้ำตารื้น
โยชิดึงเธอเข้าไปกอด ยิ่งทำให้เธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป
ความรู้สึกที่เก็บกดไว้ทั้งหมดถูกปลดปล่อยออกมาเป็นน้ำตา แพทตี้ลืมตัวร้องไห้เสียงดังขึ้นเรื่อย
ๆ
"แพท...! เสียงดัง เดี๋ยวชาวบ้านเค้าก็ออกมาด่าเอาหรอก......"
"ช่างเค้าสิ ฮือ...ฮือ.....ไม่แคร์หรอก ฮือๆ
....." เธอยิ่งร้องไห้หนักเข้าไปใหญ่ โยชิเห็นท่าไม่ค่อยดีจึงต้องรีบลากตัวแพทตี้กลับเข้าไปในห้อง
สามชั่วโมงผ่านไปไวปานละครหลังข่าว แพทตี้ยังคงนั่งซุกอยู่ในอ้อมกอดของโยชิบนโฟซาตัวเดิม
ร้องไห้จนตาบวมเป็นปลาทองหน้าตาเลอะคราบน้ำตา รอบตัวมีเศษกระดาษชำระเกลื่อนเต็มพื้นห้องไปหมด
"แพท? นี่แพทร้องไห้มาจะสามชั่วโมงแล้วนะ...ยังไม่หยุดอีกเหรอ..."
เขาถามเธอด้วยน้ำเสียงอบอุ่น แพทกอดโยชิแน่นเข้าไปอีกเหมือนกลัวว่าเขาจะจากไปไหน
"....แพท....แพทหยุดร้องไม่ได้..มันหยุดไม่ได้อ่ะโย..ฮือ...ฮือ....."
เธอเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงได้ร้องไห้มากมายขนาดนี้
เขาดันตัวเธอออกมา มือเชยคางขึ้นมามองดูเธอแล้วยิ้มด้วยความเอ็นดู
เธอหน้าตาเลอะคราบน้ำตาผมเผ้ากระเซิง ดูมอมแมมไม่เหลือคราบความเป็นคุณหนูแพทตี้อยู่เลย
"หยุดร้องได้แล้วนะ...ตาบวมแย่แล้ว....ผมมาหาแพทแล้วนี่ไง..."
น้ำเสียงของเขาอบอุ่นและเต็มไปด้วยความห่วงใย
"แพทร้องไห้ก็เพราะเห็นหน้าโยน่ะแหละ...ฮึก..อึ้ก
ๆ...." คำพูดปนสะอื้น
"อ้าว...ไหงเป็นงั้น... งั้นโยกลับเลยดีมะ..."
" ไม่เอา...ไม่ให้กลับ...อยู่กับแพทก่อน อย่าไปไหน....นะ....อยู่ด้วยกันก่อน...."
เธอน้ำตารื้น ไหลลงมาที่แก้ม รีบโผเข้าไปกอดเขาไว้แน่น โยชิดันตัวเธอออกมาและเช็ดน้ำตาให้เธออย่างเบามือ
"ผมมาหาแพทตามสัญญาแล้ว และจะไม่ไปไหนหรอก
... หยุดร้องไห้ได้แล้วนะ..." เขาพยายามปลอบเธอ
"ขอบคุณนะ" หญิงสาวยิ้มออกมาทั้งน้ำตา เขายิ้มตอบแววตามีแต่ความห่วงใยอย่างจริงใจ
ทากะยาม่า โยชิ ลูกชายคนโตของตระกูลทากะยาม่า ถูกส่งไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อที่จะรับช่วงสานต่อธุรกิจของตระกูล
ทำให้เขาต้องจากเพื่อนรักคนนี้ไปเป็นเวลานานหลายปี แต่ระยะทางก็ไม่สามารถทำให้เขาลืมสัญญาที่ให้ไว้
เขายังคอยดูแลและช่วยเหลือเธอทุกเรื่องที่เธอต้องการ เพียงแต่.......ครั้งนี้คำขอร้องของเธอมันทำให้เขาต้องหนักใจ
"โยสัญญาแล้วว่าจะทำเพื่อแพท จะช่วยแพททุกอย่าง..."
แพทตี้ขึ้นเสียง
"ก็ใช่..แต่ไม่ใช่เรื่องแบบนี้นะแพท ทำแบบนี้มันไม่เกินไปเหรอ..."
เขาอยากให้เธอคิดดูใหม่
"ไม่!! ไม่เกินไปหรอก มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ...."
เธอเสียงกร้าว "ถ้าโยช่วยแพทแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว...แพทจะไม่ขออะไรโยอีกเลย...นะ..แพทขอร้อง..."
เธอยื่นข้อเสนอ
"แต่แพท..... ทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วย มันไม่ใช่ทางออกหรอกนะ
นะ... เชื่อผมสิ" เขาพยายามเกลี้ยกล่อมให้เธอเปลี่ยนความคิด
"นี่แสดงว่า...โยจะไม่รักษาสัญญา...ใช่มั้ย....?" เธอน้ำตาคลอ สายตาอ้อนวอนให้เขายอมรับปาก
"....แพท...." โยชิมองดูเธอแล้วถอนหายใจยาว
อดสงสารไม่ได้ " ...เอางี้... โยขอเวลาหน่อย
แพทเองก็ควรจะให้เวลาตัวเองด้วย ....ถ้าโยกลับมาครั้งหน้าแล้วแพทยังยืนยันคำเดิม ว่านั่นคือสิ่งที่แพทต้องการ...โยจะช่วยแพทเอง..."
เขาเสนอเงื่อนไข หวังว่าเวลาจะช่วยเปลี่ยนความคิดของเธอได้
"...ก็ได้...แต่....โยจะกลับญี่ปุ่นแล้วเหรอ
.... แล้ว...จะกลับมาอีกเมื่อไหร่ ..." แพทตี้เสียงอ่อย ใจหายที่เขาจะต้องจากเธอไปอีกครั้ง
"เอ่อ..ห้าปี...."
"ห๊ะ!!!....."
ไม่น่าเชื่อว่าตลอดระยะเวลาห้าปีที่โยชิจากไป
แพทตี้ยังคงส่งข้อความระบายความเสียใจมาถึงเขาเสมอ จนดูเหมือนว่าเวลามันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลยและเมื่อเขากลับมา
เหตุการณ์ก็ไม่ได้ต่างไปจากวันวาน วันนี้เขาและเธอจึงต้องกลับมาคุยเรื่องเดิมอีกครั้ง
"แพท! โยถามอีกครั้งนะ... แพทแน่ใจเหรอ...? ว่าต้องการแบบนี้จริง
ๆ " โยชิถามย้ำเป็นครั้งสุดท้าย
".... ใช่!" เธอเชิดหน้า สุดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด
ยืนยันคำตอบและทวงคำสัญญา "โยสัญญาแล้ว....จะไม่รักษาสัญญาเหรอ?"
"....อืม... นั่นสินะ ก็ได้....ถ้าแพทต้องการแบบนี้จริง
ๆ โยก็จะทำให้ " เขาเปลี่ยนท่าที ดูไม่ค่อยทุกข์ร้อนสักเท่าไหร่
แต่กลับเป็นอีกฝ่ายที่ใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว โยชิหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่น
พอวางลงเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นทำเอาทั้งสองคนตกอกตกใจ
"เฮลโหล ครับ... " โยชิหันมาสบตาแพทตี้รับรู้ว่าปลายสายเป็นใคร
" ดีใจจังที่คุณโทรมา... เสร็จงานแล้วใช่มั้ยครับ
...ครับ...ครับ เดี๋ยวเจอกันครับ" เขาวางสาย
" เดี๋ยว...โยไปรับเค้า แล้วก็...จะพาไปทานข้าว แพทจะไปด้วยกันมั้ย
...?" เขายื่นหน้ามาใกล้เธอทำหน้าทะเล้น
"จะบ้าเหรอโย...แพทจะไปเป็นก้างทำไม...ไปกันสองคนเถอะ"
"โอเค...งั้นโยไปละ ....แล้วจะโทรหานะ...เจ้าหญิงน้อย
...บาย...." เขาเอามือดึงแก้มเธอเบา ๆ
ก่อนจะออกไป แพทตี้มองตามด้วยความรู้สึกปั่นป่วน
อีกด้านหนึ่ง เกรซนั่งอยู่ที่เดิมในมือยังกำโทรศัพท์แน่นด้วยความตื่นเต้น
ใจสั่นระรัวพยายามปลอบและข่มอารมณ์ตัวเอง 'ไม่ได้ตั้งใจจะโทรไปหรอกนะ คือว่า....มือมันไปโดนเอง...' นางแอบมโนเบา ๆ หลังจากที่ตัดสินใจโทรไปแล้วและเขากำลังจะมาหาเธอที่นี่
แค่คิดว่าอีกเดี๋ยวเดียวเขาก็จะมาถึงเธอก็แทบนั่งไม่ติด เหงื่อซึมทั่วฝ่ามือทั้ง ๆ
ที่นั่งอยู่ในโซนกาแฟที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ
"ไม่ได้...! ชั้นจะเป็นแบบนี้ไม่ได้" เกรซพึมพำกับตัวเอง
สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ยืดนั่งตัวตรงหน้าเชิดขึ้น " ชั้นคือเกรซ สวย เริ่ด เชิด
หรู แซ่บ เซ็กซี่...นั่นล่ะที่เค้าจะชอบ..ใช่ๆๆ...นั่นล่ะ อย่างงั้น..ดีมาก เกรซ..ท่องไว้
ๆ ..." เธอค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจ พยายามเรียกความมั่นใจให้ตัวเองเพื่อลดความประหม่า
"ขอโทษค่ะ" เกรซสะดุ้งเฮือก เสียงของพนักงานเสิร์ฟทำเธอตกใจ
"รับเครื่องดื่มเพิ่มมั้ยคะ?...."
"...ไม่ค่ะ..ขอบคุณ" เธอสงบสติอารมณ์ พนักงานเดินจากไปแล้ว
เกรซทิ้งตัวหดลงไปกองอย่างหมดสภาพ ' โอ๊ย.....ตื่นเต้นอ่ะ ตื่นเต้น ๆ ๆ .. ทำไงดี
ๆ ๆ !!!! ' เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง
เมื่อเห็นชื่อที่คนโทรเข้ามาแล้วแทบอยากจะกรี๊ดออกมาดัง ๆ
"เฮลโหล..ค่ะ...ถึงไหนแล้วคะ อ๋อค่ะ..งั้นเดี๋ยวเกรซออกไปเจอกันด้านหน้านะคะ
บาย...เดี๋ยวเจอกันค่ะ" เธอแทบจะมอบโล่รางวัลให้กับตัวเอง มือสั่นและตื่นเต้นจนลมแทบจับแต่ก็ยังรักษาอาการไว้ได้อย่างดี
เธอรีบเก็บของและกระเป๋าเดินออกไปด้านหน้าทางเข้าของโรงแรม ' ดีมาก การะเกษ..เธอทำดีมาก...รีบไปดีกว่า
อย่าตื่นเต้น...นิ่งไว้เกรซ นิ่งไว้...' ความคิดของเธอผสมปนเปไปหมด 'มันใช่เหรอ...? นี่ชอบเค้าใช่มะ....?
เวลาที่ชอบใครสักคนมันเป็นแบบนี้เองเหรอ....? '
ที่ด้านหน้าทางเข้า โยชิกำลังยืนรออยู่แล้ว เกรซเห็นเพียงไกลๆ
ก็รู้ทันทีว่าเป็นเขา ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งมีสไตล์การแต่งตัวที่เป็นตัวของตัวเองแต่ดูดีสุด
ๆ ผมหยักโศกที่เซ็ตทรงได้เข้ากับการแต่งตัวบ่งบอกถึงรสนิยม ที่สำคัญ ใบหน้าหล่อใสผิวขาวคิ้วเข้มสไตล์ลูกครึ่งไทยญี่ปุ่นทำเอาสาว
ๆ ที่เดินผ่านไปมาต่างก็ต้องมองจนเหลียวหลัง เขาเห็นเธอและส่งยิ้มมาแต่ไกลทำเอาหัวใจแทบจะละลาย
'รักษาอาการหน่อย...ห้ามหน้าแดงเด็ดขาด......'
"สวัสดีครับเกรซ ดีใจจังที่คุณรับนัดผม.."
เขาเดินเข้ามาพร้อมกับคำทักทายแบบเป็นกันเองยิ่งน่ารักไปอีก "งานเป็นไงบ้างครับ
เรียบร้อยดีมั้ย.. หิวมั้ย ไปทานข้าวกัน"
เขาส่งคำถามแบบรัว ๆ ถามไถ่แสดงความห่วงใยและใส่ใจแล้วยังตบท้ายด้วยยิ้มหวาน
ๆ
"..เอ่อ..ค่ะ คุณโยชิ..มาเร็วจัง...." เธอเชิดหน้าและจิกตาเบา
ๆ สวย ๆ
"อ๋อ..เอ่อ บังเอิญผมอยู่แถวนี้พอดี.." เขาเองก็ตื่นเต้นไม่ใช่น้อยแต่เก็บอาการได้แนบเนียนกว่า "..เกรซอยากทานอะไร..เดี๋ยวผมเป็นเจ้ามือเอง
" เขามองดูใบหน้าสวยเฉี่ยวของเธอไม่วางตา
แน่ใจได้ว่าเธอจะต้องตอบรับคำเชิญและดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามที่เขาคิดไว้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ
ผู้หญิงคนนี้ทั้งสวยและมีเสน่ห์จนทำให้เขาหวั่นไหวได้อย่างไม่น่าเชื่อ
"ก็ต้องแล้วแต่เจ้ามือสิคะ...อะไรก็ได้ค่ะ ง่าย
ๆ ..." เธอพยายามตั้งหลัก รอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรและความเป็นกันเองของเขาทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น
"งั้น...เราไปกันเลยมั้ยครับ ผมหิวจนไส้จะขาดแล้ว" สายตาและท่าทางออดอ้อน
เขาผายมือเชิญให้เธอเดินนำออกไปก่อน
"ค่ะ"
เกรซกำลังถูกความน่ารักโจมตีเข้าอย่างจัง เธอยิ้มจนแก้มแทบจะแตกซะให้ได้ 'สุภาพบุรุษสุด ๆ อ่ะ..แพทตี้มันทนอยู่กับคนแบบนี้โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรได้ไงอ่ะ...โอ๊ย..เขินจนฉี่จะเล็ดอยู่และ....' ทั้งสองคนยิ้มให้กันก่อนจะเดินไปยังประตูทางออกด้านหน้าโรงแรม
"โย! โย! .....โยชิ!? โยชิ.....!
" เสียงหนึ่งเรียกชื่อเขาดังมาจากด้านหลัง
ทั้งสองคนหันกลับไปทางเจ้าของเสียงจึงเห็นว่าเป็นสาวขายาวขาวสวยแต่งหน้าฉ่ำกำลังเดินกึ่งวิ่งโปรยยิ้มมาแต่ไกล
เกรซเก็บรายละเอียดอย่างรวดเร็ว แอบจิกเล็ก ๆ มองปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าแบรนด์ดังทั้งตัว
"โยจริง ๆ ด้วยอ่ะ....กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ"
เธอตรงมาคว้าหมับที่แขนของเขา "กลับมาก็ไม่บอกนะคะ น้อยใจนะเนี่ย...ไม่คิดถึงกันบ้างเลยนะ..."
เธอหยอดคำหวาน ทั้งสายตาและน้ำเสียงออดอ้อนแบบจัดเต็ม ไม่ได้แคร์คนที่ยืนอยู่หัวโด่อยู่ข้าง
ๆ
"เพิ่งมาถึงเมื่อวานน่ะ แพรวสบายดีมั้ยครับ...ยังไงผมก็ต้องไปหาแพรวอยู่แล้ว
อย่าน้อยใจสิ...... " ฝ่ายชายเองก็อัธยาศัยดี เอื้อมมือไปแตะมือเธอเบา ๆ
" แต่ว่าวันนี้ ผมต้องขอตัวก่อนนะ..." เขาบอกเธอด้วยน้ำเสียงชิลๆ มองมาทางเกรซ
"อ่ะ.. โยมากับเพื่อนเหรอคะ" เธอชะเง้อมองและกระชับแขนที่คล้องแขนเขาอยู่ให้แน่นขึ้นไปอีก
สำรวจอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเร็ว สายตาไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่ แล้วหันไปยิ้มหวานทำเสียงออดอ้อน
"...ก็ได้ค่ะ วันนี้แพรวอนุญาตให้โยไปก็ได้ แต่ว่า...พรุ่งนี้ต้องไปทานข้าวกับแพรวที่บ้านนะคะ
เดี๋ยวแพรวนัดคุณพ่อคุณแม่ไว้ให้...นะ..." สาวเจ้ายิ้มแป้นดูใสๆ ไร้พิษสง เกรซแทบจะทนไม่ไหวอยากจะกระโดดข่วนหน้าสวย
ๆ ซะจริง ๆ โทษฐานที่มาทำตัวแอ๊บใสซื่อขวางหูขวางตา
มองปราดเดียวก็รู้ว่านางไม่ธรรมดา 'ไม่ให้ไปนะ! ไม่เอาอ่ะ..ไม่ให้ไป ที่รักขา...อย่าไป...' เกรซยืนมโนอยู่ด้านหลังพยายามเชิดหน้า
"โอเคเลยครับ ...พรุ่งนี้ผมไปหาที่บ้าน.."
เขายิ้มบาง ๆ รับคำแบบไม่มีขัดขืน ใครบางคนเส้นกระตุกขึ้นมาทันที
"โยน่ารักจังเลย เดี๋ยวแพรวจัดเมนูโปรดไว้รอ..เจอกันพรุ่งนี้นะคะ..." เธอปล่อยแขนเขาอย่างว่าง่ายดีใจจนออกนอกหน้า ทำตัวน่ารักไปอีก...โยชิหันมาแตะแขนเกรซ "ไปกันเถอะครับ..."
"อ่ะ....ค่ะ....ไปก่อนนะคะ...." เกรซหันไปยิ้มสวยๆ
ให้กับ 'นังชะนีขายาว' และเดินนำหน้าออกไป
หางตายังเห็นว่านางยิ้มแบบมีนัยตอบกลับมาเช่นกัน
'แพรว' ยืนมองรถยนต์คันหรูแล่นออกไปจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกท่าทางขัดใจ
"เฮลโหล ...นี่มันอะไรกันน่ะ!.....ไม่ต้องมาแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง
เมื่อกี้ชั้นเพิ่งเจอโยชิ.....! อยู่ที่ห้องใช่มะ...เรามีเรื่องต้องคุยกัน เดี๋ยวนี้!" เธอกดวางโทรศัพท์ท่าทางไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเดินไปขึ้นรถและขับออกไป
โยชิพาเกรซมาที่ร้านอาหารบรรยากาศหรูกลางใจเมืองพร้อมทั้งสั่งเมนูที่เขาภูมิใจนำเสนอว่าทั้งอร่อยถูกปากและดีต่อสุขภาพ
รับรองว่าทานแล้วไม่อ้วนแน่นอนมาให้เธอได้ลองชิม
"เป็นไง.. อร่อยใช่มั้ยล่ะ.." เขามองดูเธอตักอาหารเข้าปากแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
" ร้านนี้เค้าคัดมาแต่ของดี ๆ ทั้งนั้นเลยนะ ทานได้แบบไม่ต้องห่วงเรื่องน้ำหนักเลย.....
" สาธยายและตบท้ายด้วยรอยยิ้มน่ารักอีกตามเคย 'หยุดน่ารักซักแป๊บจะได้มั้ยเนี่ยแค่นี้ก็เขินจะแย่ละ
เอาใจเก่งแบบนี้นี่เอง....มิน่าล่ะ...'
"รู้ดีเนอะ...คุณมาร้านนี้บ่อยเหรอ...."
เธอถามหยั่งเชิง พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้หลุดคีย์
"ก็...." นั่นไง....โหนเสียงสูงเชียว
" ครับ... สาว ๆ ชอบน่ะ ... เกรซอ่ะ...ชอบมั้ย.." เขารับคำหน้าตาเฉย
"ก็...ชอบค่ะ...บรรยากาศดี...." เกรซยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาจิบ ได้ฟังคำตอบแล้วเริ่มฝืดคอยังไงไม่รู้
".... หึงเหรอ...?" โยชิยิงคำถามที่ทำเอาคนฟังแทบสำลักเครื่องดื่ม
'ถามตรงเกิ๊น จะให้ตอบว่ายังไงดีล่ะ' คิดคำตอบยังไม่จบประโยคเขาก็พูดต่อ "จะหึงก็ได้นะ..."
ได้ยินเท่านั้นทำให้มือไม้อ่อนปวกเปียกจนต้องรีบวางแก้วลงที่เดิม รู้สึกว่าใบหน้าร้อนๆ
เธอพยายามเฉไฉมองดูวิวด้านนอกกระจก ยิ่งรู้สึกว่ามีสายตากำลังจ้องดูเธออยู่ก็ยิ่งเขิน
นั่งไม่ค่อยสนิท มือไม้ดูเกะกะไปหมด...
"จริง ๆ นะ...ถ้าเกรซจะหึงผม หรือว่าจะห้ามไม่ให้ผมไปบ้านแพรวพรุ่งนี้...ผมก็จะไม่ไป....." เขาเรียกชื่อเธอทำหน้าจริงจังจนเธอต้องหันมามอง
' รู้ด้วยว่าเราไม่ชอบยัยชะนีขายาวนั่น...แล้ว...พูดจริงอ่ะ
? สปอยด์ขนาดนี้เลย? ' แบบนี้ก็เข้าทางน่ะสิ
"คุณโยพูดเองน๊า...ถ้าเกรซบอกว่าไม่ให้ไป
คุณก็จะไม่ไปจริง ๆ อ่ะ...? " เธอมองดูหน้าหล่อ ๆ อย่างพินิจพิเคราะห์ ชักอยากลองดูซะแล้วว่าจะทำได้จริงรึเปล่า
"ก็ถ้าคุณบอกผมว่าไม่ให้ผมไปเพราะว่าหวง...ผมก็จะไม่ไป...แต่ว่า
ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน...." เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้เธอ
'มีแบบนี้ด้วย' เกรซทำหน้างง ชักจะตื่นเต้นแล้วสิ....อยากรู้จัง
ว่าผู้ชายคนนี้ต้องการอะไรกันแน่ "ข้อแลกเปลี่ยน?....อะไรคะ....? "
"คุณเป็นต้นเหตุให้ผมผิดนัดกับผู้ใหญ่ ถ้าโต้ซังรู้
ต้องดุผมแน่....ผมโดนโต้ซังดุทีไรก็จะเศร้า...คุณก็ต้องรับผิดชอบด้วยการไปทานข้าวกับผม....และก็อยู่ดูแลผมจนกว่าผมจะรู้สึกดีขึ้น....โอเคมั้ย?" โยชิอธิบายดูเป็นจริงเป็นจังและน้ำเสียงออดอ้อนจนน่าหมั่นไส้ แต่เหตุผลมันฟังดูเห่ย ๆ เสี่ยว ๆ ขนาดที่เธอพยายามหุบยิ้มจนเมื่อยหน้า
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้ชายคนนี้จะน่ารักได้ขนาดนี้
"งั้นก็ ...ไม่ให้ไปค่ะ...หวง...." เธอรวบรวมความกล้า 'บอกไปแล้ว! แรดจุงเบย!!!!!! เค้าจะว่าอะไรมั้ย
แต่ก็ช่างเถอะ ก็ไม่อยากให้ไป..จะทำไม!' เธอยิ้มแววตาท้าทายอย่างเปิดเผย
เขาจะทำเพื่อเธอจริง ๆ รึเปล่า
"แป๊บนึงนะ " โยชิยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันขาวจั๊วะ
เขาล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงกดส่งข้อความเสร็จแล้วจึงละสายตาจากโทรศัพท์
เงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ " พรุ่งนี้จะให้ไปรับที่ไหน กี่โมงดีครับ...?."
No comments:
Post a Comment